Smart Investment

เปิดเกม TTB! ชอร์ตเซลมาก่อน ING เท 6.3% จับตาแรงขาย-แผนซื้อหุ้นคืน


23 สิงหาคม 2569

TTB-ถูกเทก่อนดีล!-_S2T-(เว็บ)_0.jpg

Mr.Data

เปิดข้อมูลธุรกรรมชอร์ตเซล TTB พบแรงขายเพิ่มขึ้นก่อน ING เดินหน้าขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจงให้สถาบัน มูลค่าราว 475 ล้านยูโร ขณะที่โบรกฯ มองกระทบราคาหุ้นระยะสั้น แต่พื้นฐานยังไม่เปลี่ยน พร้อมจับตาโอกาส ING ลดสัดส่วนเพิ่มเติม และวงเงินซื้อหุ้นคืน TTB ที่ยังเหลือ 1.4 หมื่นล้านบาท

ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) กลายเป็นหุ้นธนาคารที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลัง ING Bank N.V. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เดินหน้าปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นอีกครั้ง ผ่านการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่นักลงทุนสถาบัน มูลค่าประมาณ 475 ล้านยูโร

ธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันต่อราคาหุ้น TTB และทำให้นักลงทุนหันมาโฟกัสข้อมูลการขายชอร์ต รวมถึงคำถามสำคัญว่า ING จะทยอยลดการลงทุนใน TTB ต่ออีกหรือไม่

เปิดข้อมูล “ชอร์ตเซล TTB” ก่อน ING เปิดดีล

ข้อมูลชอร์ตเซลที่เกี่ยวข้องกับ TTB พบว่าแรงขายมีเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะก่อนการประกาศดีลของ ING

18 ส.ค. 2569 ราคา 2.90 บาท มูลค่าการซื้อขาย 394.55 ล้านบาท

17 ส.ค. 2569 ราคา 2.96 บาท มูลค่าการซื้อขาย 339.99 ล้านบาท

14 ส.ค. 2569 ราคา 2.98 บาท มูลค่าการซื้อขาย 283.07 ล้านบาท

13 ส.ค. 2569 ราคา 3.06 บาท มูลค่าการซื้อขาย 159.94 ล้านบาท

11 ส.ค. 2569 ราคา 3.08 บาท มูลค่าการซื้อขาย 19.92 ล้านบาท

จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นว่ามูลค่าการขายชอร์ตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงกลางเดือน สอดคล้องกับช่วงที่ราคาหุ้น TTB เริ่มเผชิญแรงขายมากขึ้น

ขณะที่ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น TTB เคลื่อนไหวระหว่างจุดต่ำสุดที่ 2.70 บาท และขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 3.18 บาทก่อนเผชิญแรงขายจากข่าวการลดสัดส่วนของ ING

ประเด็นที่ต้องแยกให้ชัดคือ ข้อมูลชอร์ตเซลไม่ได้หมายความว่าผู้ขายชอร์ตรับรู้ข่าว ING ล่วงหน้า แต่เป็นข้อมูลที่สะท้อนว่าก่อนเกิดธุรกรรมดังกล่าว หุ้น TTB มีแรงขายเพื่อเก็งกำไรขาลงเข้ามาอยู่แล้ว

ING ขายหุ้นรอบใหม่ กว่า 6.1 พันล้านหุ้น

บล.ไอร่า ระบุว่า ING ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ TTB เตรียมขายหุ้นจำนวนประมาณ 6,149.2 ล้านหุ้น หรือราว 6.3% ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท ที่ราคาเสนอขาย 2.64–2.70 บาทต่อหุ้น

ราคาดังกล่าวต่ำกว่าราคาปิดก่อนดีลที่ 2.90 บาทประมาณ 6.9–9.0%

การขายเป็นการเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบัน โดยสำรวจความต้องการซื้อก่อนกำหนดราคาสุดท้าย และเป็นการขายข้ามคืน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบันทึกรายการเข้าระบบตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 2569

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดจาก TTB ระบุว่า หลังการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จวันที่ 21 ส.ค. 2569 สัดส่วนการถือหุ้นของ ING จะลดจาก 19.5% เหลือ 11.6% เมื่อคำนวณจากจำนวนหุ้นที่ไม่รวมหุ้นซื้อคืนของธนาคาร

TTB ย้ำ “ไม่กระทบธุรกิจ” พร้อมชูซื้อหุ้นคืน

TTB ชี้แจงว่า การขายหุ้นเป็นการบริหารพอร์ตการลงทุนของ ING โดยตรง ธนาคารไม่ได้รับทราบล่วงหน้าและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจดังกล่าว

ที่สำคัญ ธนาคารมองว่าการขายผ่านการเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันนอกกระดานหลัก ช่วยลดความเสี่ยงจากการเทขายหุ้นจำนวนมากในตลาด และมีส่วนช่วยกระจายการถือหุ้นไปยังนักลงทุนมากขึ้น ซึ่งในระยะยาวอาจเป็นผลดีต่อสภาพคล่องของหุ้น

