Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 06-03-2569 (DELTA-KCE-HANA แกร่ง!สวมบทชาวสวน)


06 มีนาคม 2569

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 06-03-2569 (DELTA-KCE-HANA แกร่ง!สวมบทชาวสวน)

สวมบทชาวสวน_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ)_0.jpg

06-03-2569 สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

แม้ในเดือนมีนาคม 2569 มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ตลาดหุ้นไทยจะเผชิญแรงเหวี่ยงจากสงคราม ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทย โดยเฉพาะ DELTA, KCE และ HANA กลับสามารถ “รีบาวด์” ได้อย่างน่าสนใจ จนทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยถามว่าหุ้นทั้ง 3 ตัว รักษาความแข็งแกร่งไว้ได้อย่างไร

ก็อย่างที่เบอกมาตลอดว่าถ้าจะให้แน่นอน...เจ๊จิ๋มขอพาไปส่องมุมมองจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อดูว่าหุ้นกลุ่มนี้ยังน่าสนใจแค่ไหนจะดีที่สุด

เริ่มกันที่ DELTA พี่ใหญ่ของวงการซึ่ง บทวิเคราะห์จากโบรเกอร์อย่าง บล.เคจีไอ และ บล.หยวนต้า มองตรงกันว่าความแข็งแกร่งของ DELTA ในปี 2569 มาจากการวางกลยุทธ์ธุรกิจไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง โดยเฉพาะระบบจัดการพลังงานสำหรับ Data Center, Cloud Computing หรือระบบประมวลผล AI ที่กำลังขยายตัวแบบก้าวกระโดด ทำให้คำสั่งซื้อในกลุ่มนี้ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น นักวิเคราะห์หลายสำนักจึงคาดว่ากำไรของ DELTA มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม...ไม่ใช่ทุกโบรเกอร์จะมองโลกสวยเสมอไป เพราะฝั่ง บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ก็เตือนว่าราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นมาอยู่ระดับ 200 บาทขึ้นไปนั้นเริ่มสะท้อนความคาดหวังค่อนข้างมากแล้ว ค่า P/E ที่สูงลิ่วอาจทำให้หุ้นดูตึงตัวในมุม Valuation แม้จะยังเป็นหุ้นเติบโตที่นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจก็ตาม

ขยับมาที่ KCE ผู้ผลิตแผ่นวงจร PCB ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ยุคนี้ที่รถยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคไฟฟ้าเต็มตัว บทวิเคราะห์จาก บล.โนมูระ ระบุว่าการปรับพอร์ตสินค้าไปสู่ PCB ระดับสูงอย่าง HDI ทำให้บริษัทสามารถขายสินค้าในราคาที่สูงขึ้น และมีมาร์จิ้นที่ดีขึ้นตามไปด้วย แม้ต้นทุนวัตถุดิบอย่างทองแดงจะยังเป็นแรงกดดันสำคัญ แต่การบริหารสต็อกที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงที่ผ่านมา ช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นของ KCE ฟื้นตัวได้ดี 

รายนี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินราคาเหมาะสมไว้ราว 27–35 บาท และมองว่าหุ้นตัวนี้ยังไม่ได้ “แพง” เท่าพี่ใหญ่อย่าง DELTA

ส่วนตัวสุดท้ายอย่าง HANA ก็เริ่มกลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนอีกครั้ง หลังอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากการเปิดตัวอุปกรณ์ไอทีรุ่นใหม่ที่รองรับระบบ AI มากขึ้น บทวิเคราะห์จาก บล.บัวหลวง มองว่า HANA อาจผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรไปแล้ว และกำลังเริ่มเห็นการเติมสต็อกสินค้าใหม่ในตลาด แม้จะยังมีความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจที่อาจกระทบโรงงานในจีนอยู่บ้าง แต่การกระจายฐานการผลิตมายังไทยและเวียดนามช่วยลดความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง นักวิเคราะห์จึงมองหุ้นตัวนี้ในเชิง “เก็งกำไร” โดยมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 28–30 บาท หากยอดขายเซมิคอนดักเตอร์โลกฟื้นตัวตามคาด

เมื่อมองภาพรวม...เจ๊จิ๋มเห็นว่าที่หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสามตัวยังคงแข็งแกร่งในสายตาของนักลงทุน เพราะเกาะอยู่กับกระแสเทคโนโลยีระดับโลก ขณะที่อีกปัจจัยคือเรื่องของค่าเงินบาทที่มักอ่อนค่าในช่วงที่เศรษฐกิจไทยผันผวน ซึ่งกลับกลายเป็นผลดีต่อบริษัทส่งออกเพราะรายได้ส่วนใหญ่เป็นเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ต้องใช้เทคโนโลยีและเงินลงทุนมหาศาล ทำให้มีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดจนคู่แข่งหน้าใหม่จึงเข้ามาแย่งตลาดได้ยาก

อย่างไรก็ตาม หากใครตามดูหุ้นกลุ่มี้มาตลอดจะเห็นว่ามักเคลื่อนไหวตามบรรยากาศของตลาดเทคโนโลยีโลก โดยเฉพาะการวิ่งตามดัชนีหุ้น NASDAQ ดังนั้นใครจะลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ต้องดูปัจจัยภายนอกหลายอย่างไปพร้อมกัน เพราะในท้ายที่สุด ต่อให้พื้นฐานดีแค่ไหน...หากเข้าผิดจังหวะก็มีสิทธิ์ “ติดดอย” ได้เหมือนกันทุกคนนะ