
ทริสเรทติ้งจัดหนัก! เดือนเดียวลดอันดับเครดิตองค์กรถึง 5 บริษัทดัง เซ่นปมการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีความตึงตัว การลดภาระหนี้ของบริษัทที่ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ผลการดำเนินงานที่อ่อนแอ และสถานะทางการเงินที่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์
เริ่มที่ ทริสเรทติ้งลดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SQ ลงเป็นระดับ “C/Negative” จาก “BB-/Negative” ภายหลังจากที่บริษัทได้ยื่นคำขอขยายวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ทั้ง 6 ชุด และขอผ่อนผันเงื่อนไขบางประการตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของหุ้นกู้ดังกล่าว
ทริสเรทติ้งมองว่าข้อเสนอดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีความตึงตัว (Distressed Debt Restructuring) ตามเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตของทริสเรทติ้ง เนื่องจากผู้ถือหุ้นกู้ไม่ได้รับการชดเชยด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อแลกกับการขยายอายุหุ้นกู้และสถานะของหลักประกันที่ด้อยลง การปรับลดอันดับเครดิตครั้งนี้ยังสะท้อนถึงสถานะสภาพคล่องของบริษัทที่ตึงตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้ และความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์ที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับภาระหนี้ที่จะครบกำหนดในระยะข้างหน้า ภายหลังผลการดำเนินงานที่อ่อนแอในปี 2568 ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดินถล่มและการทรุดตัวของพื้นดินที่เหมืองแม่เมาะ
ต่อด้วยบริษัทอสังหาฯ ชื่อดังอย่าง บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN โดยทริสเรทติ้งลดอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท ลงมาอยู่ที่ระดับ “BB” จาก “BB+” และลดอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน ไม่มีประกันและไถ่ถอนเมื่อเลิกกิจการ (Hybrid Debentures) ของบริษัทลงมาอยู่ที่ระดับ “B” จาก “B+” พร้อมทั้งปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น “Stable” หรือ “คงที่” จาก “Negative” หรือ “ลบ”
การปรับลดอันดับเครดิตสะท้อนถึงการลดภาระหนี้ของบริษัทที่ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ อันเป็นผลจากความล่าช้าในการหาพันธมิตรร่วมทุน (Joint Venture -- JV) สำหรับโครงการขนาดใหญ่ ส่งผลให้ระดับหนี้ยังคงอยู่ในระดับสูง และทำให้กระแสเงินสดเพื่อการชำระหนี้อ่อนแอลง
อันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงความท้าทายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้และกำไรถูกกดดันจากการไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่มีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงปีข้างหน้า ดังนั้น ผลการดำเนินงานของบริษัทจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างยอดขายใหม่จากโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่และโครงการแนวราบเป็นหลัก นอกจากนี้ คาดว่าระดับหนี้สินจะยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากบริษัทยังจำเป็นต้องลงทุนในโครงการคอนโดมิเนียมใหม่หลายโครงการ
นอกจากนี้ 2 หุ้นในกลุ่ม เจมาร์ท ยังไม่รอด โดยทริสเรทติ้งลดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT และอันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทเป็นระดับ “BBB” จาก “BBB+” โดยแนวโน้มอันดับเครดิตยังคง “Stable” หรือ “คงที่”
การปรับอันดับเครดิตครั้งนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับการปรับลดอันดับเครดิตของ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART (อันดับเครดิต “BBB/Stable”) ทั้งนี้ อันดับเครดิตของ JMT อยู่ในระดับเดียวกับอันดับเครดิตองค์กรของ JMART สะท้อนสถานะของ JMT ในฐานะบริษัทย่อยหลักของ JMART ตาม “เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตกลุ่มธุรกิจ” ของทริสเรทติ้ง
โดยทริสเรทติ้งลดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เป็นระดับ “BBB” จาก “BBB+” และลดอันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิทั้งแบบไม่มีหลักประกันและมีหลักประกันชุดปัจจุบันเป็นระดับ “BBB-” จาก “BBB” ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งได้จัดอันดับเครดิตที่ระดับ “BBB-” ให้แก่หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่วงเงินไม่เกิน 2 พันล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 3 ปีด้วย ทั้งนี้ แนวโน้มอันดับเครดิตยังคงอยู่ที่ “Stable” หรือ “คงที่”
การปรับลดอันดับเครดิตครั้งนี้สะท้อนผลการดำเนินงานที่อ่อนแอกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดไว้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ต่ำกว่าสมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้งสำหรับ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (JMT, อันดับเครดิต “BBB/Stable”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลักที่ดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนภาระหนี้สินของ JMART จะยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วง 12–24 เดือนข้างหน้า
อันดับเครดิตองค์กรยังคงสะท้อนภาพรวมของลักษณะทางธุรกิจของ JMART ซึ่งยังอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีฐานรองรับหลักจากความแข็งแกร่งด้านรายได้ของบริษัทย่อยหลัก 3 แห่ง ได้แก่ JMT บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (JMB) ซึ่งดำเนินธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) (J) ซึ่งดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
และอีกหนึ่งบริษัท คือ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIN โดยทริสเรทติ้งลดอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัท ลงมาอยู่ที่ระดับ “BB+” จาก “BBB-” พร้อมทั้งปรับแนวโน้มอันดับเครดิตเป็น “Stable” หรือ “คงที่” จากเดิม “Negative” หรือ “ลบ”
นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันในวงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาทและครบกำหนดไถ่ถอนภายในระยะเวลา 3 ปีของบริษัทที่ระดับ “BB+” ด้วย โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์จะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้รีไฟแนนซ์หุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนกรกฎาคม 2569 และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัท
การปรับลดอันดับเครดิตในครั้งนี้สะท้อนถึงผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินที่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยการชะลอตัวของยอดขายอสังหาริมทรัพย์ได้ส่งผลให้การฟื้นตัวล่าช้าและทำให้กระแสเงินสดเพื่อการชำระหนี้ในระยะปานกลางอ่อนแอลง
ยอดนิยม
AOT กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 69/70 ทำได้ 10,370 ลบ. ลดลง 0.26% รายได้ไม่เกี่ยวการบินลดลง
PTT งบ Q1 กำไรสุทธิ 25,738 ลบ. ฟาด EBITDA กว่า 1.15 แสนลบ. รับปิโตรเคมี-โรงกลั่นหนุน
JMART Q1 ฟาดกำไร 163 ลบ. เติบโต 16% บุ๊กกำไร “สุกี้ตี๋น้อย” 51 ล้านบาท บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.135 บาท
“สุกี้ตี๋ น้อย” อ่วม! Q1 กำไรวูบ 37% เหลือ 170 ลบ. สวนทางรายได้พุ่ง 32% แตะ 2.58 พันลบ.