Smart Investment

กลุ่มรายใหญ่ชื่อดัง เดือน พ.ค.69 กอดหุ้น CPALL พบสัดส่วนถือครองแตะนิวไฮ


06 มิถุนายน 2569

กลุ่มรายใหญ่ชื่อดัง_info-ปก_0.jpg

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนพ.ค. 2569 ดัชนี ปรับเพิ่มขึ้นใกล้แตะระดับ 1,600 จุด ขณะที่นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้งในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) CPALL ล่าสุด ณ วันที่ 5 พ.ค. 2569 นำมาเปรียบเทียบกับการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อในครั้งก่อน ในวันที่ 12 มี.ค. 2569 พบว่า นักลงทุนรายใหญ่ 3 คน ยังคงสัดส่วนการถือครองหุ้นในระดับเท่าเดิม รวมถึงสัดส่วนการถือครองในปัจจุบัน ยังเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่ถือครองหุ้นดังกล่าว ดังนี้

“นิติ โอสถานุเคราะห์ “

5/5/2569 ถือจำนวน 151,914,700 หุ้น คิดเป็น 1.69%

12/3/2569 ถือจำนวน 151,914,700 หุ้น คิดเป็น 1.69%

7/5/2568 ถือจำนวน 143,385,900 หุ้น คิดเป็น 1.6%

12/3/2568  ถือจำนวน 141,786,600 หุ้น คิดเป็น 1.58%

8/5/2567  ถือจำนวน 138,986,600 หุ้น คิดเป็น1.55%

12/3/2567 ถือจำนวน 138,986,600 หุ้น คิดเป็น 1.55%

3/5/2566  ถือจำนวน 138,986,600 หุ้น คิดเป็น 1.55%

10/3/2566 ถือจำนวน 138,986,600 หุ้น คิดเป็น 1.55%

29/4/2565 ถือจำนวน  125,015,000 หุ้น คิดเป็น 1.39%

11/3/2565 ถือจำนวน 125,015,000 หุ้น คิดเป็น 1.39%

27/5/2563  ถือจำนวน 79,430,100 หุ้น คิดเป็น 0.88%

30/4/2563 ถือจำนวน 79,430,100 หุ้น คิดเป็น 0.88%

“ปริญญา เธียรวร”

5/5/2569 ถือจำนวน 123,002,000 หุ้น คิดเป็น1.37 %

12/3/2569 ถือจำนวน 120,902,000 หุ้น คิดเป็น1.35%

7/5/2568 ถือจำนวน 114,702,000 หุ้น คิดเป็น 1.28%

12/3/2568 ถือจำนวน 114,861,200 หุ้น คิดเป็น 1.28%

8/5/2567 ถือจำนวน 110,200,000 หุ้น คิดเป็น 1.23%

12/3/2567 ถือจำนวน 108,200,000 หุ้น คิดเป็น 1.2%

15/9/2564  ถือจำนวน 100,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.11%

6/5/2564 ถือจำนวน 100,000,000หุ้น คิดเป็น 1.11%

10/3/2564 ถือจำนวน 100,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.11%

27/5/2563  ถือจำนวน100,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.11%

30/04/2563 ถือจำนวน  100,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.11%

11/3/2563 ถือจำนวน 100,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.11%

7/5/2562 ถือจำนวน 100,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.11%

12/3/2562 ถือจำนวน 100,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.11%

30/4/2561  ถือจำนวน 70,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.78%

13/03/2561 ถือจำนวน  70,800,000 หุ้น คิดเป็น 0.79 %

3/5/2560 ถือจำนวน 72,200,000 หุ้น คิดเป็น 0.8%

14/3/2560  ถือจำนวน72,200,000 หุ้น คิดเป็น  0.8%

4/5/2559 ถือจำนวน 68,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.76%

16/3/2559 ถือจำนวน  68,200,000 หุ้น คิดเป็น 0.76%

7/5/2558 ถือจำนวน 70,300,000 หุ้น คิดเป็น 0.78%

10/3/2558 ถือจำนวน 70,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.78%

7/5/2557 ถือจำนวน 69,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.77%

“เพาพิลาส เหมวชิรวรากร”  

