หุ้นไทยพุ่งแรงสุดในโลก! เดือน ก.พ.ทะยาน 134 จุด เพิ่มขึ้น 10% จับตา! วิ่งต่อ โบรกฯ อัพเป้า 1,510 จุด

เดือน ก.พ.2569 หุ้นไทยฟอร์มแรง โดยหากอ้างอิงดัชนีปิดการซื้อขาย ณ วันที่ 17 ก.พ.2569 ที่ระดับ 1,459.68 จุด เพิ่มขึ้น 134 จุด หรือเพิ่มขึ้น 10.11% จากเดือนก่อนหน้า และถือเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่มาสุดเม่อเทียบกับตลาดหุ้นหลักๆ ของโลก เมื่อเทียบกับในช่วงเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็น DJIA ที่เพิ่มขึ้น 1.31% ขณะที่ S&P500 ติดลบ 1.38% ส่วน NASDAQ ติดลบไป 3.77% ขณะที่ฝั่งตลาดหุ้นยุโรป Stoxx50 ที่บวกไปเพียง 1.24% UK บวกที่ 3.25% ส่วน France บวกที่ 2.89% และ Germanyบวกที่ระดับ 1.87%
ขณะที่ฝั่งตลาดหุ้นเอเชีย มีความน่าสนใจเช่นกัน โดยในเดือน ก.พ. นี้ ตลาดหุ้น Japan บวกกว่า 6.08% ส่วน Hong Kong ติดลบ 2.49% รวมทั้ง China ติดลบ 0.87% ขณะที่ S. Korea บวกกว่า 5.41% Taiwan บวก 4.81% Singapore บวก 0.68%
ด้าน Indonesia ติดลบ 1.41% Philippines บวกเล็กน้อย 0.63% Malaysia บวกที่ 0.02% Vietnam-บวกที่ 0.27% และ India บวกที่ 1.44% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
โดยที่น่าสนใจในฝั่งของตลาดหุ้นไทย พบว่า เดือนก.พ.นี้ นักลงทุนต่างประเทศ กระหน่ำซื้อสุทธิหุ้นไทย มูลค่าสูงถึง 45,531.70 ล้านบาท ดันยอดสะสมปี 2569 ซื้อสุทธิกว่า 49,886.82 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การซื้อสุทธิหุ้นไทย เริ่มมีมูลค่ามากขึ้น นับตั้งแต่ช่วงหลังเลือกตั้งของไทยนั่นเอง
ล่าสุดนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มองว่า ความหวังเริ่มกลับมาสดใสสำหรับตลาดหุ้นไทย โดยมีเหตุผลสนับสนุนสำคัญ 4 ด้าน ทั้งเรื่องกระแสเงินโลก กำไร บริษัทจดทะเบียน และเป้าหมายดัชนีที่ขยับสูงขึ้น โดยปัจจุบันเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า DE-DOLLARIZATION หรือการลดการพึ่งพาดอลลาร์ ทำให้เงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงผลที่ตามมาคือ เม็ดเงินลงทุน (FLOW) เริ่มไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพื่อมองหาโอกาสใหม่ในยุโรปและเอเชีย ซึ่งตลาดหุ้นไทย (SET) คือหนึ่งใน เป้าหมายที่อยู่ในโซน "กำลังปรับตัวดีขึ้น" (IMPROVING) เมื่อเทียบกับตลาดโลก
ขณะที่หุ้นใน SET INDEX ยังมี ROOM ในขยับขึ้นได้ต่อ (แม้จะมีจำนวนหุ้นราว 24.7% ที่เกิด OVERSOLD) ซึ่ง ข้อมูลในอดีตชี้ว่าช่วงปี 59-60 และปี 63-64 เป็นช่วงที่ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่า จำนวนหุ้นที่เข้าสู่ภาวะ OVERBOUGHT (วงกลมสีเหลือง) จะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม
ส่วนสิ่งที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นได้ดีที่สุดคือ "กำไร" ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทจดทะเบียนไทยทำกำไรได้ "ดีเกินคาด" ประมาณ 5% ตามค่าเฉลี่ยของทุกไตรมาส หรือคิดเป็นส่วนเพิ่มของกำไรต่อหุ้น (EPS) ประมาณ 1.25 บาทต่อ ไตรมาส ซึ่งตัวเลขที่เซอร์ไพรส์ในเชิงบวกแบบนี้ เป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยดันเป้าหมายดัชนีให้ปรับเพิ่มขึ้นได้เฉลี่ยถึง ไตรมาสละ 20 จุด จากประมาณการเดิม EPS ที่ระดับ 90 บาท/หุ้น
ด้วยปัจจัยหนุนทั้งเรื่องกำไรที่แข็งแกร่ง และแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมาเป็นบวก (NET BUY) หลังจากขายต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้การปรับเป้าหมาย SET INDEX ใหม่ขึ้นเป็น 1,510 จุด ไม่ใช่เรื่องยาก โดยใช้ MEYG ขยับลงมากจาก 5.0% สู่ระดับ 4.7% ซึ่งไม่ได้น้อย เมื่อเทียบกับช่วงที่ FLOW ต่างชาติซื้อสุทธิดังในปี 59 และ ปี 65 ที่มีระดับ MEYG อยู่ราว 4.1-4.7%
ยอดนิยม
GULF โชว์กำไรปี 68 แตะ 8.6 หมื่นลบ. บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 3.25 บาท ตั้งเป้าปี 69 รายได้โตกว่า 10-15%
TTB ประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงินไม่เกิน 9,614 ลบ. เริ่ม 20 ก.พ.นี้ ลั่นไม่กระทบสภาพคล่อง-ไม่เสี่ยงต่อธุรกิจ
OR ผนึก CENTEL ลุยธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด ทุ่มงบลงทุนก้อนแรก 346 ล้านบาท
“สารัชถ์” รับทรัพย์ก้อนโต ปันผล GULF ปีเดียวโกย 1.4 หมื่นล้าน STECON ร่วมแจม! ฟาดหนัก 736 ลบ.