Smart Investment

รัฐอัด 2 แสนล้าน พลิกเกมพลังงานไทย เร่ง EV-โซลาร์ทั่วประเทศ GULF-GUNKUL-EA-NEX รับอานิสงส์เต็ม


19 กรกฎาคม 2569

รัฐอัด-2-แสนล้าน!_S2T-(เว็บ)_0.jpg

Mr.Data

รัฐบาลเตรียมใช้งบประมาณ 200,000 ล้านบาทที่เหลือจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ของประเทศ ผ่านการสนับสนุนโซลาร์รูฟท็อปและเร่งเปลี่ยนระบบขนส่งสาธารณะสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) นักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อหุ้นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ตั้งแต่โรงไฟฟ้า ผู้ผลิตรถ EV ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ ไปจนถึงผู้ผลิตรถโดยสารไฟฟ้า ขณะที่ EA เริ่มคลายปัญหาสภาพคล่อง ส่วน NEX เดินหน้าขยายธุรกิจรับโอกาสการเติบโตของตลาด EV

รัฐบาลเตรียมนำวงเงินคงเหลือประมาณ 200,000 ล้านบาท จากพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท มาใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยมีเป้าหมายสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ การสนับสนุนประชาชนติดตั้ง โซลาร์รูฟท็อป ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการเร่งเปลี่ยนระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทเป็นรถยนต์ไฟฟ้า

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก รถแท็กซี่ รถเมล์ รถบรรทุก และรถโดยสารระหว่างจังหวัด เพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดของประเทศในระยะยาว

ฝ่ายวิจัย บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่า นโยบายดังกล่าวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยยังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทำให้หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐมีโอกาสได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น

หุ้นพลังงาน-รถ EV รับแรงหนุน

หุ้นกลุ่มแรกที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ คือ กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ได้แก่ GULF, GUNKUL, GPSC และ BGRIM ซึ่งมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ระบบสายส่ง และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเฉพาะหากโครงการโซลาร์รูฟท็อปขยายตัว จะช่วยเพิ่มความต้องการอุปกรณ์และการลงทุนใหม่

อีกกลุ่มคือ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ MGC, KGEN, SUSCO, ASAP, AH และ COM7 ที่มีความร่วมมือกับผู้ผลิตรถ EV จากต่างประเทศ ซึ่งจะได้รับประโยชน์หากการเปลี่ยนรถยนต์เชิงพาณิชย์เป็นรถไฟฟ้าเกิดขึ้นตามแผน

ด้าน NEX ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถโดยสารไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า และรถเชิงพาณิชย์ไฟฟ้า ถูกมองว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง หากภาครัฐเร่งจัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้าเข้ามาทดแทนรถเครื่องยนต์สันดาป

ขณะที่ EA, OR และ FORTH ซึ่งมีธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ก็มีโอกาสได้รับแรงหนุนจากจำนวนรถ EV ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

EA คลายปมการเงิน

หนึ่งในหุ้นที่กลับมาได้รับความสนใจคือ EA หลังบริษัทประกาศว่าสามารถผ่านช่วงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้แล้ว จากการปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จ

บริษัทเปลี่ยนหนี้ระยะสั้นกว่า 8,000 ล้านบาท เป็นเงินกู้ระยะยาว พร้อมได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นกู้ให้ขยายอายุหุ้นกู้ออกไปอีก 5 ปี ส่งผลให้ภาระชำระหนี้ในช่วงปี 2569-2571 ลดลงจากกว่า 27,000 ล้านบาท เหลือประมาณ 15,000 ล้านบาท

ฝ่ายบริหารเชื่อว่าบริษัทจะสามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้มากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อไตรมาส และพร้อมเดินหน้าธุรกิจใหม่ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ สถานีชาร์จ พลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ และโครงการเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF)

NEX รุกตลาดรถ EV พรีเมียม

อีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตาคือ NEX ซึ่งล่าสุดประกาศเข้าซื้อกิจการ Thai EV มูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า และเพิ่มฐานลูกค้า

พร้อมกันนี้ บริษัทได้เปิดตัว BAW M8 EV Flagship รถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้า 100% ระดับพรีเมียม 7 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นการต่อยอดจากธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้าสู่ตลาดรถยนต์นั่ง

NEX ได้รับการแต่งตั้งจาก Beijing Automobile Works (BAW) ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยรถรุ่นดังกล่าวติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 81 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ไกลสูงสุด 408 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ตามมาตรฐาน NEDC ราคาเริ่มต้น 1.299 ล้านบาท เปิดรับจองแล้ว และเตรียมส่งมอบในไตรมาส 4 ปีนี้

บริษัทระบุว่ารถรุ่นดังกล่าวมีต้นทุนค่าไฟเฉลี่ยเพียง 0.96 บาทต่อกิโลเมตร เทียบกับรถใช้น้ำมันที่มีต้นทุนราว 4.10 บาทต่อกิโลเมตร หากใช้งานปีละ 50,000 กิโลเมตร จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณ 159,000 บาทต่อปี หรือราว 77%

นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายสถานีชาร์จ EA Anywhere และมีศูนย์บริการพร้อมทีมช่างรองรับทั่วประเทศ

จับตาเมกะเทรนด์พลังงานสะอาด

หากมาตรการของรัฐบาลเดินหน้าตามแผน จะไม่เพียงเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่เศรษฐกิจพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับนักลงทุน หุ้นในกลุ่ม โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ และผู้ผลิตรถโดยสารไฟฟ้า ยังคงเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตจากเมกะเทรนด์ดังกล่าว โดยเฉพาะ GULF, GUNKUL, EA และ NEX ซึ่งถูกจับตาว่าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์เด่นจากนโยบายภาครัฐในรอบนี้

รัฐอัด-2-แสนล้าน!_0.jpg