Smart Investment

น้ำท่วม กทม. ยังไม่ซ้ำรอยปี 54 โบรกฯ มองเศรษฐกิจเสียหายจำกัด 2–4 หมื่นลบ. เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ “ซ่อมบ้าน–ค้าปลีก–ชิป”


04 ตุลาคม 2569

น้ำท่วม 69 ยังไม่ซ้ำปี 54_S2T (เว็บ) copy.jpg

Mr.Data

4 โบรกฯ ประเมินผลกระทบน้ำท่วมปี 2569 ยังอยู่ในวงจำกัด เหตุยังไม่ลุกลามเข้าสู่ฐานการผลิตสำคัญ แตกต่างจากมหาอุทกภัยปี 2554 ที่กระทบภาคอุตสาหกรรมและห่วงโซ่การผลิตเป็นวงกว้าง ขณะที่ตลาดหุ้นมีโอกาสเผชิญแรงกดดันจากความกังวลระยะสั้นมากกว่าผลกระทบต่อกำไรบริษัท พร้อมเปิดกลุ่มหุ้นรับประโยชน์หลังน้ำลด ตั้งแต่ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซมบ้าน ไปจนถึงหุ้นอิเล็กทรอนิกส์

สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่ซ้ำรอยปี 2554

บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2569 ว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจน่าจะอยู่ในวงจำกัด และต่ำกว่ามหาอุทกภัยปี 2554 อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่พบการลุกลามเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมและฐานการผลิตสำคัญ

FSS ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจเบื้องต้นราว 2–4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นผลกระทบต่อ GDP ประมาณ 0.1–0.2% โดยภาคครัวเรือนจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและการผลิตส่วนใหญ่ยังมีความแข็งแกร่ง

ด้านตลาดหุ้น FSS มองว่า แรงกดดันมีแนวโน้มสะท้อนผ่านความกังวลของนักลงทุนในระยะสั้น มากกว่าจะกลายเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง หากสถานการณ์คลี่คลายได้เร็ว ผลกระทบต่อผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะค่อนข้างจำกัด

KS ประเมินเสียหาย 2–3 หมื่นล้านบาทต่อสัปดาห์

ด้าน บล.กสิกรไทย (KS) ประเมินว่า แม้น้ำท่วมจะกระจายหลายพื้นที่ แต่ภาพรวมยังต่ำกว่าปี 2554 อย่างมาก โดยข้อมูล ณ วันที่ 27 ก.ย. 2569 ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 25 จังหวัด 128 อำเภอ และประชาชนได้รับผลกระทบราว 5.45 แสนคน ขณะที่กรุงเทพฯ มีการรายงานพื้นที่ได้รับผลกระทบในหลายเขต

KS ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 3,000–4,000 ล้านบาทต่อวัน หรือราว 2–3 หมื่นล้านบาทต่อสัปดาห์ หากสถานการณ์รุนแรงต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์ อาจกดดัน GDP ราว 0.1%

เมื่อเทียบกับปี 2554 ซึ่งน้ำท่วม 66 จังหวัด มีประชาชนได้รับผลกระทบราว 13.6 ล้านคน และสร้างความเสียหายประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท สถานการณ์ในปีนี้จึงยังมีขนาดและผลกระทบทางเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม KS มองว่า SET อาจเผชิญแรงขายจากความเชื่อมั่นที่ลดลง โดยประเมินกรณีฐานว่าดัชนีมีโอกาสปรับฐานประมาณ 1–2% และมีแนวรับบริเวณ 1,580–1,565 จุด

CGSI แบ่ง 2 ฉากทัศน์ จับตาระยะเวลาน้ำท่วม

บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (CGSI) ระบุว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นพื้นที่สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 47.3% ของเศรษฐกิจประเทศ จึงต้องติดตามระยะเวลาของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

