SGC ติดโผหุ้นวิ่งเดือนต.ค. SINGER- JAMART ยิ้ม! หุ้นใหญ่ รายใหม่ เป๋าตุง

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเดือนต.ค. 2569 ดัชนีปรับตัวลดลง 2.59 % เป็นผลจากการที่แรงเทขายกระหน่ำไปที่หุ้นอิเล็กทรอนิกส์อย่างโดดเด่น ขณะที่หุ้นขนาดเล็กปรับตัวขึ้นสวนทางโดยเฉพาะหุ้น บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) SGC ปรับตัวเพิ่มขึ้น 29.56%
ทั้งนี้จากการสำรวจโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทฯดังกล่าวพบว่า" เฉลิมพล ธัชวรานันท์" เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 รองจากกลุ่มบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) SINGER และบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) JAMART โดยบุคคลดังกล่าวถือหุ้น จำนวน 82,678,000 หุ้นคิดเป็น 1.32%
สำหรับ "เฉลิมพล ธัชวรานันท์" ได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อันดับ 3 นับตั้งแต่ ณ วันที่มีการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อช่วงวันที่ 5 ส.ค. 2569 จนถึงปัจจุบัน
ขณะที่การเคลื่อนไหวราคาหุ้นของ SGC ตั้งแต่เดือนส.ค.ถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น 17.71 % ขณะที่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 135.71%
ส่งผลให้มูลค่าการถือครองของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มขึ้น โดยบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) SINGER มูลค่าถือครองเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9,640,800,000 บาท บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) JAMART เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 300,345,085.10 บาท
" เฉลิมพล ธัชวรานันท์" ผู้ถือหุ้นรายใหม่ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 170,316,680 บาท จากเดิมอยู่ที่ 144,686,500 บาท
รวมทั้งยังพบว่า นักลงทุนรายใหญ่ชื่อดัง ยังคงกอดหุ้นในสัดส่วนเท่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น”สุระ คณิตทวีกุล”มูลค่าการถือครองอยู่ที่ 123,600,000 บาท
“ชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย” มูลค่าการถือครองอยู่ที่ 67,079,162.00 บาท
สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดของ SGC ประกอบด้วย
1. บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) 4,680,000,000 หุ้น คิดเป็น 75.00%
2. บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 145,798,585 หุ้น คิดเป็น 2.34%
3. นาย เฉลิมพล ธัชวรานันท์ 82,678,000 หุ้น คิดเป็น 1.32%
4. บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 71,966,133 หุ้น คิดเป็น 1.15%
5. นาย สุระ คณิตทวีกุล 60,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.96%
6. นาย จิตติพร จันทรัช 54,782,300 หุ้น คิดเป็น 0.88%
7. นาย ชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย 32,562,700 หุ้น คิดเป็น 0.52%
8. นาย อานนท์ ไพจิตโรจนา 30,502,036 หุ้น คิดเป็น 0.49%
9. นาย ชวิน กิรณานนท์ 29,200,000 หุ้น คิดเป็น 0.47%
10. นาย สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ 21,156,304 หุ้น คิดเป็น 0.34%
ที่ผ่านมา นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART กล่าวว่า กลุ่ม JMART มองว่าการยกระดับการกำกับดูแล Non-Bank และ Buy Now Pay Later (BNPL) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เป็นทิศทางเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม เพราะเมื่อบริการสินเชื่อและ Digital Lending มีบทบาทต่อผู้บริโภคมากขึ้น การมีมาตรฐานที่ชัดเจนจะช่วยยกระดับการแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภค และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเติบโตบนพื้นฐานของคุณภาพสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
สำหรับกลุ่มเจมาร์ท ให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจการเงินควบคู่กับ Responsible Lending, Risk Management และ Good Governance มาโดยตลอด โดยบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจสินเชื่อได้พัฒนากระบวนการพิจารณาสินเชื่อ การบริหารความเสี่ยง และการดูแลคุณภาพพอร์ตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับทิศทางการกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้นและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน”
ส่วน บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER และเป็นส่วนหนึ่งของ Ecosystem ของ Jaymart Group ดำเนินธุรกิจสินเชื่อภายใต้ใบอนุญาตและหลักเกณฑ์ตามกฎหมายของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีระบบรองรับตั้งแต่การพิจารณาสินเชื่อ การกำหนดวงเงิน การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ การบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต ไปจนถึงการติดตามคุณภาพสินเชื่อ
ด้าน นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ SGC กล่าวว่า SGC เดินหน้าขยายธุรกิจสินเชื่อ Lock Phone ผ่านแพลตฟอร์ม SG FINANCE+ อย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ มียอดปล่อยสินเชื่อใหม่สะสมทะลุ 20,000 ล้านบาท สะท้อนการตอบรับของตลาดและศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ทิศทางการยกระดับการกำกับดูแลของ ธปท. ในครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางที่ SGC ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านอัตราดอกเบี้ย ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง บริษัทดำเนินการตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับผลิตภัณฑ์สินเชื่อแต่ละประเภท ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับหลัก Responsible Lending และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เพื่อให้การเติบโตของธุรกิจเป็นไปอย่างเหมาะสมและยั่งยืน
แนวทางการยกระดับการกำกับดูแล Non-Bank และ BNPL ในครั้งนี้ จึงเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับการเตรียมความพร้อมของ SGC ซึ่งได้วางระบบรองรับในหลายด้านมาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ การบริหารความเสี่ยง การดำเนินงานภายใต้กรอบของหน่วยงานกำกับ และการดูแลผู้บริโภค พร้อมติดตามรายละเอียดหลักเกณฑ์ใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเมื่อมีความชัดเจน และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมีคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานการกำกับดูแลที่เหมาะสม