พบ ”วายุภักษ์-กบข.” เพิ่มถือหุ้น TIDLOR "วายุภักษ์หนึ่ง" สัดส่วนทำนิวไฮ

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในรอบใกล้ครึ่งปีแรก ณ วันที่ 23 มิ.ย. 2569 ข้อมูลในส่วนการซื้อขายแยกรายกลุ่มนักลงทุน พบว่า
นักลงทุนสถาบัน มียอดขายสุทธิ 61,883.70 ล้านบาท
บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ มียอดซื้อสุทธิ 11,561.36 ล้านบาท
นักลงทุนต่างประเทศ มียอดซื้อสุทธิ 11,791.59 ล้านบาท
นักลงทุนภายในประเทศมียอด ซื้อสุทธิ 38,530.75 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดของ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) TIDLOR พบว่า กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง ได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นแตะระดับ 101,183,266 หุ้น คิดเป็น3.49%
เมื่อเทียบจากการถือครองหุ้นในครั้งก่อนๆ จะเห็นว่า มีการทยอยสะสมต่อเนื่อง และแตะระดับสัดส่วนสูงสุด ดังนี้
4/6/2569 ถือจำนวน 101,183,266 หุ้น คิดเป็น 3.49%
13/3/2569 ถือจำนวน 98,103,266 หุ้น คิดเป็น 3.39%
9/12/2568 ถือจำนวน 95,031,666 หุ้น คิดเป็น 3.28%
6/6/2568 ถือจำนวน 18,119,366 หุ้น คิดเป็น 0.63%
นอกจากนี้ยังพบว่า GOVERNMENT PENSION FUND กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. ได้เข้ามาถือหุ้น จำนวน 13,355,400 หุ้น คิดเป็น 0.46% จากการปิดสมุดทะเบียนครั้งก่อนไม่ปรากฎรายชื่อผู้ถือหุ้นใน 10 อันดับผู้ถือหุ้นใหญ่
สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดของ TIDLOR ณ วันที่ 4 มิ.ย. 2569 ประกอบด้วย
ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) 1,346,993,454 หุ้น คิดเป็น 46.51%
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 140,922,341 หุ้น คิดเป็น 4.87%
กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง 101,183,266 หุ้น คิดเป็น 3.49%
HOTAI FINANCE CO., LTD. 89,237,069 หุ้น คิดเป็น3.08%
SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 58,128,051 หุ้น คิดเป็น 2.01%
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทิสโก้มาสเตอร์ร่วมทุน ซึ่งจดทะเบียนแล้ว 37,096,800 หุ้น คิดเป็น 1.28%
N.C.B.TRUST LIMITED- NORGES BANK 37 28,245,656 หุ้น คิดเป็น 0.98%
นาย สุทัศ เหลืองด่านสกุล 19,606,000 หุ้น คิดเป็น 0.68%
N.C.B.TRUST LIMITED-NORGES BANK 38 17,953,400 หุ้น คิดเป็น 0.62%
GOVERNMENT PENSION FUND 13,355,400 หุ้น คิดเป็น 0.46%
บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ ซื้อ TIDLOR ราคาเป้าหมาย 23 บาท เนื่องจากระยะสั้นคาดได้ Sentiment บวกจากสงครามที่ยุติและ Bond Yield ที่ปรับตัวลดลง เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของกำไรระดับ 10% CAGR ในปี 2026-28 และ Dividend Yield เฉลี่ยต่อปีราว 5-6%
นอกจากนี้ยังมีการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 2.4 พันลบ. ไม่เกิน 122.824 ล้านหุ้น คาดว่ายังเป็นปัจจัยช่วยหยุงราคาหุ้น และยังช่วยหนุน EPS และ ROE ให้สูงขึ้นและมีประสิทธิภาพมากกว่าการเร่งปล่อยสินเชื่อเชิงรุก ซึ่งอาจสร้างปัญหาด้านคุณภาพสินทรัพย์