คัดหุ้นเด่นรับมิถุนายน หลบผันผวน-เกาะเศรษฐกิจไทย GULF CPALL BH KTB มาแรง
Mr.Data
บรรดาบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำทยอยเปิดมุมมองการลงทุนประจำเดือนมิถุนายน 2569 โดยส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนักเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ต่างประเทศและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกก็ตาม โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนตลาดในระยะถัดไป
ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนเริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า นักลงทุนควรหันมาให้น้ำหนักกับหุ้นปันผลสูง หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง และหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อ
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) มองว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเผชิญแรงพักฐานระยะสั้น หลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากกระแสการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ภายใต้ภาวะดังกล่าว INVX แนะนำให้นักลงทุนใช้หุ้นปันผลคุณภาพเป็นแหล่งพักเงิน โดยในระยะสั้นเน้นหุ้นที่มีโอกาสจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบการครึ่งปีแรก และคาดว่าจะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลมากกว่า 2% ได้แก่ ADVANC, OR, PTT, PTTEP, SCCC, SIRI, TQM และ TU
ส่วนการลงทุนระยะยาว แนะนำหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และคาดให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลมากกว่า 5% ต่อปี ประกอบด้วย AP, BBL, FTREIT, LHSC และ PTT
INVX ยังระบุว่า กลุ่มหุ้นปันผลสูงในดัชนี SETHD มีความสามารถในการรับมือกับภาวะตลาดผันผวนได้ดีกว่าตลาดโดยรวม โดยในหลายช่วงที่ตลาดปรับฐาน หุ้นกลุ่มดังกล่าวมักปรับตัวลงน้อยกว่า สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของปัจจัยพื้นฐานและกระแสเงินสดที่มั่นคง
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มสดใสกว่าที่คาด หลังดัชนีสามารถปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ของปีได้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกที่ออกมาดีกว่าคาด รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตแข็งแกร่ง
ทิสโก้มองว่า ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจและผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในระยะต่อไป
สำหรับหุ้นเด่นประจำเดือนมิถุนายนที่ทิสโก้แนะนำ ได้แก่ CRC, GULF, KTB, MEGA, MRDIYT, PTTEP และ SCCC โดยมองว่าหุ้นแต่ละตัวมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง
ขณะที่ผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศ ทิสโก้ยังแนะนำตราสารอ้างอิงหุ้นต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อเปิดโอกาสรับผลตอบแทนจากตลาดต่างประเทศที่ยังมีแนวโน้มเติบโต
ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก (GBS) มองว่าตลาดหุ้นไทยเดือนมิถุนายนมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นในช่วงปิดงบไตรมาส 2 รวมถึงเงินลงทุนที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาด หลังเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น
GBS ระบุว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ภาครัฐเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ทั้งโครงการส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศและมาตรการด้านการคลังต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนต่อกำลังซื้อและผลประกอบการของภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งทั่วโลก
GBS คัดเลือกหุ้นเด่นประจำเดือนมิถุนายน ได้แก่ KTB, CPALL, TRUE, OSP และ BH โดยมองว่าหุ้นแต่ละตัวมีปัจจัยบวกเฉพาะด้าน ทั้งการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ การเติบโตของธุรกิจดิจิทัล และแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้น
พร้อมกันนี้ GBS ประเมินว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 1,580 จุด หากไม่มีปัจจัยลบจากต่างประเทศเข้ามากดดันเพิ่มเติม
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย (KS) แนะนำให้นักลงทุนทยอยปรับพอร์ตจากหุ้นที่พึ่งพาเศรษฐกิจโลก ไปสู่หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมากขึ้น โดยมองว่าการบริโภคในประเทศ การท่องเที่ยว และการลงทุนภาครัฐ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี
หุ้นเด่นที่กสิกรไทยเลือกเป็น Top Picks ประจำเดือนมิถุนายน ประกอบด้วย GULF, CPALL, BH, COM7 และ ICHI ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก โรงพยาบาล เทคโนโลยี และสินค้าอุปโภคบริโภค
เมื่อรวบรวมมุมมองจากหลายสำนักวิจัย พบว่าหุ้นที่ถูกกล่าวถึงซ้ำมากที่สุด ได้แก่ GULF, CPALL, BH, KTB, PTT, PTTEP และ SCCC สะท้อนความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์ต่อกลุ่มหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งที่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจในประเทศ และสามารถรับมือกับความผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศได้ดี
ทั้งนี้ แม้ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์โลกและทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสำคัญ แต่ภาพรวมการลงทุนในเดือนมิถุนายนยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากเศรษฐกิจภายในประเทศที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายสำนักวิจัยยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะกลางถึงระยะยาว