Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 22-07-2569 (ส่องผลงานหุ้นโรงกลั่น Q2/69 TOP-BCP-SPRC-IRPC)


22 กรกฎาคม 2569

ส่องผลงานหุ้นโรงกลั่น Q2 69_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ)_0.jpg

ช่วงนี้ นักลงทุนพุ่งความสนใจไปที่การทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มธนาคาร แต่เมื่อผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เริ่มทยอยออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เหนือความคาดหมาย เพราะราคาหุ้นหลายตัวเผชิญแรงขายทำกำไรตามสูตร Sell on Fact แม้งบจะไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนกังวล แต่ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่มาสร้างความตื่นเต้นให้ตลาด

สเต็ปจากนี้ เจ๊กำลังมองไปที่หุ้นกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP, BCP, SPRC และ IRPC กูรูประเมินว่าไตรมาส 2/2569 ผลประกอบการจะอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ผันผวน ต้นทุน Crude Premium ที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความกังวลเรื่องมาตรการภาครัฐในการดูแลราคาน้ำมันดีเซล แต่ประเด็นเหล่านี้แทบไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตลาดรับรู้และสะท้อนลงในราคาหุ้นไปพอสมควรแล้ว

บทสรุปคร่าวๆ จากการหาข้อมูลมาจากหลายกูรู ก็พบว่าภาพใหญ่แทบไม่ต่างกัน ทุกสำนักมองว่ากำไรไตรมาส 2 น่าจะเป็น "จุดต่ำสุดของปี" ก่อนจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป ..โดยมี 3 ปัจจัยสำคัญ

เรื่องแรกคือ ค่าการกลั่นสิงคโปร์ (Singapore GRM) ที่ยังยืนอยู่ในระดับแข็งแกร่ง บล.กรุงศรี บล.เอเซีย พลัส และ บล.อิโนเวสท์ เอกซ์ ต่างประเมินว่าอุปทานโรงกลั่นใหม่ที่เข้าสู่ตลาดยังมีไม่มาก ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันในภูมิภาคเอเชียยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันเบนซิน จึงช่วยประคองค่าการกลั่นให้อยู่ในระดับที่น่าสนใจ

เรื่องที่สองคือ ความเสี่ยงด้านนโยบายภาครัฐ ซึ่งหลายคนกังวลว่าจะมีการขอความร่วมมือให้โรงกลั่นช่วยลดภาระราคาดีเซล แต่ทั้ง บล.อิโนเวสท์ เอกซ์ และ บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่าตลาดรับข่าวนี้ไปมากแล้ว หากไม่มีมาตรการเพิ่มเติม ผลกระทบต่อกำไรในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะจำกัดกว่าที่นักลงทุนเคยกังวล

ส่วนเรื่องสุดท้ายคือ การกลับมาเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง หลังโรงกลั่นหลายแห่งผ่านช่วงปิดซ่อมบำรุงใหญ่ ทำให้ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) และ บล.เอเซีย พลัส เชื่อว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตจะกลับสู่ระดับปกติ ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และช่วยให้อัตรากำไรดีขึ้นตามลำดับ

เมื่อมาดูเป็นรายบริษัท จะเห็นว่าหุ้นที่ได้รับเสียงเชียร์มากที่สุดยังคงเป็น TOP เพราะทั้ง บล.กรุงศรี บล.อิโนเวสท์ เอกซ์ และ IAA Consensus ต่างยังแนะนำ "ซื้อ" พร้อมให้ราคาเป้าหมายในช่วง 55.00-59.50 บาท แม้กำไรไตรมาส 2 จะถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและรายการพิเศษ แต่จุดเด่นอยู่ที่แนวโน้มครึ่งปีหลังที่จะได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัว การกลับมาใช้งานทุ่นรับน้ำมัน SBM-2 ซึ่งช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และยังมีโอกาสรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมัน หากราคาน้ำมันยังยืนในระดับสูง

ด้าน BCP ก็ยังเป็นอีกตัวที่หลายโบรกเกอร์ยกให้เป็นหุ้นเด่น ทั้ง บล.เอเซีย พลัส บล.อิโนเวสท์ เอกซ์ และ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ยังคงแนะนำ "ซื้อ" พร้อมราคาเป้าหมาย 54.00-61.00 บาท นอกจากธุรกิจโรงกลั่นที่จะได้รับอานิสงส์จากค่าการกลั่นแล้ว ยังมีแรงหนุนจากการรับรู้ผลประกอบการของ BSRC หลังการควบรวมกิจการ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF ที่ถูกมองว่าเป็นธุรกิจแห่งอนาคต อีกทั้งราคาหุ้นยังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี หรือมี P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า จึงยังถูกมองว่าเป็นหุ้นที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนจากการปรับมูลค่า (Re-rating)

ส่วน SPRC ก็ยังได้รับคำแนะนำ "ซื้อ" หรือ "ซื้อเก็งกำไร" จากหลายสำนัก ทั้ง บล.ฟินันเซีย ไซรัส บล.กรุงศรี และ IAA Consensus โดยให้ราคาเป้าหมาย 8.80-10.00 บาท เพราะเป็นโรงกลั่นที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของค่าการกลั่นโดยตรง อีกทั้งยังมีจุดเด่นเรื่องอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการทั้งการฟื้นตัวของกำไรและรายได้จากเงินปันผลไปพร้อมกัน

ขณะที่ IRPC แม้แนวโน้มผลประกอบการจะเริ่มดีขึ้นตามค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ทยอยฟื้นตัว แต่หลายสำนักยังคงให้คำแนะนำเพียง "ถือ" หรือ "Trading Buy" พร้อมราคาเป้าหมาย 1.80-2.10 บาท เนื่องจากธุรกิจปิโตรเคมียังเผชิญปัญหาอุปทานส่วนเกินในภูมิภาค อีกทั้งภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงินยังอยู่ในระดับสูง ทำให้การฟื้นตัวอาจใช้เวลานานกว่าหุ้นโรงกลั่นรายอื่น

ทั้งหมดนี้จึงอธิบายได้ว่าทำไมราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นจึงเริ่มขยับขึ้น ทั้งที่ผลประกอบการไตรมาส 2 ยังไม่ทันประกาศครบทุกบริษัท เพราะตลาดกำลังให้น้ำหนักกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า มากกว่ากำไรของไตรมาสที่ผ่านมา

TOP และ BCP มักเป็นสองตัวเลือกแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากบรรดากูรูทั้งหลาย ขณะที่ SPRC เหมาะกับนักลงทุนที่เน้นเงินปันผลและการฟื้นตัวของค่าการกลั่น ส่วน IRPC ยังเหมาะกับนักลงทุนที่รับความผันผวนได้และต้องการเก็งกำไรกับการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมีในระยะถัดไป