Talk of The Town

BBL หายห่วง! โบรกฯ ชี้แม้หุ้น Permata Bank ดิ่งแรง ไม่ต้องบุ๊กด้อยค่า หลังมาร์เก็ตแคปสูงกว่าทุน


10 มิถุนายน 2569

BBL หายห่วง_S2T (เว็บ) 2569_0.jpg

โบรกฯ ชี้ BBL ยังไม่บันทึกผลขาดทุน แม้ราคาหุ้น Permata Bank ดิ่งแรงถึง 47% แต่ยังไม่ถึงราคาทุน ไม่จำเป็นต้องบันทึกผลขาดทุน 

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ราคาหุ้น Bank of Permata ที่ลดลงไม่กระทบการดำเนินงานของ BBL โดยจากการที่ตลาดทุนอินโดนีเซียได้ปรับตัวลดลงมากถึง 38% จากต้นปีถึงปัจจุบัน และราคาหุ้นของ Permata Bank ก็ดิ่งลงราว 47% ในช่วงเวลาเดียวกัน 

โดยได้ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อ BBL ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 98% ใน Permata Bank แต่อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางบัญชี มูลค่าเงินลงทุนและการดำเนินงานของ BBL เพราะเงินลงทุนใน Bank of Permata ถูกบันทึกด้วยวิธีราคาทุนที่มีมูลค่าราว 1.05 แสนล้านบาท 

ดังนั้น ตราบใดที่มูลค่าตลาด (market value) หรือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market capitalization) ของ Permata Bank ยังคงสูงกว่ามูลค่าเงินลงทุนดังกล่าว BBL ก็จะยังไม่จำเป็นต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนนี้ ทั้งนี้ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ Permata Bank ใน ปัจจุบันอยู่ที่ราว 1.87 แสนล้านบาท

ส่วนกรณีที่ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่าอาจก่อให้เกิดผลขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินของ Bank of Permata จากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินรูเปียห์ในรูปของกำไรหรือขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินผ่านส่วนของผู้ถือหุ้น 

ขณะที่ ความกังวลต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซียที่ชะลอตัวและการปรับฐานของตลาดทุนส่งผลให้ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท ราว 6.7% จากต้นไตรมาสถึงปัจจุบัน และ 4.1% จากต้นปีถึงปัจจุบัน ซึ่งสถานการณ์นี้คาดว่าจะเกิดผลขาดทุนจากค่าเงินเข้ามาในส่วนผู้ถือหุ้น BBL ในไตรมาส 2/69 

ทั้งนี้ ค่าเงินรูเปียห์จะอ่อนค่าลงต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา BBL ก็สามารถบริหารจัดการและชดเชยผลกระทบจากการขาดทุนดังกล่าวได้ผ่านการบันทึกกำไรหรือขาดทุนจากพอร์ตเงินลงทุน ด้วยเหตุที่ภาวะตลาดทุนในประเทศไทยฟื้นตัวแข็งแกร่ง เราเชื่อว่า BBL มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการบริหารจัดการผลขาดทุนจากการแปลงค่างบการเงินดังกล่าว ทั้งนี้ คาดการณ์ผลขาดทุนสุทธิจากรายการค่าเงินกับรายการกำไรเงินลงทุนเป็นขาดทุนสุทธิประมาณ 5 พันล้านบาท ในส่วนผู้หุ้นปี 2569

อย่างไรก็ดี ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ BBL สะท้อนถึงโมเมนตัมเชิงบวกจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคภายในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยหนุนธุรกิจสินเชื่อของธนาคาร (รายได้จากธุรกิจสินเชื่อคิดเป็นราว 75-80% ของรายได้รวมทั้งหมดของ BBL) 

นอกจากนี้คาดว่างบประมาณการลงทุนภาครัฐที่จะเริ่มเบิกจ่ายได้ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้าจะช่วยหนุนให้สินเชื่อของธนาคารเติบโตขึ้น ขณะนี้ ยังคงประมาณการกำไรไว้เช่นเดิม บนสมมติฐานของสินเชื่อปี 2569-70 เติบโตที่ 6% และ 8%ตามลำดับ รายได้ค่าธรรมเนียม (fee income) ปี 2569-70 เติบโต 7% และ 6% ตามลำดับ และ Credit cost ปี 2569-70 อยู่ที่ 1.2% และ 1.1% ตามลำดับ ทั้งนี้ บนสมมติฐาน P/BV ที่ 0.6 เท่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BBL ราคาเป้าหมายที่ 190 บาท

BBL