Smart Investment

"ประทีป ตั้งมติธรรม" เป๋าตุง! ลดสัดส่วน RATCH รับกำไร - ปันผล พบถือหุ้นต่ำสุดรอบ 6 ปี


26 กันยายน 2569

ประทีป-ตั้งมติธรรม_info-ปก_0.jpg

ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ณ วันที่ 22 ก.ย. 2569 ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยระดับ 0.58% และพยายามจะรักษาในระดับ 1,600 จุดไว้ให้ได้ โดยดัชนีหุ้นกลุ่มปิโตรเคมียังเป็นกลุ่มที่ปรับตัวโดดเด่น

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า "ประทีป ตั้งมติธรรม"ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH พบว่า ได้มีการลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลงอย่างชัดเจน โดยล่าสุดถือหุ้น จำนวน 18,845,650 หุ้น คิดเป็น 0.87% จากเดิมที่เคยถือหุ้น 27,335,450 หุ้น คิดเป็น 1.26%

รวมทั้งหากพิจารณาการถือครองหุ้นRATCH จะเห็นว่า ล่าสุดเป็นสัดส่วนที่ต่ำสุดในรอบ 6  ปี โดยมีรายละเอียดดังนี้

08/09/2564        จำนวน 11,888,600           หุ้น คิดเป็น 0.82 %

12/09/2565        จำนวน 24,372,050            หุ้น คิดเป็น 1.12 %

04/09/2566        จำนวน 21,756,350           หุ้น คิดเป็น 1.00 %

06/09/2567        จำนวน 28,469,950            หุ้น คิดเป็น 1.31 %

03/09/2568       จำนวน 31,930,650            หุ้น คิดเป็น  1.47 %

09/09/2569        จำนวน 18,845,650           หุ้น คิดเป็น  0.87 %

ขณะที่การเคลื่อนไหวราคาหุ้น RATCH ในรอบปี 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 29.66%

นอกจากนี้ RATCH ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา  0.70 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่จ่ายปันผล วันที่ 24 ก.ย. 2569 ดังนั้นการที่ "ประทีป ตั้งมติธรรม" ลดสัดส่วนในครั้งนี้จะทำให้ได้รับกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น และเงินปันผลตามสัดส่วนการถือครองหุ้นราว 13,191,955 บาท 

ในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดของ RATCH ประกอบด้วย 

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย             978,750,000 หุ้น คิดเป็น45.00%

สหกรณ์ ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด          128,224,936 หุ้น คิดเป็น5.90%

สำนักงานประกันสังคม               101,870,550 หุ้น คิดเป็น4.68%

บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด             87,477,389 หุ้น คิดเป็น4.02%

กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง             29,553,750 หุ้น คิดเป็น1.36%

SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED          26,541,078 หุ้น คิดเป็น1.22%

 ประทีป ตั้งมติธรรม            18,845,650 หุ้น คิดเป็น 0.87%

สมชาย ลิ้มถิรคุณ             15,800,000 หุ้น คิดเป็น0.73%

 มิน เธียรวร            15,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.69%

 สมหมาย ลิ้มถิรคุณ          12,000,000 หุ้น คิดเป็น0.55%

ขณะที่บล.ทิสโก้ แนะนำ “ถือ” หุ้น RATCH  มูลค่าที่เหมาะสม 37.00 บาท โดยประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์

Data Center (DC) เป็นโอกาสการเติบโตที่มีศักยภาพอย่างมีนัยสำคัญ

RATCH กำลังศึกษาการพัฒนา DC Hub ที่มีศักยภาพรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 1,400 เมกะวัตต์ โดยใช้ที่ดินเดิมของโรงไฟฟ้า RG ซึ่งสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากำลังจะหมดอายุ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการหารือกับลูกค้า DC ที่มีศักยภาพจำนวน 5-6 ราย โดยรูปแบบธุรกิจที่อยู่ระหว่างการพิจารณาครอบคลุมการให้เช่าที่ดิน การจำหน่ายไฟฟ้า การจัดหาน้ำ และบริการเดินเครื่องและบำรุงรักษา (O&M) นอกจากนี้ RATCH ยังมองว่าโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซที่มีอยู่สามารถเดินเครื่องต่อไปได้อีก 15-20 ปี แม้ว่าฝ่ายบริหารจะไม่ได้ระบุลำดับความสำคัญอย่างชัดเจน แต่เราเข้าใจว่าบริษัทให้น้ำหนักกับโอกาสในการพัฒนา DC Hub มากกว่าการต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเดิม

พลังงานหมุนเวียนยังคงเป็นพื้นที่การเติบโตสำคัญ

ฝ่ายบริหารมองว่าพลังงานหมุนเวียนเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญของ RATCH ภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าปี 2026 (PDP2026) ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาโอกาสการลงทุนในเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) แม้ว่าฝ่ายบริหารจะมองว่าการลงทุนดังกล่าวควรนำโดย กฟผ.

โอกาสจากโครงการโรงไฟฟ้าเอกชนในอินโดนีเซีย

RATCH กำลังรอผลการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซในอินโดนีเซียที่มีกำลังการผลิตมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ โดยร่วมมือกับพันธมิตรเดิมในโครงการโรงไฟฟ้าไพตัน

นโยบายเงินปันผลยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวัง

สำหรับเงินปันผลระหว่างกาลที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ฝ่ายบริหารระบุว่าบริษัทต้องการรักษากระแสเงินสดไว้เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารยังไม่ได้ให้คำมั่นระหว่างการประชุมว่าจะคงเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ในปี 2026 ไว้ในระดับเดียวกับปีก่อน

ประทีป-ตั้งมติธรรม_info_0.jpg