TTB ยังย้ำว่า การลดสัดส่วนของ ING ไม่กระทบโครงสร้างการบริหาร การดำเนินงาน กลยุทธ์หลัก และความเป็นอิสระในการดำเนินธุรกิจ โดยบทบาทของ ING ปัจจุบันอยู่ในระดับคณะกรรมการธนาคาร ขณะที่การบริหารงานหลักขับเคลื่อนโดยทีมผู้บริหารไทย

อีกปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจคือ โครงการซื้อหุ้นคืนของ TTB วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2568–2571 ซึ่งธนาคารดำเนินการซื้อคืนไปแล้วประมาณ 21,000 ล้านบาท และยังมีวงเงินเหลือประมาณ 14,000 ล้านบาท

จุดนี้ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อาจช่วยรองรับแรงกดดันจากหุ้นของ ING หากในอนาคตมีการลดสัดส่วนเพิ่มเติม

ING ขายครั้งที่ 2 — ตลาดเริ่มจับตา “จะมีรอบต่อไปหรือไม่”

สิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจมากกว่าตัวดีลครั้งนี้ คือ แนวโน้มการถือหุ้นของ ING ในระยะถัดไป

เพราะนี่ไม่ใช่การขายครั้งแรกของปี 2569 โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569 ING เคยขายหุ้น TTB จำนวนประมาณ 4,090.69 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 9,244.98 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 2.26 บาทต่อหุ้น

เมื่อเกิดการขายต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 นักลงทุนจึงเริ่มตั้งคำถามว่า ING อาจมีแผนบริหารสัดส่วนการลงทุนใน TTB ต่อเนื่องหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การขายครั้งล่าสุดมีประเด็นช่วยลดแรงกดดันบางส่วน โดยหุ้นส่วนที่ ING ยังคงถืออยู่จะมีเงื่อนไข ห้ามขายเป็นเวลา 90 วัน ตามข้อมูลของโบรกเกอร์

มุมมองโบรกฯ แตกต่างกัน แต่เห็นตรงกัน “ระยะสั้นกดดันราคา”

บล.ไอร่า มองว่าดีลครั้งนี้มีโอกาสสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้น TTB ในระยะสั้น เนื่องจากราคาเสนอขายต่ำกว่ากระดานค่อนข้างมาก แม้เป็นการขายให้สถาบันและมีเงื่อนไขห้ามขายหุ้นที่เหลือ 90 วัน

แนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ให้ราคาเป้าหมาย 2.58 บาท โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาสูงกว่ามูลค่าที่เหมาะสมแล้ว แต่ยังมีปัจจัยหนุนจากโครงการซื้อหุ้นคืนของธนาคาร

บล.กสิกรไทย ประเมินว่าการลดสัดส่วนของ ING ไม่น่ากระทบผลการดำเนินงานและประมาณการกำไรของ TTB โดยคาดกำไรปี 2569 ที่ 22,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน

กสิกรไทยยังคงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 2.81 บาท และมองว่าหากราคาหุ้นปรับลงมาที่ 2.60 บาทหรือต่ำกว่า จะเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น จากส่วนต่างราคาเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นและคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลจะอยู่ราว 6%

ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่าการขายหุ้นประมาณ 6.3% ที่ราคา 2.64–2.70 บาท จะกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น แต่ไม่กระทบการดำเนินงานของ TTB

พร้อมประเมินว่าหุ้นส่วนที่ ING ยังถืออยู่มีโอกาสถูกขายออกมาในอนาคต อย่างไรก็ตาม โครงการซื้อหุ้นคืนของ TTB ที่ยังมีวงเงินเหลือประมาณ 14,000 ล้านบาท อาจช่วยลดแรงกดดันจากหุ้นส่วนเกินในตลาดได้

บล.ฟินันเซียฯ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และให้ราคาเป้าหมายสูงสุดในกลุ่มข้อมูลที่รวบรวมครั้งนี้ที่ 3.05 บาท

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าดีลดังกล่าวกระทบการดำเนินงานของธนาคาร ขณะที่ TTB ยังมีแผนบริหารเงินทุนและซื้อหุ้นคืนที่เหลือวงเงินประมาณ 14,000 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นกลไกสำคัญในการช่วยดูแลผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น

ดังนั้น TTB จึงอยู่ในช่วง “แรงกดดันจากโครงสร้างผู้ถือหุ้น” มากกว่าการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานธุรกิจ นักลงทุนระยะสั้นต้องระวังแรงขายจากส่วนลดของดีล ส่วนผู้ลงทุนที่มองระยะกลางควรติดตามราคาหุ้นหลังรายการ PP เข้าระบบ รวมถึงทิศทางการซื้อหุ้นคืนและการเคลื่อนไหวของ ING หลังพ้นช่วงห้ามขาย

TTB-ถูกเทก่อนดีล!_0.jpg