Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 07-09-2569 (วงการโบรกเกอร์เดือด! สิทธิย้ายงาน & ความลับทางการค้า)

ร้อนๆๆๆๆ อาการเผือกกำเริบ!!!! เรื่องฉาวๆ ของวงการตลาดหุ้นไม่ได้มีแค่เรื่องของนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องร้อนๆ ในวงการโบรกเกอร์ให้ได้ติดตามกันด้วย โดยเฉพาะช่วงนี้มีเรื่องให้เมาท์กันสนั่น หลังมีหนังสือจากโบรกเกอร์ค่ายใหญ่มากๆๆๆ ส่งถึงสมาคมบล. แจ้งกรณีอดีตพนักงานที่เคยให้บริการลูกค้าต่างประเทศกลุ่ม quant trade ระบุว่ามีพฤติการณ์เข้าถึง คัดลอก และนำข้อมูลของบริษัทออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นทั้งข้อมูลลับ ข้อมูลทางการค้า และข้อมูลที่ใช้ภายในบริษัทจำนวนมาก
ในเนื้อความแจ้งด้วยว่าอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายกับอดีตพนักงานกลุ่มดังกล่าว รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันก็แจ้งบริษัทหลักทรัพย์สมาชิกให้เพิ่มความระมัดระวังในการรับบุคลากรที่อาจเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ และหากมีข้อสงสัยก็สามารถติดต่อบริษัทเพื่อตรวจสอบข้อมูลก่อนพิจารณารับเข้าทำงาน
ในวงการโบรกเกอร์ตอนนี้เม้าท์สนั่น!!! สะเทือนวงการ!!! อยากรู้ว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร และจะยกเป็น case study ในอนาคตได้มั้ย??
พรายกระซิบบอกว่าวอลุ่มในมือของมาร์กลุ่มนี้มีมาร์เก็ตแชร์มากถึง 10% จะทำให้โบรกใหญ่ที่เป็นอดีตต้นสังกัดจากที่มีมาร์เก็ตราวแชร์ 20% จะลดลงทันทีเหลือราวๆ 10% เพราะงี้!!! เลยปล่อยไปง่ายๆ ไม่ได้
แว่วว่าตอนแรก พนง.กลุ่มนี้ย้ายไปสังกัดโบรกเกอร์ที่ตั้งแถวๆ ราชประสงค์..แต่สุดท้ายโบรกฯต่างชาติรายนี้ ต้องปล่อยมือเพราะทนแรงกดดันจากโบรกหญ่ายยยยต้นสังกัดเดิมไม่ไหว
มีคำเตือน!! จากโบรกเกอร์หญ่ายยย..ถึง..โบรกเกอร์อื่นๆว่า อดีต พนง.กลุ่มนี้ อาจพยายามไปสมัครงานกับบริษัทสมาชิกฯ อื่นๆ จึงอยาก “ขอความอนุเคราะห์” (พูดเพราะจัง) จากโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกจารณาความเหมาะสมในการรับและเพิ่มความระมัดระวังในการรับบุคลากรที่อาจเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์การนำข้อมูลลับหรือข้อมูลทางการค้าไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต
แต่ได้ยินว่ามีคนใจกล้า!!! ตอนนี้ย้ายไปสังกัดโบรกเกอร์ต่างชาติแถวพระรามสี่ แอ่นอกรับเรียบร้อยแล้ว โดยเอาแม่จากต่างประเทศออกหน้าให้..ไม่ได้รับมาในนามของโบรกเกอร์ไทยนะจ๊ะเทอ!!! เออ!!! แก้เกมกันแบบนี้ แก้ระดับอินเตอร์ แก้ปัญหาแบบข้ามชาติเลยทีเดียว!!!
เรื่องนี้ต้องให้หน่วยงานควบคุมและกำกับอย่าง สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ยื่นมือเข้าไปสอด + ยื่นตาเข้าไปส่อง จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร โดยเฉพาะเรื่องที่เม้าท์กันสนั่นว่า จริงๆแล้วพนักงานกลุ่มที่ลาออกนั่นน่ะ “เค้าขอลาออกเอง” เพราะกลัวว่าวันหน้าจะกลายเป็นแพะรับบาปให้กับผู้บริหาร ด้วยธุรกรรมสมัยที่อยู่กับโบรกเกอร์ญ่าที่สั่งให้ทำนั้นน่ะมันผิดกฎทางการรึป่าว? นั่นยังไม่นับรวมกับที่ถูกบังคับให้บริการลูกค้าในธุรกรรมแปลกๆ อีกด้วย เค้ากลัวว่าวันไหนทางการเข้าตรวจแล้วบอกว่าผิด..ก้อซวยอ่ะดี๊!!!
จะไปสมัยหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว..เรื่องการย้ายงานของบรรดามาร์เก็ตติ้ง เคยเป๋นประเด็นใหญ่เมื่อในอดีต เพราะมีการเทคโอเวอร์กันยกสาขา..ยกก๊วนใหญ่ตอนนั้นถึงขั้นขึ้นโรง ขึ้นศาล ให้ตัดสินเลยทีเดียว!!! จนนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงแบบประณีประนอม อย่างเช่นในปัจจุบัน
ครั้งนี้..เป็นอีกครั้งที่หน่วยงานกำกับฯ ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับธุรกรรมที่อาจไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เพราะสิ่งที่ตลาดต้องการไม่ใช่การเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่าอะไรถูก อะไรผิด และใครต้องรับผิดชอบ
หากตรวจสอบแล้วไม่พบความผิด ก็ถือเป็นการสร้างความชัดเจนให้กับทุกฝ่าย ทั้งบริษัทต้นทาง บริษัทใหม่ และพนักงานที่เกี่ยวข้อง แต่หากพบว่ามีการนำข้อมูลลับหรือข้อมูลทางการค้าไปใช้จริง หรือมีธุรกรรมที่ผิดหลักเกณฑ์จริง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา