หุ้นไทยพุ่ง 1,600 จุด ดัชนีทะยานแค่ภาพลวงตา? ผงะ! DELTA แบกหลังแอ่น 181 จุด

โบรกฯ เผย SET ปี 69 ดัชนีขึ้นแตะ 1,600 จุด พบแค่ DELTA ตัวเดียว ดันดัชนีขึ้นไปถึง 181 จุด สุดช็อก!! หากไม่รวม DELTA ดัชนีอยู่ที่เพียง 1,403 จุด
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ให้มุมมองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยแตะระดับ 1,600 จุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างบรรยากาศเชิงบวกให้กับตลาด ขณะที่เมื่อวานนี้ DELTA ปรับตัวขึ้นอีก 8% ส่งผลให้ดัชนีกลับขึ้นมายืนที่ระดับ 1,585 จุด อย่างไรก็ตาม มองว่าอัพไซด์ของดัชนีตลาดในระดับปัจจุบันมีจำกัด เนื่องจากการปรับขึ้นของตลาดส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจาก DELTA ซึ่งมีลักษณะเปราะบาง
โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้น 304 จุด จากต้นปีถึงปัจจุบัน แต่ DELTA มีส่วนช่วยเกือบครึ่งหนึ่ง โดย SET ปรับตัวขึ้น 304 จุดนับตั้งแต่ต้นปี หรือคิดเป็น 25% โดย DELTA มีส่วนช่วยประมาณครึ่งหนึ่งของการปรับขึ้นดังกล่าว หรือราว 181 จุด หากไม่รวมผลกระทบจาก DELTA แล้ว ดัชนีจะอยู่ที่ประมาณ 1,403 จุดเท่านั้น
สำหรับกรณีของ DELTA มีลักษณะเฉพาะตัว เป็นที่รับรู้กันดีในหมู่นักลงทุนว่า DELTA มี Free Float ต่ำเพียง 24.0% ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างไรก็ตาม หากตัดนักลงทุนที่ไม่มีการซื้อขายตลอด 2 ปีที่ผ่านมาออก Free Float จะเหลือเพียง 19%
มูลค่าการซื้อขายต่อวันเมื่อเทียบกับ Free Float สูงกว่ามูลค่าการซื้อขายต่อวันเมื่อเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดถึง 4.1 เท่า ซึ่งถือว่าสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในสมาชิก SET50 สะท้อนให้เห็นว่าอิทธิพลของ DELTA ต่อ SET มีลักษณะเป็น Leverage สูง กล่าวคือ ใช้เม็ดเงินน้อยกว่าในการผลักดันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเมื่อเทียบกับหุ้นที่มี Leverage ต่ำกว่า
นอกจากนี้ DELTA ยังมีน้ำหนักใน SET สูงถึง 21.4% มากกว่า ADVANC ซึ่งเป็นหุ้นที่มีอิทธิพลเป็นอันดับสองอย่างมีนัยสำคัญที่ 5.2% ขณะเดียวกัน DELTA ยังเป็นหุ้นที่มีความผันผวนสูงที่สุด โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ความแปรปรวน (Coefficient of Variation) อยู่ที่ 0.33 สูงกว่า BTS ซึ่งอยู่ในอันดับสองที่ 0.23 อย่างชัดเจนดังนั้น การเคลื่อนไหวของ DELTA จึงเป็นปัจจัยขับเคลื่อน SET อย่างมีนัยสำคัญ
พร้อมกันนี้ไม่เห็นด้วยกับมุมมองที่ว่า AI จะสนับสนุน DELTA เช่นเดียวกับหุ้นเทคโนโลยีโลก โดยไม่เห็นด้วยกับความเห็นบางส่วนที่ระบุว่า กระแส AI เป็นปัจจัยผลักดันหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกและส่งผลให้ดัชนีเทคโนโลยีทำจุดสูงสุดใหม่ ดังนั้นแนวคิดเดียวกันจึงควรนำมาใช้กับ DELTA และ SET ด้วย
แม้ DELTA อาจถูกจัดอยู่ในธีมเดียวกัน แต่ในระดับราคาปัจจุบัน DELTA มีมูลค่าที่แพงกว่าหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำอื่น ๆ อย่างมาก หลายคนมักยกตัวอย่างตลาดเกาหลีใต้ ซึ่งหุ้นเพียงหนึ่งหรือสองตัวสามารถผลักดันดัชนีโดยรวมให้ทำจุดสูงสุดใหม่ได้ โดยในกรณีของเกาหลีใต้ ได้แก่ Samsung ซึ่งมีสัดส่วน 29% ของมูลค่าตลาดรวม และ SK Hynix ที่มีสัดส่วน 23%
อย่างไรก็ตาม มูลค่าของหุ้นทั้งสองบริษัทถูกกว่า DELTA อย่างมีนัยสำคัญ จากแรงหนุนของการเติบโตของกำไรที่โดดเด่น Samsung และ SK Hynix ซื้อขายที่ P/E เพียงประมาณ 7 เท่า และคาดว่ากำไรจะเติบโต 300–400% ในปีนี้ตาม Bloomberg Consensus ขณะที่ DELTA ซื้อขายที่ P/E มากกว่า 100 เท่า และคาดว่ากำไรในปี 69 จะเติบโตเพียง 52% เท่านั้น
ทั้งนี้ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับหุ้นเทคโนโลยีโลกยังส่งผลต่อ DELTA ในระยะสั้น โดยคาดว่าประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นเทคโนโลยีโลกจะยังคงมีอิทธิพลต่อ DELTA ในระยะสั้น ได้แก่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกและสหรัฐฯ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งล่าสุด ประกอบกับราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกและสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อธุรกิจเทคโนโลยี
รวมไปถึงการเข้าจดทะเบียนของ SpaceX ในตลาดสหรัฐฯ ผลการดำเนินงานของ SpaceX หลังเข้าตลาดอาจมีนัยสำคัญต่อทิศทางของหุ้นเทคโนโลยีอื่น ๆ และผลประกอบการของกลุ่ม “Magnificent Seven” ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั้ง 7 แห่ง อาจเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางวัฏจักรการลงทุน (Capex Cycle) และส่งผลต่อบริษัทในห่วงโซ่อุปทาน เช่น DELTA ในลำดับถัดไป
ดังนั้น ยังคงคำแนะนำ “ขาย” สำหรับ DELTA เนื่องจากมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับตึงตัวเมื่อเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งซื้อขายที่ P/E ประมาณ 40–61 เท่า ทั้งนี้ ให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 305 บาท อิงจาก Forward P/E ที่ 60.8 เท่า หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (OPM) จะทยอยปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 2/69 จากการรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling อย่างเต็มไตรมาส และรายได้ค่าลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น คาดว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนในช่วง 2 ไตรมาสข้างหน้า
ยอดนิยม
BEM ได้เฮรอบใหม่ รัฐส่อพับแผนซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า หันชดเชยรายได้ให้เอกชนแทน
CPF ปีนี้ดิ่งหนัก 27% โบรกฯ ชี้ราคาลงมากแล้ว แนะ “ซื้อ” ชูยีลด์ปันผลน่าสนใจ 5.5%
หุ้นใหญ่มีสะดุ้ง? โบรกฯ คาด TISA ทำเงินไหลเข้าลดลง แต่เป็นบวกต่อหุ้นขนาดเล็ก
BBL หายห่วง! โบรกฯ ชี้แม้หุ้น Permata Bank ดิ่งแรง ไม่ต้องบุ๊กด้อยค่า หลังมาร์เก็ตแคปสูงกว่าทุน