"สุระ คณิตทวีกุล" รายใหญ่ ลดสัดส่วนถือหุ้น SGC "พีรนาถ โชควัฒนา" ดอดตุนถี่ยิบ

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 3/2569 ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในทิศทางขาลงจนมายืนต่ำกว่าระดับ 1,600 จุด โดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ปรับลดลงมากสุดถึง 17.11%ขณะที่หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี ปรับตัวเพิ่มขึ้น มากสุด 35.10% สำหรับหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ปรับตัวลดลง 5.55%
ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในส่วนของโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)หรือ SGC ล่าสุด เดือนก.ย. 2569 พบว่า "สุระ คณิตทวีกุล"ในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ โดยเป็น ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 5 ได้ลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลง ล่าสุดถือครอง 60,000,000หุ้น คิดเป็น 0.96% จากเดิมที่เคยถือหุ้น70,000,000หุ้น คิดเป็น 1.12%
ส่วนสัดส่วนการถือครองหุ้น SGC ของ "สุระ คณิตทวีกุล"ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมามีดังนี้
03/09/2569 ถือหุ้น 60,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.96%
05/08/2569 ถือหุ้น 70,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.12%
25/02/2568 ถือหุ้น 45,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.72%
19/08/2567 ถือหุ้น 33,319,400 หุ้น คิดเป็น 1.02%
นอกจากนี้ยังพบว่าในแบบรายงานการได้มาและจำหน่ายหลักทรัพย์ (246-2 )ของ SGC ในช่วงเดือนก.ย.2569 มีรายใหญ่อย่าง"พีรนาถ โชควัฒนา"ได้ทำรายการเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังไม่ปรากฏรายชื่อในโครงสร้างผู้ถือหุ้น และถือว่าเป็นการทำรายการสวนทางกับการลงทุนของ "สุระ คณิตทวีกุล" ดังนี้
01/09/2569 รายงานซื้อ จำนวน 20,000 หุ้นในราคาหุ้นละ 1.55 บาท
02/09/2569รายงานซื้อ จำนวน 20,000 หุ้นในราคาหุ้นละ1.52 บาท
03/09/2569 รายงานซื้อ จำนวน 40,000 หุ้นในราคาหุ้นละ1.47 บาท
14/09/2569 รายงานซื้อ จำนวน 10,000 หุ้นในราคาหุ้นละ1.47 บาท
โครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดของ SGC ประกอบด้วย
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) 4,680,000,000 หุ้น คิดเป็น 75.00%
บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 145,798,585 หุ้น คิดเป็น 2.34%
นาย เฉลิมพล ธัชวรานันท์ 82,678,000 หุ้น คิดเป็น 1.32%
บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 71,966,133 หุ้น คิดเป็น 1.15%
นาย สุระ คณิตทวีกุล 60,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.96%
นาย จิตติพร จันทรัช 54,782,300 หุ้น คิดเป็น 0.88%
นาย ชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย 32,562,700 หุ้น คิดเป็น 0.52%
นาย อานนท์ ไพจิตโรจนา 30,502,036 หุ้น คิดเป็น 0.49%
นาย ชวิน กิรณานนท์ 29,200,000 หุ้น คิดเป็น 0.47%
นาย สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ 21,156,304 หุ้น คิดเป็น 0.34%
การเคลื่อนไหวราคาหุ้น SGCในไตรมาส 3/2569 ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 12.93% สวนภาพรวมดัชนีกลุ่มไฟแนนซ์ที่ปรับตัวลดลง
อนึ่ง บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติการจําหน่ายพอร์ตสินเชื่อรถทําเงิน การโอน ทุนสํารองตามกฎหมายและส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญเพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมของบริษัท โดยกําหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 สรุปได้ดังนี้
-
มีมติอนุมัติให้บริษัทจําหน่ายพอร์ตสินเชื่อรถทําเงินจํานวนไม่เกิน 1,300 ล้านบาท ให้แก่นิติบุคคลซึ่ง ไม่เข้าข่ายเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยการทํารายการดังกล่าวเป็นการทํารายการจําหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ และเมื่อคํานวณขนาดรายการตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนที่ ทจ.45/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทํารายการที่มีนัยสําคัญ (ประกาศฯ การทํารายการที่มีนัยสําคัญ) มีมูลค่า ขนาดรายการต่ํากว่าร้อยละ 25 บริษัทจึงไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหรือเปิดเผยสารสนเทศต่อตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามประกาศฯ การทํารายการที่มีนัยสําคัญ กําหนด
-
มีมติให้นําเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เพื่อพิจารณาการโอนทุนสํารองตาม กฎหมายจํานวน 209,379,885 บาท และส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญจํานวน 646,993,040 บาท เพื่อ ชดเชยผลขาดทุนสะสมของบริษัทตามงบการเงินเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 จํานวน 856,372,925 บาท ทั้งนี้ ภายหลังจากโอนทุนสํารองตามกฎหมายและส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญเพื่อ ชดเชยผลขาดทุนสะสมดังกล่าว บริษัทจะไม่มีผลขาดทุนสะสมในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท และจะมีทุนสํารองตามกฎหมายคงเหลือจํานวน 0 บาท และมีส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญคงเหลือจํานวน 2,535,280,527 บาท
-
มีมติอนุมัติกําหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-EGM) เท่านั้น ตามพระราชกําหนดว่าด้วย การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยได้กําหนดวันกําหนด รายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 3 กันยายน 2569 (Record Date)
ที่ผ่านมา นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ SGC กล่าวว่า SGC เดินหน้าขยายธุรกิจสินเชื่อ Lock Phone ผ่านแพลตฟอร์ม SG FINANCE+ อย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ มียอดปล่อยสินเชื่อใหม่สะสมทะลุ 20,000 ล้านบาท สะท้อนการตอบรับของตลาดและศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ
ขณะเดียวกัน ทิศทางการยกระดับการกำกับดูแลของ ธปท. ในการยกระดับการกำกับดูแล Non-Bank และ Buy Now Pay Later (BNPL) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวทางที่ SGC ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านอัตราดอกเบี้ย ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง บริษัทดำเนินการตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับผลิตภัณฑ์สินเชื่อแต่ละประเภท ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับหลัก Responsible Lending และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เพื่อให้การเติบโตของธุรกิจเป็นไปอย่างเหมาะสมและยั่งยืน
แนวทางการยกระดับการกำกับดูแล Non-Bank และ BNPL ในครั้งนี้ จึงเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับการเตรียมความพร้อมของ SGC ซึ่งได้วางระบบรองรับในหลายด้านมาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ การบริหารความเสี่ยง การดำเนินงานภายใต้กรอบของหน่วยงานกำกับ และการดูแลผู้บริโภค พร้อมติดตามรายละเอียดหลักเกณฑ์ใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเมื่อมีความชัดเจน และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมีคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานการกำกับดูแลที่เหมาะสม