Smart Investment

โซลาร์ชุมชน 1,500 MW เปิดเกมใหม่กลุ่มโรงไฟฟ้า โบรกฯ ชี้ช่อง GULF–BGRIM–GPSC–GUNKUL–WHAUP–SPCG รับโอกาส TSE ลุย Solar Community–Direct PPA ตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 100 MW


27 กันยายน 2569

ปลดล็อกโซลาร์ชุมชน 1,500 MW_S2T (เว็บ) copy.jpg

Mr.Data

ราชกิจจานุเบกษาประกาศระเบียบจัดหาไฟฟ้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนรวมไม่เกิน 1,500 MW อย่างเป็นทางการ กำหนดค่าไฟแบบคงที่ 2.1679 บาทต่อหน่วย เปิดทางเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกโครงการ ขณะที่โบรกฯ มองเป็นบวกต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยจับตา GULF, BGRIM, GPSC, GUNKUL, WHAUP และ SPCG ด้าน TSE เตรียมพร้อมลุยทั้งโซลาร์ชุมชนและ Direct PPA ตั้งเป้าเสนอขายไฟใหม่ไม่น้อยกว่า 100 MW

ตลาดโรงไฟฟ้าเริ่มเห็นความชัดเจนของโอกาสลงทุนใหม่ หลังราชกิจจานุเบกษาประกาศระเบียบการจัดหาไฟฟ้าโครงการ โซลาร์ฟาร์มชุมชนรวมไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ (MW) อย่างเป็นทางการ โดยโครงการดังกล่าวเป็นคนละส่วนกับแผนโซลาร์ภาคประชาชน 10,000 MW

สาระสำคัญคือการกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบคงที่ หรือ FiT ที่ 2.1679 บาทต่อหน่วย และกำหนดระยะเวลาสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 25 ปี พร้อมใช้เกณฑ์คัดเลือกที่เน้นคุณภาพและความเหมาะสมของโครงการ แทนระบบเดิมที่เน้นลำดับการยื่นข้อเสนอ

การประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเข้าสู่กระบวนการเปิดรับข้อเสนอและคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสามารถประเมินโอกาสในการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ได้ชัดเจนขึ้น

โบรกฯ มองบวก กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า การประกาศระเบียบจัดหาไฟฟ้าของโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนรวมไม่เกิน 1,500 MW ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญ หลังจาก กกพ. ปลดล็อกหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบคงที่ที่ 2.1679 บาทต่อหน่วย

ฟินันเซียฯ คาดว่าหลังจากมีการประกาศระเบียบแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการประมูลในระยะถัดไป และมองว่าหุ้นที่น่าจับตา ได้แก่ GULF, BGRIM, GPSC, GUNKUL, WHAUP และ SPCG ซึ่งมีโอกาสเข้าร่วมประมูล รวมถึงได้รับประโยชน์จากความต้องการอุปกรณ์และงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ บล.กรุงศรี ประเมินว่าการประกาศหลักเกณฑ์เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดกลางและเล็ก เนื่องจากรูปแบบโครงการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหลายรายเข้าร่วมแข่งขันได้

กรุงศรีมอง WHAUP, GUNKUL และ SSP เป็นกลุ่มที่มีโอกาสได้รับประโยชน์ ขณะเดียวกันประมาณการผลประกอบการของกลุ่มโรงไฟฟ้ายังไม่ได้รวมโอกาสจากกำลังการผลิตใหม่ของโซลาร์ชุมชน 1,500 MW และแผน PDP ฉบับใหม่ที่มีศักยภาพเพิ่มกำลังการผลิตอีกประมาณ 50,900 MW

ส่วน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่าการเดินหน้าโครงการโซลาร์ชุมชนเป็นบวกต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดกลางและเล็ก โดยมองว่าโครงการที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสะสมหลายโครงการเพื่อสร้างผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ และเลือก GUNKUL, SSP และ TSE เป็นหุ้นที่น่าสนใจจากประเด็นดังกล่าว

TSE ลุย 2 ทาง ทั้งโซลาร์ชุมชน–Direct PPA

ด้าน บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TSE เตรียมรับโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานไทย โดยอยู่ระหว่างศึกษาและเตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการใหม่ ทั้ง โซลาร์ชุมชน และการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA)

บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เสนอขายใหม่รวม ไม่น้อยกว่า 100 MW เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มศูนย์ข้อมูลและภาคอุตสาหกรรม

TSE ยังอยู่ระหว่างศึกษาการนำระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน หรือ BESS มาใช้ร่วมกับโครงการ เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความยืดหยุ่นในการจ่ายไฟ พร้อมมองว่า Direct PPA จะเป็นอีกช่องทางสำคัญในการต่อยอดธุรกิจ ท่ามกลางความต้องการไฟฟ้าสะอาดจากกลุ่มศูนย์ข้อมูลที่มีแนวโน้มขยายตัว

Solar Big Lot 28 โครงการ 229 MW จ่อทยอยรับรู้รายได้

ขณะเดียวกัน TSE ยังคงเดินหน้าโครงการ Solar Big Lot จำนวน 28 โครงการ มีกำลังการผลิตเสนอขายรวม 229.06 MW ซึ่งได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. เป็นระยะเวลา 25 ปีแล้ว และอยู่ระหว่างเร่งดำเนินงานด้านวิศวกรรมและก่อสร้าง

สำหรับ 4 โครงการแรก มีกำลังการผลิตรวม 30.20 MW คาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ หรือ COD ในไตรมาส 2/2570 ขณะที่อีก 24 โครงการ มีกำลังการผลิตรวม 198.86 MW คาดว่าจะทยอย COD ในช่วงปี 2571–2573 เมื่อโครงการทั้ง 28 แห่งเดินเครื่องครบตามแผน บริษัทคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มเติมประมาณ 900–1,000 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ TSE ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในพื้นที่ตำบลคอรุม จังหวัดอุตรดิตถ์ กำลังการผลิตเสนอขาย 8 MW ได้รับสิทธิสัมปทานเป็นเวลา 28 ปี 6 เดือน ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเตรียมลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า

จับตาเกมประมูล ใครคว้าโครงการใหม่

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ กำหนดการเปิดรับข้อเสนอ เกณฑ์การแข่งขัน การจัดสรรโครงการ และรายละเอียดขนาดโครงการที่ได้รับสิทธิ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อโอกาสเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ประกอบการแต่ละราย

สำหรับหุ้นที่โบรกเกอร์กล่าวถึงจากธีมโซลาร์ชุมชน 1,500 MW ได้แก่ GULF, BGRIM, GPSC, GUNKUL, WHAUP, SPCG, SSP และ TSE โดยแต่ละบริษัทมีความพร้อมและโครงสร้างธุรกิจที่แตกต่างกัน

ดังนั้น การประกาศระเบียบครั้งนี้จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการแข่งขันรอบใหม่ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยตลาดจะจับตาต่อว่า บริษัทใดสามารถเปลี่ยนโอกาสจากกำลังการผลิตใหม่ให้กลายเป็นโครงการที่ได้รับคัดเลือกและสร้างรายได้ในระยะยาวได้จริง!

ปลดล็อกโซลาร์ชุมชน 1,500 MW_S2T (เพจ) copy.jpg