CGSI แบ่งสถานการณ์ออกเป็น 2 กรณี ได้แก่ หากสามารถระบายน้ำได้ภายใน 4–5 วัน ผลกระทบจะอยู่ในระดับจำกัด กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีโอกาสกลับมาได้เร็ว ขณะที่หากน้ำท่วมยืดเยื้อเกิน 5 วัน อาจเริ่มกระทบกำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น

กลุ่มที่ต้องติดตามแรงกดดัน ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ ประกันภัย ธนาคารและสินเชื่อ รวมถึงโรงงานในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ค้าปลีกและธุรกิจซ่อมแซมบ้านมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการซื้อสินค้าจำเป็นและอุปกรณ์ซ่อมแซมหลังน้ำลด

เปิดโผหุ้น “ซ่อมบ้าน” รับดีมานด์หลังน้ำลด

สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟูหลังน้ำลด FSS มองไปที่ HMPRO, GLOBAL, DOHOME, TOA, SCGD, DCC และ DRT เนื่องจากมีโอกาสเห็นความต้องการสินค้าซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ย. ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4/69

ขณะที่ KS มองกลุ่ม ค้าปลีกและอาหาร มีโอกาสได้ประโยชน์จากการซื้อสินค้าจำเป็นและการกักตุนสินค้า รวมถึงกลุ่ม ICT ที่อาจได้แรงหนุนจากความต้องการใช้งานระบบสื่อสารและข้อมูลที่เพิ่มขึ้น

ในทางกลับกัน กลุ่ม BANK และ FIN ต้องจับตาคุณภาพสินทรัพย์และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ส่วน INSUR มีความเสี่ยงจากค่าสินไหมที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ TOUR และ TRANS อาจได้รับผลกระทบจากการเดินทางที่หยุดชะงัก และ CONS อาจเผชิญความเสี่ยงจากโครงการก่อสร้างที่ล่าช้า

Pi ชี้ผลกระทบจำกัด เปิดหุ้นรับมือสถานการณ์

บล.พาย (Pi) มองว่าน้ำท่วมยังเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวและการบริโภค แต่เชื่อว่าสถานการณ์มีโอกาสคลี่คลาย และผลกระทบไม่น่ารุนแรงเท่าปี 2554

จากข้อมูลของ Pi ช่วงน้ำท่วมปี 2554 กลุ่มที่ได้รับแรงกดดันระหว่างเกิดน้ำท่วม ได้แก่ แพ็กเกจจิ้ง อิเล็กทรอนิกส์ และขนส่ง ขณะที่กลุ่มโรงพยาบาล ICT กองทรัสต์เพื่อการลงทุน และค้าปลีก ปรับตัวลงน้อยกว่า

หลังสถานการณ์คลี่คลายประมาณ 1 เดือน พบการฟื้นตัวของหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง แพ็กเกจจิ้ง และอาหาร สะท้อนว่าหากสถานการณ์น้ำลดลงเร็ว กิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการซ่อมแซมมีโอกาสกลับมาในระยะถัดไป

Pi ประเมินกรอบ SET ที่ 1,590–1,620 จุด และเลือกหุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจำกัด ได้แก่ BDMS, BCH, CPALL, PTT, PTTEP, PTTGC, TOP, ITC และ TU

DELTA-HANA-KCE ยังถูกจับตา หาก SET หลุด 1,600 จุด

อีกประเด็นจาก CGSI คือ หากแรงขายจากความกังวลเรื่องน้ำท่วมกดดัน SET หลุดระดับ 1,600 จุด โบรกฯ มองว่าหุ้นอิเล็กทรอนิกส์อาจกลับมาได้รับความสนใจ เนื่องจากรายได้ของธุรกิจพึ่งพาตลาดต่างประเทศและแนวโน้มการลงทุนด้านเทคโนโลยีมากกว่าการบริโภคภายในประเทศ

หุ้นที่ CGSI ให้จับตา ได้แก่ DELTA, HANA และ KCE โดยเฉพาะธีมการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลก

น้ำท่วม 69 ยังไม่ซ้ำปี 54_S2T (เพจ) copy.jpg