กลุ่ม JMART กลับมาผงาด! หุ้นทะยานยกแผง SINGER–SGC กำไรพุ่ง ดัน JMART ไตรมาส 2 โต 58% ครึ่งปีแรกกำไร 589 ล้าน ลุ้น Lock Phone เร่งเกมครึ่งหลัง

กลุ่มเจมาร์ทส่งสัญญาณกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวเด่น นำโดย SINGER พลิกกำไรพุ่งกว่า 1,193% และ SGC กำไรโต 186% ขณะที่ JMART มีกำไร 313.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.7% ด้านราคาหุ้นทั้งกลุ่มทะยานแรงตั้งแต่ต้นปี โดย SINGER พุ่งกว่า 139% และ SGC เพิ่มกว่า 95% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการฟื้นตัวของธุรกิจและแรงส่งจากสินเชื่อ Lock Phone
กลุ่ม JMART กำลังกลับมาเป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้นที่ถูกจับตา หลังผลประกอบการของธุรกิจหลักเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะธุรกิจการเงินและสินเชื่อ ขณะที่ราคาหุ้นในเครือปรับตัวขึ้นโดดเด่นในปีนี้ สอดคล้องกับภาพการฟื้นตัวของผลประกอบการที่เริ่มเห็นต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสแรก
สำหรับไตรมาส 2/2569 JMART มีกำไรสุทธิ 313.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.7% จากปีก่อน ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกมีกำไร 588.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% โดยแรงหนุนสำคัญมาจากธุรกิจ Jaymart Mobile และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือและบริษัทร่วม
ขณะที่ SINGER พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 148.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,193.92% จากปีก่อนที่ขาดทุน 13.61 ล้านบาท ส่วน SGC มีกำไรสุทธิ 203.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186.45% สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจสินเชื่ออย่างมีนัยสำคัญ
ด้าน J สามารถลดผลขาดทุนลงเหลือ 56.14 ล้านบาท จากขาดทุน 101.41 ล้านบาท ขณะที่ JMT มีกำไร 233.96 ล้านบาท ลดลง 5.08% จากปีก่อน แม้ยังเป็นแรงกดดันบางส่วนของกลุ่ม แต่ภาพรวมธุรกิจหลักยังฟื้นตัวได้ดี
ที่น่าสนใจคือราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี 2569 ปรับตัวขึ้นแรงแทบทั้งกลุ่ม โดย ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2569 JMART อยู่ที่ 10.70 บาท เพิ่มขึ้น 55.07%, SINGER อยู่ที่ 11.70 บาท เพิ่มขึ้น 139.75%, SGC อยู่ที่ 1.64 บาท เพิ่มขึ้น 95.24%, J อยู่ที่ 0.85 บาท เพิ่มขึ้น 21.43% และ JMT อยู่ที่ 11.90 บาท เพิ่มขึ้น 36% จากสิ้นปี 2568
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับภาพการฟื้นตัวของกลุ่มมากขึ้น หลังหุ้นในเครือเคยปรับตัวโดดเด่นมาแล้วจากการฟื้นตัวของผลประกอบการไตรมาสแรก โดยเฉพาะ SINGER และ SGC
หัวใจสำคัญของการฟื้นตัวรอบนี้ยังอยู่ที่ธุรกิจสินเชื่อ Lock Phone ซึ่ง JMART วางให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์การเติบโต โดยอาศัยเครือข่ายของ Jaymart Mobile, SINGER, SGC และ KBJ Capital เพื่อขยายฐานลูกค้าสินเชื่อโทรศัพท์และสินเชื่อดิจิทัล
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ การรักษาการเติบโตของกำไรให้ต่อเนื่อง ควบคู่กับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ เพราะแม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นมามากแล้ว แต่หากผลประกอบการยังสามารถเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะ SINGER และ SGC ก็มีโอกาสเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการประเมินมูลค่าของทั้งกลุ่มในระยะถัดไป
ภาพของกลุ่ม JMART จึงเปลี่ยนจาก “หุ้นฟื้นตัว” สู่ “กลุ่มที่ตลาดกลับมาให้ความสนใจ” อย่างชัดเจน โดยมีทั้งกำไรที่ดีขึ้น ราคาหุ้นที่ทะยานแรง และการขยายธุรกิจสินเชื่อเป็นเครื่องยนต์ใหม่ ซึ่งต้องจับตาว่าแรงส่งดังกล่าวจะต่อเนื่องเข้าสู่ครึ่งปีหลังได้มากน้อยเพียงใด