5/5/2569 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5 %

12/3/2569 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น  0.5%

7/5/2568  ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

12/3/2568 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น  0.5%

8/5/2567 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น    0.5%

12/3/2567 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

27/5/2563 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น  0.5%

30/4/2563  ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

11/3/2563 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

7/5/2562 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

12/3/2562 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

30/4/2561 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

13/3/2561  ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

3/5/2560 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

14/3/2560  ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

4/5/2559 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

16/3/2559 ถือจำนวน  45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

7/5/2558 ถือจำนวน 45,000,0 00หุ้น คิดเป็น 0.5%

10/3/2558ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

7/5/2557 ถือจำนวน 45,000,000หุ้น คิดเป็น 0.5%

11/3/2557 ถือจำนวน45,000,000หุ้น คิดเป็น 0.5%

23/8/2556 ถือจำนวน45,000,000หุ้น คิดเป็น 0.5%

8/5/2556 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

8/3/2556 ถือจำนวน 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

9/5/2555 ถือจำนวน 22,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

9/3/2555 ถือจำนวน 22,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

4/5/2554 ถือจำนวน 22,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

14/3/2554 ถือจำนวน 22,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

25/11/2553 ถือจำนวน 22,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.5 %

26/5/2553 ถือจำนวน 22,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

11/5/2553 ถือจำนวน22,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

30/3/2553 ถือจำนวน22,500,000 หุ้น คิดเป็น0.5%

17/3/2552 ถือจำนวน  22,50,000 หุ้น คิดเป็น  0.5%

4/4/2551 ถือจำนวน 22,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.5%

สำหรับการคลื่อนไหวราคาหุ้นCPALL ในรอบเดือนพ.ค. 2569  ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 8.62%

อนึ่ง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ของบริษัท มีมติไม่อนุมัติในหลักการในการให้บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ในส่วนธุรกิจบริการทางการเงินเข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วยต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนโดยไม่นับคะแนนเสียงของผู้มีส่วนได้เสีย

การจัดประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการ และสะท้อนถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท เป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นให้ได้รับข้อมูลที่เพียงพอ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในธุรกรรมที่สำคัญของบริษัท และการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นในที่สุดตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

ขณะที่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำซื้อ CPALL  ราคาพื้นฐาน 60.00 บาท เนื่องจากการที่ผู้ถือหุ้น CPALL มีมติ "ไม่เห็นด้วย" ถึง 96.4% ในการย้าย 3 บริษัท ย่อย (เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ไทยสมาร์ทคาร์ด และ CPAXT) เข้าสู่กลุ่มธุรกิจ Virtual Bank มติดังกล่าวสะท้อนถึง ความสำคัญของบริษัทย่อยที่มีต่อบริษัท มองเป็นปัจจัยบวก ต่อราคาหุ้นเนื่องจากช่วยปลดล็อก Overhang โดยไม่มี ผลกระทบต่อผลประกอบการ คงราคาพื้นฐาน 60 บาท แนะนำ “ซื้อ”

ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณา Virtual Bank : CPALL ได้จัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมาเพื่อพิจารณาอนุมัติย้าย 3 บริษัทย่อย ได้แก่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ไทย สมาร์ทคาร์ด และ ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT) เข้าไปอยู่ใต้กลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคาร พาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง (ACMH)

ผู้ถือหุ้นไม่เห็นด้วยในการย้ายบริษัทย่อย โดยผลการประชุม ผู้ถือหุ้นมีมติ “ไม่เห็นด้วย” ในการย้าย 3 บริษัทย่อยดังกล่าว ด้วยคะแนนถึง 96.4% สะท้อนถึงความสำคัญของบริษัทย่อยต่อ CPALL และความสำคัญของการรักษาความคล่องตัวในการบริหารงานและความเป็นกลางต่อการดำเนินธุรกิจกับสถาบันการเงินอื่น ซึ่งผลการประชุมเป็นไปตามคาด

มองเป็นบวกต่อราคาหุ้น มองเป็นบวกจากประเด็นดังกล่าวเนื่องจากปัจจัย Overhang ที่กดดันหายไป และไม่มีผลกระทบต่อรายได้และผลประกอบการ ทำให้เราคงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาท และราคาพื้นฐานปี 2569 ที่ 60.00 บาทต่อหุ้น แนะนำ “ซื้อ”

กลุ่มรายใหญ่ชื่อดัง_info_0.jpg