Smart Investment

"สุภาพร" ลามทั้งระบบ ก.ล.ต. เจอข้อมูลผิดหลายจุด ตลาดถามหาความจริง


12 กรกฎาคม 2569

สุภาพร สะเทือนทั้งระบบ_S2T (เว็บ) copy.jpg

Mr.Data

กรณีชื่อ "สุภาพร พิมพงษ์" ปรากฏในรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง กำลังกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในตลาดทุนไทย เพราะสิ่งที่นักลงทุนกำลังจับตา ไม่ใช่เพียงตัวบุคคลหรือธุรกรรมที่ถูกรายงาน แต่คือ ความน่าเชื่อถือของระบบเปิดเผยข้อมูล ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของตลาดทุน

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการตรวจพบชื่อดังกล่าวในรายงานการถือหุ้นของ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ก่อนจะพบว่า ชื่อเดียวกันเคยปรากฏในรายงานของบริษัทจดทะเบียนอีกหลายแห่ง อาทิ MAJOR, GJS, BBL, AAV และ KBANK ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยว่า ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่เข้าสู่ระบบเป็นข้อมูลที่เกิดจากธุรกรรมจริง หรือเกิดจากความผิดพลาดในกระบวนการรับและเผยแพร่ข้อมูล

ในช่วงแรก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชี้แจงว่า ผู้รายงานได้ผ่านขั้นตอนลงทะเบียนและยืนยันตัวตนตามระบบที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง รวมถึงยืนยันตัวตนผ่านระบบ OTP ก่อนจึงสามารถเข้าสู่ระบบรายงานแบบ 246-2 ได้ อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. ระบุว่า เมื่อพบความผิดปกติ จึงได้เริ่มกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ผลสอบเบื้องต้นพบข้อมูลหลายจุดไม่สอดคล้อง

ผลการสอบทานเบื้องต้นกลับสร้างคำถามใหม่ให้กับตลาดมากกว่าจะคลายข้อสงสัย

ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบรายงานทั้งหมด 7 รายงาน ครอบคลุม 6 บริษัทจดทะเบียน ซึ่งเป็นข้อมูลการได้มาหุ้นย้อนหลังตั้งแต่ปี 2564 ก่อนถูกบันทึกเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และ 2 กรกฎาคม 2569

เมื่อพบความผิดปกติ ก.ล.ต. ได้ระบุสถานะข้อมูลเป็น "ข้อมูลเบื้องต้น" ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ก่อนเปลี่ยนเป็น "อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง" เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม และภายหลังได้รับข้อมูลยืนยันจากบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องในวันที่ 8 กรกฎาคม จึงตัดสินใจนำข้อมูลทั้งหมดออกจากระบบเผยแพร่

จากการตรวจสอบ พบข้อสังเกตสำคัญหลายประเด็น ได้แก่

-ไม่พบชื่อผู้รายงานเป็นผู้ถือหุ้นในวันปิดสมุดทะเบียนภายหลังการได้มาหุ้น และไม่มีข้อมูลการจำหน่ายหุ้นออก

-หลักทรัพย์บางประเภทที่มีการรายงานว่าได้มา ไม่เคยมีการออกจำหน่ายจริงในช่วงเวลาที่ระบุ

-จำนวนหลักทรัพย์ที่รายงาน ไม่ตรงกับธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง เช่น การรายงานการใช้สิทธิซื้อหุ้นจากใบสำคัญแสดงสิทธิ ทั้งที่ข้อมูลตรงกับการแปลงสภาพหุ้นกู้ของบุคคลอื่น

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังพบว่าผู้รายงานรายเดียวกันได้ยื่นแบบรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหาร (แบบ 59) ทั้งที่ไม่ได้มีสถานะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่กฎหมายกำหนดให้ต้องรายงาน จึงได้ดำเนินการนำข้อมูลดังกล่าวออกจากระบบเช่นกัน

จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

ด้านฝ่ายกฎหมายของ ก.ล.ต. ย้ำว่า หากมีการรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีโทษตามกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

MAJOR ชี้แจงไม่เคยมีหุ้นบุริมสิทธิ

หนึ่งในบริษัทที่ถูกพาดพิงคือ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ซึ่งออกหนังสือชี้แจงว่า ข้อมูลที่ปรากฏยังเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น และบริษัทพบข้อสังเกตหลายประการ

ประเด็นสำคัญคือ การรายงานระบุว่ามีการถือครอง หุ้นบุริมสิทธิ ทั้งที่บริษัทไม่เคยเสนอขายหุ้นประเภทดังกล่าว และปัจจุบันไม่มีหุ้นบุริมสิทธิคงเหลือ นอกจากนี้ การตรวจสอบภายในยังไม่พบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือบุคคลที่ขึ้นทะเบียนกับ ก.ล.ต. แต่อย่างใด จึงได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบเพิ่มเติม

บททดสอบระบบเปิดเผยข้อมูล

แม้ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดของข้อมูล ความบกพร่องของระบบ หรือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้สะท้อนประเด็นสำคัญว่า ระบบเปิดเผยข้อมูลของตลาดทุนจำเป็นต้องมีทั้ง ความรวดเร็ว ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือ ไปพร้อมกัน

ในตลาดทุน ข้อมูลที่เผยแพร่สู่สาธารณะสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนได้ในทันที หากข้อมูลคลาดเคลื่อน ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยจึงมองว่า สิ่งที่ตลาดกำลังรอคำตอบ ไม่ใช่เพียงว่า "สุภาพร พิมพงษ์” คือใคร แต่คือ เหตุใดข้อมูลที่มีข้อสงสัยจึงสามารถเข้าสู่ระบบเผยแพร่ได้ และ ก.ล.ต. จะยกระดับกระบวนการตรวจสอบก่อนเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างไร เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

เส้นแบ่งระหว่างความผิดพลาดกับความผิดตามกม.

ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย ก.ล.ต. ระบุว่า อยู่ระหว่างเปิดโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการ

หากผลการสอบสวนพบว่า มีการนำส่งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญต่อ ก.ล.ต. และข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยต่อประชาชน อาจเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 302/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีโทษทั้งทางอาญาและทางแพ่ง รวมถึงอาจมีการประสานหน่วยงานอื่นดำเนินการเพิ่มเติม หากพบความผิดตามกฎหมายฉบับอื่น

บทพิสูจน์ธรรมาภิบาลตลาดทุนไทย

สำหรับตลาดทุนไทย เหตุการณ์ครั้งนี้จึงมีนัยสำคัญมากกว่าประเด็นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เพราะเป็นบทพิสูจน์ต่อระบบกำกับดูแลทั้งหมด

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนไม่ได้เกิดจากระดับดัชนีหรือราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความมั่นใจว่า ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยมีความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

คำตอบจาก ก.ล.ต. ในคดีนี้ จึงอาจมีความสำคัญยิ่งกว่าการระบุว่าใครเป็นผู้กระทำผิด เพราะจะสะท้อนถึงมาตรฐานธรรมาภิบาล ความเข้มแข็งของระบบกำกับดูแล และความสามารถของตลาดทุนไทยในการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศในระยะยาว

สุภาพร สะเทือนทั้งระบบ_S2T (เพจ) copy.jpg