
ภาพรวมตลาดหุ้นไทยครึ่งแรกของเดือน ก.ค.2569 ณ วันที่ 14 ก.ค.ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้น 2.19 % โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน โดยดัชนีหมวดพลังงานปรับตัวขึ้นได้ 6.21%
จากการสำรวจข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนพอร์ตการลงทุนของ "วิชัย วชิรพงศ์"หรือเสี่ยยักษ์ นักลงทุนรายใหญ่ชื่อดัง พบว่า ปัจจุบันมีการถือครองหุ้นจำนวน 6 บริษัท ดังนี้
BEM 338,563,357 หุ้น คิดเป็น 2.22%
BIS 13,714,800 หุ้น คิดเป็น 4.37%
GUNKUL 125,126,100 หุ้น คิดเป็น 1.41%
NAM 19,772,400 หุ้น คิดเป็น 2.82%
PPM 7,616,200 หุ้น คิดเป็น 1.80%
TMAN 11,337,100 หุ้น คิดเป็น 2.83%
จากข้อมูลข้างต้นพบว่า "เสี่ยยักษ์"ได้เข้ามาถือหุ้น GUNKUL จนปรากฎรายชื่อติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ อันดับ 6 เป็นครั้งแรก
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แสดงแบบรายงานการจําหน่ายหลักทรัพย์ของบริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC โดยบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER จำนวน 197,586,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.1664%
โดยเป็นการทำรายการผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายการ Big Lot โดยผ่าน บริษัท หลักทรัพย์เอเซีย พลัส จํากัด โดยหนึ่งในนักลงทุนที่รับหุ้น SGC ก็คือ “วิชัย วชิรพงศ์”หรือเสี่ยยักษ์
สำหรับการเคลื่อนไหวราคาหุ้น GUNKUL ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22.11%
นอกจากนี้ยังพบว่า "สุระ คณิตทวีกุล" ในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ ถือครองจำนวน 45,000,000 หุ้นคิดเป็น 0.51% ซึ่งเป็นระดับสุดในรอบ 6 ปี
26/08/2564 89,885,740 หุ้น คิดเป็น 1.01%
6/05/2565 253,000,040 หุ้น คิดเป็น 2.85%
23/11/2566 105,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.18%
21/08/2567 90,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.01%
29/05/2568 73,823,500 หุ้น คิดเป็น 0.83%
25/05/2569 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.51%
บล.บัวหลวง ระบุ แนะนำซื้อ GUNKUL ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 5.50 บาท เนื่องจากดีลฟิลิปปินส์เติมกำลังผลิตใหม่ GUNKUL ปิดดีลซื้อหุ้น 40% ใน Blue Solar Holdings Inc. (BSHI) ซึ่งเป็นโครงการ Floating Solar บน Laguna Lake ประเทศฟิลิปปินส์ โดยดีลนี้เพิ่มกำลังผลิตตามสัดส่วนถือหุ้นให้ GUNKUL อีก 784.1MW ด้วยมูลค่าลงทุนไม่เกิน 7.5 พันล้านบาท
โครงการ BSHI มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี ที่อัตราคงที่ PHP6.5258/kWh หรือ 3.53 บาท/kWh และได้รับสิทธิภายใต้ระบบ Green Lane ของฟิลิปปินส์ ซึ่งช่วยเร่งกระบวนการอนุญาตและประสานงานภาครัฐ ทำให้ดีลนี้เป็นก้าวแรกขนาดใหญ่ของ GUNKUL ในตลาดพลังงานหมุนเวียนฟิลิปปินส์ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตและมีนโยบายสนับสนุนชัดเจน
ประเมินว่าโครงการนี้จะเริ่ม COD ราวปลายปี 2027 และรับรู้ผลเต็มปีแรกใน 2028 โดยภายใต้สมมติฐานต้นทุนลงทุน 35 ล้านบาท/MW, Capacity Factor 18%, D/E 3:1 และต้นทุนหนี้ 8% โครงการจะสร้างกำไรสุทธิราว 1.6 ล้านบาท/MW หรือคิดเป็นส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นประมาณ 792 ล้านบาท ในปี 2028
นอกจากนี้ จังหวะเวลาของดีลนี้มีความสำคัญ เพราะปี 2028 เป็นปีที่รายได้ Adder ของโรงไฟฟ้าลมโคราช และมิตรภาพ (ซึ่ง GUNKUL ถือผ่าน JV กับ GULF) จะหมดอายุ หลัง COD ตั้งแต่ มิ.ย. 2018 ดังนั้น BSHI จะเข้ามาช่วยทดแทนส่วนแบ่งกำไรที่ทยอยลดลง และทำให้รายได้จากบริษัทร่วมมีความต่อเนื่องมากขึ้น
Fundamental view เรามองดีล BSHI เป็นบวกต่อ GUNKUL ทั้งในแง่กำลังผลิตใหม่ รายได้ระยะยาวจาก PPA คงที่ และการกระจายฐานธุรกิจไปยังตลาดฟิลิปปินส์ พร้อมเพิ่มมูลค่าเหมาะสมราว 1.30 บาท/หุ้น เมื่อคิดลดกลับมายังปี 2027 ดังนั้น วันนี้เรารวมผลจากดีลนี้เข้ามาในประมาณการ พร้อม Roll over ฐานประเมินไปสิ้นปี 2027 จึงปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 5.50 บาท และคงคำแนะนำ ซื้อ