Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 02-09-2569 (ม.ค.ปีหน้า TISA มาแน่! ทุก 1 หมื่นลบ.ดันหุ้นพุ่ง 25-30 จุด)

จากรายงานข่าวกระทรวงการคลัง และสำนักงาน ก.ล.ต. ได้หารือ และกำหนดทิศทางร่วมกัน เกี่ยวกับโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (Thailand IndividualSavings Account) หรือ “TISA” ตั้งเป้าหมายให้เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการภายในปีหน้า โดยผู้ลงทุนสามารถเริ่มออมได้ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง ธ.ค.2027 และยื่นแบบแสดงรายการเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ภายในเดือน มี.ค.2028
- ด้านตัวเลข "วงเงินลดหย่อน" ยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจน
-จะเปิดกว้างให้เจ้าของบัญชีเป็นผู้เลือกแนวทางการลงทุนด้วยตนเองตามความพอใจ รวมถึงเปิดกว้างให้เลือกลงทุนในประเภทสินทรัพย์ใหม่ๆ นอกเหนือจากการลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนรวมแบบดั้งเดิม
กูรูหุ้นประเมินถึงประเด็นนี้ว่าจะส่งผลเป็นจิตวิทยาบวกอ่อนๆ ต่อกรอบเวลาที่ชัดเจนโครงการเม็ดเงินลงทุนระยะยาวใหม่ แต่ผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในระดับใด ยังขึ้นกับเงื่อนไข 2 ข้อดังกล่าวข้างต้นที่ต้องติดตาม ทั้งนี้ สำหรับ SET ทุกๆ เม็ดเงินใหม่ 1 หมื่นล้านบาท ประเมินบวกต่อตลาดราว 25-30 จุด และหากเม็ดเงินมีโอกาสอยู่ในระดับที่มีนัยฯ จะบวกต่อหุ้น Large-Big Cap ในตลาดหุ้น
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ มีรายงานว่า Apple Inc ได้เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่คือ iPhone18 และอื่นๆ ในปีนี้ในวันพุธที่ 9 ก.ย. ที่ Apple Park เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ภายใต้ธีม Surprise and Shine โดยงานดังกล่าวจะเริ่มขึ้นเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับ 00.00 น. ของวันพฤหัสบดี 10 ก.ย. ตามเวลาไทย
กูรูหุ้นให้ความเห็นว่า ปัจจุบัน คือ จุดดีสุดในการเข้าเก็งกำไรหุ้นธีมนี้ เพื่อรับกับกระแสการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ใกล้จะเริ่มขึ้น โดยปกติจะเกิดขึ้นในช่วง 1 - 2 สัปดาห์แรกของเดือน ก.ย. ของทุกปี ซึ่งทุกรอบมักจะเห็นแรงเก็งกำไรในชุดหุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์
จากการศึกษาสถิติผลตอบแทนก่อนและหลังการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ย้อนหลัง 8 ครั้งล่าสุด พบว่าการลงทุนช่วงเวลาก่อนเปิดตัวราวหรือ 3
สัปดาห์ และขายทำกำไรช่วงเปิดตัวเป็นช่วงเวลาที่ให้ผลตอบแทนดีสุด โดยหุ้นจำหน่ายมือถือมีความน่าจะเป็นของการให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูง 63- 88%
เมื่อพิจารณาเป็นรายหุ้น พบว่าหุ้นที่ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ SPVI +9.7%โอกาสความเป็นไปได้ที่ผลตอบแทนเป็นบวก(Prob.)88% รองลงมาคือ JMART(ผลตอบแทนเฉลี่ย 9.55%, Prob. 75%), CPW ผลตอบแทนเฉลี่ย 4.95%,Prob. 83%), SYNEX (ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.04%, Prob. 63%) ฯลฯ
ส่วนอีกกลุ่มที่น่าสนใจคือ..หุ้นโรงไฟฟ้า และเห็นราคาร่วงแรงโดยเฉพาะ GULF, BGRIM และ GPSC เจ๊จิ๋มบอกได้แค่ว่าไม่ต้องรีบ และอาจต้องใจเย็นมากขึ้นสักหน่อย เพราะก่อนหน้านี้ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างแรงก็มาจากความคาดหวังเกี่ยวกับ PDP2026 รวมถึงนโยบาย Direct PPA และกระแสการลงทุน Data Center ดังนั้นเมื่อมีกำไร...ก็เริ่มเห็นแรงขายทำกำไรออกมาอย่างชัดเจน ทำให้หุ้นในกลุ่มกลับมาอ่อนตัวลงเป็นธรรมดา
