PDP 2026 เปิดรอบลงทุน 25 ปี ไฟฟ้าใหม่ 5.09 หมื่นเมกะวัตต์ GULF–GUNKUL–TSE นำทัพหุ้นเด่น

Mr.Data
ร่าง PDP 2026 เปิดฉากรอบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าครั้งใหญ่ วางเป้ากำลังผลิตใหม่ 50,900 MW ในช่วง 12 ปีแรก เดินหน้าพลังงานหมุนเวียน โซลาร์ BESS และ SMR พร้อมพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้ารองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โบรกฯ มองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า ชู GULF–GUNKUL–GPSC–BGRIM ขณะที่หุ้นโรงไฟฟ้าหลายตัวราคาวิ่งแรงตั้งแต่ต้นปี
ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP 2026 กำลังเข้าสู่กระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็น ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย หลังภาครัฐวางกรอบแผนระยะยาว 25 ปี เพื่อปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้า รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ช่วง 12 ปีแรก หรือปี 2569–2580 ซึ่งกำหนดกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่รวมประมาณ 50,900 MW
ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 9,100 MW พลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก 300 MW โซลาร์ 24,300 MW พลังงานลม 2,700 MW และระบบกักเก็บไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ หรือ BESS อีก 14,500 MW
หากเดินหน้าตามแผน กำลังผลิตไฟฟ้าสะสมในปี 2580 จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 115,635 MW ขณะที่เงินลงทุนในโครงการต่างๆ อยู่ในกรอบประมาณ 3.6–7 แสนล้านบาท เปิดโอกาสให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ทั้งธุรกิจโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า
โซลาร์–BESS–โครงข่าย รับเม็ดเงินก้อนใหญ่
อีกจุดที่น่าจับตาคือทิศทางของ PDP 2026 ที่เปิดกว้างมากกว่าเพียงการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ แต่ยังครอบคลุมการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และรูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าใหม่ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า ร่าง PDP ฉบับใหม่มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจากปัจจุบันราว 15% ของกำลังผลิต ขึ้นเป็นประมาณ 60–70% และอาจสูงถึง 80% หากรวมแหล่งพลังงานที่ไม่มีการปล่อยคาร์บอนประเภทอื่นเข้ามาด้วย
หนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญคือ โซลาร์ลอยน้ำบนเขื่อน ซึ่งมีโอกาสขยายกำลังผลิตได้อีกมาก ขณะที่ BESS จะเข้ามาช่วยเก็บไฟฟ้าและรักษาเสถียรภาพของระบบ
ภาพดังกล่าวเป็นบวกต่อผู้ประกอบการที่มีทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ความสามารถในการพัฒนาโครงการ และงานก่อสร้างระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะ GULF, GUNKUL และ GPSC รวมถึง BGRIM
GPSC เดินหน้า SMR จับตลาดไฟฟ้าฐาน
สำหรับ GPSC มีอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตา หลังอยู่ระหว่างศึกษาการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ร่วมกับ Seaborg Technologies จากเดนมาร์ก
GPSC มองว่า SMR มีศักยภาพเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง และมีโอกาสรองรับลูกค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะ Data Center ที่ต้องการไฟฟ้าที่มีความมั่นคงสูง
ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงข่ายและการเปิดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าสามารถเข้าถึงระบบส่งได้มากขึ้น จะช่วยเพิ่มโอกาสในการบริหารจัดการไฟฟ้าและเชื่อมต่อผู้ผลิตกับลูกค้ารายใหญ่ในอนาคต
โบรกฯ ชู GULF ตัวเต็ง – GUNKUL มีโอกาสเซอร์ไพรส์
