Talk of The Town

BANPU–PTTEP ออร่าแรง! กลางความขัดแย้งตะวันออกกลาง หนุนราคาน้ำมัน-ราคาก๊าซทะยาน


06 มีนาคม 2569

BANPU–PTTEP ออร่าแรง!_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

โบรกฯ เปิดรายชื่อ 2 หุ้นได้ประโยชน์มากสุด ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน PTTEP รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันพุ่ง BANPU ปริมาณ-ราคาถ่านหินได้อัพไซด์เพิ่ม

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ความเสี่ยงหลักสองประการจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้แก่ ความเสี่ยงด้านราคาและความเสี่ยงด้านปริมาณ เห็นได้ชัดว่าความเสี่ยงด้านราคานี้เป็นผลบวกต่อธุรกิจต้นน้ำและโรงกลั่น ขณะที่เป็นความเสี่ยงขาลงต่อผู้ผลิตปิโตรเคมี ผู้ประกอบการค้าปลีกน้ำมัน และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP)

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านปริมาณจะขึ้นอยู่กับสมมติฐานว่าการหยุดชะงักของอุปทานจะยาวนานเพียงใด ซึ่งถ้าหากสถานการณ์ยืดเยื้อเพียง 4-5 สัปดาห์ ความเสี่ยงด้านปริมาณจะจำกัด เนื่องจากโรงกลั่นในไทยและ PTT มีสต็อกน้ำมันและ LNG เพียงพอสำหรับการใช้งานประมาณ 60 วัน และ 90-100 วันตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านปริมาณจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหากความขัดแย้งยืดเยื้อนานกว่า 2-3 เดือน

โดย PTTEP และ BANPU เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดย PTTEP จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงต่อปริมาณการผลิตเป็นอัพไซด์ เนื่องจากรัฐบาลอาจขอให้ PTTEP เพิ่มการผลิตก๊าซจากแหล่งผลิตในประเทศและเมียนมาเพื่อชดเชยการขาดแคลน LNG ที่อาจเกิดขึ้น

ในขณะที่ BANPU ก็มีมุมมองเชิงบวกจากอัพไซด์ที่ปริมาณขายและราคาถ่านหินจะเพิ่มขึ้น หากประเทศในเอเชียหันมาใช้ถ่านหินแทนก๊าซธรรมชาติเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาไฟฟ้าดับ นอกจากนี้ เมื่อโครงการโรงงาน LNG ใหม่ของสหรัฐฯ (Golden Pass LNG) เริ่มดำเนินการในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 คาดว่าราคาก๊าซ Henry Hub จะปรับตัวขึ้นจากความต้องการทดแทน LNG จากตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ SCC, IVL, BCP และ PTTGC เป็นหุ้นที่ควรติดตามเช่นกัน โดยระดับมูลค่าหุ้นตามมูลค่าสุทธิ (P/BV) ที่เป็นไปได้ในสามช่วง ได้แก่ ระดับ P/BV ต่ำสุดที่ซื้อขายในช่วงการระบาดใหญ่ปี 2563, ระดับ P/BV ต่ำสุดที่ซื้อขายในปี 2569 และระดับ P/BV เฉลี่ยที่ซื้อขายในปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงขาลงของตลาดหุ้นไทย

พบว่ามีหุ้นปิโตรเคมีสองบริษัท ได้แก่ IVL และ SCC ที่ระดับมูลค่าหุ้นปัจจุบันเข้าเกณฑ์ 2 จาก 3 เกณฑ์ ขณะเดียวกัน มูลค่าหุ้นของ BCP, PTTGC และ IRPC เข้าเกณฑ์ 1 จาก 3 เกณฑ์ ส่วน TOP และ SPRC ยังมีดาวน์ไซด์อีก 17-46%

ดังนั้น จึงชอบ PTTEP และ BANPU ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จากอัพไซด์ต่อทั้งราคาและปริมาณขาย ซึ่งปรับวิธีการประเมินมูลค่า BANPU จากวิธีรวมส่วนธุรกิจ (SOTP) เป็น P/BV เพื่อสะท้อนธีมระยะสั้น และกำหนด PBV เป้าหมายที่ค่าเฉลี่ยหรือ PBV 0.62 เท่า จึงปรับคำแนะนำสำหรับ BANPU เป็น "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 7 บาท

นอกจากนี้ ยังชอบ BCP, IVL และ SCC โดย BCP จะได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่น (GRM) ที่สูงขึ้นและมีการพึ่งพาการจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในระดับต่ำ ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันของ SCC และ IVL มีดาวน์ไซด์จำกัดที่ 177 บาท และ 18 บาท ตามลำดับ

สำหรับหุ้นโรงกลั่นและปิโตรเคมีอื่น PTTTGC ก็มีการพึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลางในระดับต่ำเช่นกัน แต่ราคาหุ้นจะดูน่าสนใจมากขึ้นที่ประมาณ 21 บาท ขณะที่จุดเข้าลงทุนของ TOP ควรอยู่ในช่วงประมาณ 40 บาท