ปัจจัยแรกที่ต้องจับตาคือแรงขายทำกำไร เพราะก่อนหน้านี้หุ้นโรงไฟฟ้าถูกเก็งกำไรจากความคืบหน้าของ PDP2026 และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก Data Center โดยเฉพาะ GULF, GPSC และ BGRIM ที่ถูกยกให้เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มจากโอกาสในการเติบโตระยะกลางถึงยาว เมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมารับความคาดหวังไปพอสมควรแล้ว นักลงทุนบางส่วนจึงเลือกขายเพื่อล็อกกำไรออกมาก่อน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของตลาดหุ้นที่เมื่อปรับขึ้นแรงก็ย่อมมีจังหวะพักตัว
อีกประเด็นที่ยังเป็นแรงกดดันต่อ BGRIM และ GPSC คือ ต้นทุนเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า SPP เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีสัดส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าอุตสาหกรรมค่อนข้างมาก ทำให้ราคาก๊าซมีผลต่อมาร์จิ้นโดยตรง โดยก่อนหน้านี้ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าต้นทุนก๊าซยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะสั้น แม้ต้นทุนพลังงานที่ลดลงจะมีโอกาสช่วยให้ผลประกอบการฟื้นตัวได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/69 เป็นต้นไปก็ตาม
ส่วนประเด็นที่ตลาดกำลังรอคอยอย่าง PDP2026 และ Direct PPA เจ๊จิ๋มมองว่ายังถือเป็นความหวังสำคัญของกลุ่มโรงไฟฟ้า เพราะหากแผนดังกล่าวมีความชัดเจนมากขึ้น ก็จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center และ AI ได้มากขึ้น แต่ในช่วงที่ยังรอความชัดเจน นักลงทุนบางส่วนอาจเลือกชะลอการลงทุนและรอดูรายละเอียดก่อน
ดังนั้น การที่ BGRIM และ GPSC ปรับตัวลงในวันนี้ จึงยังไม่ควรรีบตีความว่าเป็นสัญญาณว่าพื้นฐานของธุรกิจเปลี่ยนไปในทางลบ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองตัวได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่าต้นทุนเชื้อเพลิงจะทยอยลดลง และการลงทุนรอบใหม่ของประเทศจะช่วยเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต ขณะที่ GULF ยังมีโครงสร้างธุรกิจที่หลากหลายกว่า ทำให้การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นไม่ได้ผูกอยู่กับธุรกิจโรงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
เจ๊จิ๋มยังมองว่า กลุ่มโรงไฟฟ้ายังไม่ถึงกับหมดเสน่ห์ เพียงแต่จากนี้นักลงทุนต้องเปลี่ยนจากการไล่ราคามาเป็นการเลือกหุ้นมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดกำลังรอความชัดเจนของ PDP2026 และทิศทางต้นทุนก๊าซ ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์บางแห่งยังให้น้ำหนักเชิงบวกต่อกลุ่ม โดยมองว่า GULF มีความโดดเด่นจากผลประกอบการและโอกาสในการลงทุนโครงการใหม่ ส่วน GPSC และ BGRIM ยังเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่มองการฟื้นตัวของต้นทุนเชื้อเพลิงในระยะกลางถึงยาว
พูดง่ายๆ งานนี้เจ๊จิ๋มยังไม่อยากให้แฟนๆ ตกใจจนรีบเทหุ้นโรงไฟฟ้าทิ้งทั้งหมด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงการพักฐานหลังราคาวิ่งรับข่าวดีมาพอสมควร มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นฐาน แต่ในทางกลับกันก็ไม่ควรเห็นหุ้นปรับตัวลงแล้วรีบเข้าไปรับทุกตัว เพราะปัจจัยเรื่องต้นทุนก๊าซและความชัดเจนของนโยบายพลังงานยังต้องติดตามกันต่อไป
สุดท้ายเจ๊จิ๋มมองว่า GULF-BGRIM-GPSC ยังมีเรื่องให้ลุ้น แต่เกมจากนี้อาจไม่ง่ายเหมือนช่วงที่กระแส PDP2026 และ Data Center กำลังมาแรง นักลงทุนจึงควรดูทั้งราคาหุ้นและพื้นฐานประกอบกันไป ใครที่มีหุ้นอยู่แล้วอาจใช้จังหวะนี้ประเมินต้นทุนและเป้าหมายของตัวเองใหม่ ส่วนคนที่ยังไม่มีหุ้นก็ไม่จำเป็นต้องรีบวิ่งตามราคา รอให้แรงขายเริ่มนิ่งแล้วค่อยเลือกจังหวะกันก็ยังไม่สายค่ะ