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า GULF และ GPSC มีจุดแข็งจากต้นทุนทางการเงินและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้มีศักยภาพลงทุนในทั้งพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่
ส่วน BGRIM และ GUNKUL มีจุดเด่นด้านพลังงานสะอาด ทั้งโซลาร์และพลังงานลม ขณะที่ GUNKUL ยังมีธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระบบไฟฟ้า ซึ่งอาจได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงข่ายที่จะเพิ่มขึ้นตามแผน
อินโนเวสท์ เอกซ์ ยังคงเลือก GULF เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม จากโอกาสเข้าร่วมโครงการขยายกำลังผลิตขนาดใหญ่ตาม PDP 2026 โดยมีฐานะการเงินรองรับการลงทุน
ขณะที่ GUNKUL ถูกมองว่าเป็นหุ้นที่มีโอกาสสร้างเซอร์ไพรส์ จากทั้งธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและโอกาสรับงานก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้า
เอเซีย พลัสมอง “รอบลงทุนใหม่” เปิดหลายช่องทาง
ด้าน บล.เอเซีย พลัส มองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าในระยะกลางถึงยาว เพราะ PDP 2026 ไม่ได้สร้างโอกาสเพียงการเพิ่มกำลังผลิต แต่ยังเปิดทางให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า
โอกาสจึงกระจายไปตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน การขายไฟฟ้าให้ภาคอุตสาหกรรมและ Data Center ไปจนถึงการลงทุนระบบส่งและโครงข่ายไฟฟ้า
บล.เอเซีย พลัสให้ GULF มูลค่าพื้นฐาน 80 บาท และ GUNKUL มูลค่าพื้นฐาน 6.40 บาท เป็นหุ้นเด่นจากความพร้อมรับทิศทาง PDP 2026
ส่วนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติยังมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงของระบบ ทำให้ GPSC, EGCO และ RATCH มีโอกาสจากการต่ออายุโครงการโรงไฟฟ้าที่ทยอยหมดอายุ
5 หุ้นโรงไฟฟ้า ราคาวิ่งแรงตั้งแต่ต้นปี
นอกจากปัจจัยพื้นฐานจาก PDP 2026 แล้ว ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าหลายตัวปรับขึ้นแรงตั้งแต่ต้นปี โดยข้อมูลถึงวันที่ 9 ก.ย. 2569 พบว่า
GUNKUL ราคา 5.20 บาท เพิ่มขึ้น 173.68% ตั้งแต่ต้นปี และ 132.14% ในรอบ 6 เดือน
TSE ราคา 0.92 บาท เพิ่มขึ้น 95.74% ตั้งแต่ต้นปี และ 124.39% ในรอบ 6 เดือน
SSP ราคา 6.05 บาท เพิ่มขึ้น 86.73% ตั้งแต่ต้นปี และ 82.23% ในรอบ 6 เดือน
BGRIM ราคา 21.00 บาท เพิ่มขึ้น 48.94% ตั้งแต่ต้นปี และ 84.21% ในรอบ 6 เดือน
GPSC ราคา 51.25 บาท เพิ่มขึ้น 42.36% ตั้งแต่ต้นปี และ 55.30% ในรอบ 6 เดือน
การปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มนี้สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุนต่อการลงทุนด้านไฟฟ้า การเพิ่มกำลังผลิต และการขยายโครงการพลังงานสะอาดในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ราคาที่ปรับตัวขึ้นมามากแล้วทำให้การพิจารณาราคาหุ้นควบคู่กับพื้นฐานและโอกาสรับงานจริงยังเป็นประเด็นสำคัญ
PDP 2026 ไม่ใช่แค่ “โรงไฟฟ้า”
ภาพใหญ่ของ PDP 2026 จึงอาจมองได้ว่าเป็น จุดเริ่มต้นของรอบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้ารอบใหม่ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการสร้างโรงไฟฟ้า แต่ครอบคลุมตั้งแต่ โซลาร์–BESS–SMR–ระบบส่งไฟฟ้า–ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ–การซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง
หุ้นที่ต้องจับตาจึงไม่ได้มีเพียงผู้ผลิตไฟฟ้า แต่ยังรวมถึงบริษัทที่มีความพร้อมด้านพลังงานหมุนเวียน ระบบส่ง และฐานะการเงินสำหรับรองรับการลงทุนก้อนใหญ่ โดย GULF–GUNKUL–GPSC–BGRIM เป็นกลุ่มที่โบรกเกอร์ให้น้ำหนัก ขณะที่ TSE และ SSP เป็นหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นโดดเด่นตั้งแต่ต้นปี