กางพอร์ตหุ้นกลุ่ม "ภิรมย์ภักดี" ถือครอง 9 หุ้นขนาดกลาง - เล็ก พบครึ่งแรกปี 69 "ปิติ" โผล่ SCM

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในครึ่งแรกของปี 2569 มีทิศทางที่ดีขึ้น ดัชนีหุ้นไทย ณ วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.25 %
บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ปัจจัยบวกทั้งด้าน Geopolitics และตัวเลข PPI ของสหรัฐฯ ที่ออกมาผสมผสาน นอกจากนั้น คาดว่าปัจจัยทางด้านสภาพคล่องที่ถูกดูดหายไปก่อนหน้านี้จากการเข้ามาจดทะเบียนของหุ้น SpaceX น่าจะเริ่มลดทอนลง หลังจากผ่านพ้นการเข้าซื้อขายวันแรกเป็นต้นไป ส่วนปัจจัยในประเทศ ต้องยอมรับว่าเครื่องนำทางเศรษฐกิจยังไม่มีสัญญาณดีขึ้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. ออกเมื่อวานนี้ลดลงตามที่เราคาด อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 42 เดือน อย่างไรก็ดี ประเมินว่าดัชนีนี้มีลุ้นที่จะพลิกกลับมาปรับดีขึ้นได้บ้างในเดือน มิ.ย. จากการเข้ามาของโครงการคนละครึ่งพลัส
ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในส่วนพอร์ตลงทุนของกลุ่มตระกูลดัง อย่าง" ภิรมย์ภักดี" ตระกูลเก่าแก่เจ้าของแบรนด์ “สิงห์” และ “ลีโอ”ที่คนไทยรู้จักกันดี
ปัจจุบันพบว่า เครือญาติในกลุ่มตระกูลดังกล่าว ได้มีรายชื่อติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 9 บริษัท ดังนี้
BGC ท่านผู้หญิง เหมือนจิต ภิรมย์ภักดี ถือจำนวน 3,380,000 หุ้น คิดเป็น 0.49%
GPI ปิติ ภิรมย์ภักดี 7,079,600 หุ้น คิดเป็น 1.18%
KCE จวบจันทร์ ภิรมย์ภักดี 7,156,250 หุ้น คิดเป็น 0.61%
พรภิรมย์ ภิรมย์ภักดี 6,273,250 หุ้น คิดเป็น 0.53%
LPH พรภิรมย์ ภิรมย์ภักดี 4,485,660 หุ้น คิดเป็น 0.62%
PLAT สุฐิตา ภิรมย์ภักดี 16,345,100 หุ้น คิดเป็น 0.58%
PR9 พรภิรมย์ ภิรมย์ภักดี 4,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.51%
S ปิติ ภิรมย์ภักดี 159,000,000 หุ้น คิดเป็น 2.32%
ภูริต ภิรมย์ภักดี 315,718,300 หุ้น คิดเป็น 4.61%
สันติ ภิรมย์ภักดี 1,194,663,099 หุ้น คิดเป็น 17.43%
SCM ปิติ ภิรมย์ภักดี 6,800,000 หุ้น คิดเป็น 0.77%
SJWD วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี 17,450,000 หุ้น คิดเป็น 0.96%
จากข้อมูลข้างต้น หากนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อครั้งก่อน พบว่า "ปิติ ภิรมย์ภักดี"หรือ ต๊อด เป็นนักธุรกิจทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลภิรมย์ภักดี ล่าสุด ได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้น SCM จากเดิมไม่ได้ปรากฏรายชื่อการเป็นผู้ถือหุ้นมาก่อน
สำหรับ "ปิติ ภิรมย์ภักดี" มีพอร์ตลงทุนในหุ้นโดยมีชื่อปรากฎในโครงสร้างผู้ถือหุ้น 4 บริษัท ประกอบด้วย
ACAP 3,570,000หุ้น คิดเป็น 0.88%
GPI 7,079,600 หุ้น คิดเป็น 1.18%
S 159,000,000หุ้น คิดเป็น 2.32%
SCM 6,800,000หุ้น คิดเป็น 0.77%
การเคลื่อนไหวราคาหุ้น SCM ในครึ่งแรกของปี 2569 ปรับตัวลดลง 15.38 %
บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในรูปแบบเครือข่าย หรือ Multi-level Marketing (MLM) โดยแบ่งได้เป็น 5 ธุรกิจหลักได้แก่ (1) ธุรกิจเครือข่ายเพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศและต่างประเทศ (2) ธุรกิจให้บริการคำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจเครือข่ายและรับจัดงานสัมมนา (3) ธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงานผลิตสินค้า (4) ธุรกิจลิสซิ่ง และ (5) ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสที่ 1ของปี 2569เท่ากับ 19.3 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 14.3 ล้านบาท หรือปรับตัวดีขึ้น
42.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4ของปี 2568(QoQ) ซึ่งมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 33.5 ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่1ของปี 2568(YoY) พบว่าขาดทุนลดลง 20.2 ล้านบาท หรือปรับตัวดีขึ้น 51.2% โดยอัตรากำไรสุทธิในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569อยู่ที่ -22.1% แย่กว่าอัตรากำไรสุทธิในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 (QoQ)ซึ่งอยู่ที่ -19.5% แต่ดีกว่าอัตรากำไรสุทธิในไตรมาสที่1ของปี 2568 (YoY)ซึ่งอยู่ที่ -36.4% ซึ่งสาเหตุหลักของการขาดทุนสุทธิมาจากการที่บริษัทฯ มียอดขายที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังลดลงไม่มากนัก เนื่องจากบริษัทยังมีค่าใช้จ่ายในการเลิกจ้างพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการปิดและลดขนาดสาขา เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร%20copy.jpg)