Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 09-09-2569 (ADNOC จะเลือกลงทุนที่ไหน? TOP-IRPC-PTTGC ใครเข้าตามากที่สุด)

จากที่มีรายงานข่าวออกมาว่า ADNOC ชื่อเต็มๆ คือ Abu Dhabi National Oil Company บริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังเจรจาเข้าลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นของกลุ่ม ปตท. ภายใต้โครงการ "Genesis" เพื่อเข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ทำเอาช่วงนี้หุ้นพลังงานกลับมาคึกคัก..คักคึก!!! โดยเฉพาะการที่ราคาหุ้นของ TOP, IRPC และ PTTGC มีแรงซื้อเข้าหนาแน่น
มีการวิเคราะห์ว่าดีลที่ว่านี้ อาจไม่ได้มีแค่เรื่องการถือหุ้น แต่ยังอาจรวมถึงสัญญาจัดหาน้ำมันดิบระยะยาว และการเปิดทางให้ ADNOC นำผลิตภัณฑ์น้ำมันจากโรงกลั่นไปต่อยอดในธุรกิจ Trading ของตัวเองด้วยค่ะ
พูดง่ายๆ ก็คือ ADNOC ต้องการทั้งตลาดรองรับน้ำมันดิบของตัวเอง และฐานสำหรับขยายธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมันในเอเชีย ขณะที่ฝั่ง ปตท. ก็มีโอกาสได้พันธมิตรระดับโลกเข้ามาช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ธุรกิจปลายน้ำมากขึ้น ทีนี้ประเด็นที่เจ๊จิ๋มเชื่อว่านักลงทุนอยากรู้มากที่สุดก็คือ ถ้า ADNOC จะเลือกลงทุนจริง ระหว่าง TOP, PTTGC และ IRPC ซึ่งต่างก็เป็นบริษัทในเครือของ PTT บริษัทใดมีโอกาสมากที่สุด?
ก่อนอื่น..เอาให้รู้กันชัดๆ ก่อนนะว่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันจากทั้ง ADNOC และ PTT ว่าเป้าหมายคือบริษัทไหน และรายละเอียดเรื่องสัดส่วนการลงทุนหรือโครงสร้างดีลก็ยังไม่ชัดเจน ดังนั้น การฟันธงว่าใครจะได้ดีลจึงยังเร็วเกินไปค่ะ
เจ๊ได้รวบรวมข้อมูลมาจากกูรูสามแห่งเอามาให้แฟนคลับได้เก็บเป็นข้อมูลเพื่อการสังเคราะห์และตัดสินใจค่ะ
บล. อินโนเวสท์ เอกซ์มองว่า ADNOC มีความต้องการขยายฐาน Refining และ Trading ออกนอกตะวันออกกลาง โดยโรงกลั่นไทยที่สามารถรองรับน้ำมันดิบชนิดหนักได้ถือว่ามีความเหมาะสมกับน้ำมันจากแหล่ง Offshore ของอาบูดาบี ขณะที่ ADNOC เองก็มีศักยภาพในการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น เช่น อิรัก เข้ามาป้อนโรงกลั่นได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ดีลมีโอกาสสร้าง Synergy ได้มากกว่าแค่การเข้ามาถือหุ้นธรรมดา
บล. กรุงศรี ให้น้ำหนักเชิงบวกกับดีลนี้ในระยะยาว โดยมองว่าการได้พันธมิตรอย่าง ADNOC จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการจัดหาน้ำมันดิบต้นทุนแข่งขันได้จากตะวันออกกลาง และยังเปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปของไทยขยายไปยังตลาดนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ ปตท. ที่ต้องการขยายธุรกิจ Trading ในตลาดโลก
หากถามว่าบริษัทไหนได้ประโยชน์เด่นสุด กรุงศรีให้น้ำหนัก TOP จากประเด็นเรื่องความมั่นคงของ Feedstock สำหรับ CFP ขณะที่ PTTGC และ IRPC ก็ยังมีโอกาสได้ประโยชน์จากการจัดหาวัตถุดิบระยะยาวเช่นกัน
บล. เคจีไอ (KGI) มองว่าการเข้ามาของ ADNOC เป็นบวกเชิงกลยุทธ์ เพราะอาจช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหา Crude จากตะวันออกกลาง และเพิ่มช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ผ่านเครือข่าย Trading ของ ADNOC แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าโรงกลั่นแห่งใดจะเป็นเป้าหมาย รวมถึงยังไม่มีความชัดเจนเรื่องสัดส่วนการลงทุนและโครงสร้างธุรกรรม ดังนั้นผลกระทบต่อ TOP, PTTGC และ IRPC ในระยะสั้นจึงยังประเมินได้จำกัดค่ะ
สำหรับมุมมองของเจ๊เอง! ถ้าจัดเรียงลำดับแบบเข้าใจง่าย..ตอนนี้ยกให้ TOP เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ในแง่ “ความเหมาะสมของดีล” เพราะมีโจทย์เรื่องการจัดหา Crude และโครงการ CFP ที่เชื่อมโยงกับ ADNOC ได้ค่อนข้างตรง ส่วน IRPC ถือเป็นอีกตัวที่น่าจับตา เพราะมีทั้งธุรกิจโรงกลั่น ปิโตรเคมี รวมถึงท่าเรือและคลังน้ำมัน ทำให้มีโครงสร้างธุรกิจที่สามารถต่อยอดกับพันธมิตรด้านน้ำมันและ Trading ได้หลายทาง
ขณะที่ PTTGC แม้จะได้ประโยชน์จากการจัดหาวัตถุดิบและการเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจปลายน้ำ แต่ลักษณะธุรกิจมีน้ำหนักไปทางปิโตรเคมีมากกว่าโรงกลั่น ทำให้ถ้ามองเฉพาะโจทย์ของ ADNOC ที่ต้องการสร้างตลาดรองรับน้ำมันดิบและขยายธุรกิจ Refining & Trading แล้ว TOP ดูจะตรงโจทย์มากกว่า
อย่างไรก็ตาม...เจ๊จิ๋มก็อยากเตือนนักลงทุนไว้นิดหนึ่งว่า ข่าวนี้ยังเป็นเพียงการเจรจา ดีลอาจเกิด-หรือ-ดีลอาจล้มไม่เป็นท่าก่อได้..ไม่มีใครรู้ ดังนั้นแนะนำเผื่อใจ เผื่อทางออกเอาไว้บ้าง อย่ามองโลกสวยจนเกินไป..จะได้ปลอดภัย