โบรกฯ อัพเกรด OR แนะนำเป็น “ซื้อ” เพิ่มเป้า 15.5 บาท รับมาร์เก็ตแชร์พุ่ง-ค่าการตลาดโต
OR กำลังโดดเด่น นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 15.5 บาท ปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น ส่วนแบ่งตลาดที่มีเสถียรภาพมากขึ้น อัตรากำไรที่ขยายตัว ธุรกิจ non-oil ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และอัตราผลตอบแทนปันผลที่น่าสนใจกว่า 4%

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ปรับคำแนะนำ OR จาก ขาย เป็น “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายซึ่งปรับมาใช้ปีฐาน 2569 ขึ้นเป็น 15.5 บาท (จาก 12.0 บาท) เนื่องจาก 1.ปรับเพิ่มกำไรปี 2568-70 ขึ้น โดยปี 2568 ปรับเพิ่ม 9% ปี 2569 ปรับเพิ่ม 9% และปี 2570 ปรับเพิ่ม 10% จากแนวโน้มที่ดีขึ้นทั้งธุรกิจน้ำมัน และไม่ใช่น้ำมัน (non-oil)
2. ส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจน้ำมันแตะจุดต่ำสุดแล้ว โดยลดลงจาก 44.7% ในปี 2564 เหลือ 34.3% ในปี 2567 และเริ่มฟื้นตัวขึ้นเป็น 34.6% ในไตรมาส 2/68
3.ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยหนุนค่าการตลาด โดยฟื้นตัวเป็น 1 บาท/ลิตร ในไตรมาส 3/68 เทียบกับ 0.95 บาท ในปี 2566 และ 0.83 บาท ในปี 2567
4. ธุรกิจ non-oil ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะคิดเป็น 38% ของ EBITDA รวมในปี 2571 จาก 34% ในปี 2567
และ 5.ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ที่ 13.7 เท่า ซึ่งถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับสัดส่วน 38% ของ EBITDA ที่มาจากธุรกิจ non-oil ที่มี PE สูงกว่า นอกจากนี้ OR ยังเป็นบริษัทที่มีสถานะเป็นเงินสดสุทธิ และคาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 4% ในปี 2568-69
ส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกน้ำมันค้าเริ่มมีเสถียรภาพ โดยยอดค้าปลีกน้ำมันของ OR ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงปรับเพิ่มประมาณการปริมาณขายเป็นลดลง 2% ในปี 2568 (จากเดิมคาดลดลง 6%) เทียบกับการลดลง 10% ในปี 2567ขณะที่คาดว่าจะเติบโต 2% ในปี 2569-70 ส่วนแบ่งตลาดปรับตัวดีขึ้นเป็น 34.6% ในไตรมาส 2/68 จาก 34.3% ในปี 2567 โดยคาดว่าส่วนแบ่งตลาดจะมีเสถียรภาพที่ระดับปัจจุบันที่ 34% OR ได้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและโปรโมชั่นอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยผู้บริหารตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดขึ้นอีก 1–2%
นอกจากนี้คาดว่าจะเห็นการขยายตัวของอัตรากำไรทั้งในธุรกิจน้ำมัน และธุรกิจ non-oil สำหรับธุรกิจน้ำมัน ราคาน้ำมันที่ต่ำจะช่วยสนับสนุนค่าการการตลาด เนื่องจากแรงกดดันด้านราคาและความเสี่ยงจากการแทรกแซงของรัฐบาลลดลง คาดว่าค่าการตลาดอยู่ที่ 1 บาทต่อลิตร ในปี 2568-71 เทียบกับ 0.9 บาทต่อลิตร ในปี 2565-67
สำหรับธุรกิจ non-oil การปิดตัวของ Texas Chicken ที่มีผลขาดทุนในเดือนกันยายน 2567 และ operating leverage ที่ดีขึ้นจากการเติบโตของรายได้ช่วยส่งเสริมให้อัตรากำไรดีขึ้น EBITDA margin เพิ่มขึ้นเป็น 29% ในครึ่งปีแรกของปี 68 จาก 25.7% ในปี 2566 และ25.9% ในปี 2567 ยอดขายของ Café Amazon ทำสถิติสูงสุดที่ 107 ล้านแก้วต่อไตรมาส เติบโต 5% ในไตรมาส 2/68 และมีแนวโน้มจะทำสถิติใหม่ในไตรมาส 3/68 จึงปรับสมมติฐาน EBITDA margin ของธุรกิจ non-oil ขึ้นเป็น 29% ในปี 2568-70
สำหรับผลกระทบจากกัมพูชามีไม่มาก โดยกัมพูชาคิดเป็นราว 5% ของกำไร OR ในปี 2567 (ประมาณ 600 ล้านบาท) โดยมีกำไรประมาณ 300 ล้านบาทในครึ่งแรกปี 2568 ซึ่งสมมติให้ในช่วงครึ่งหลังปี 2568 และตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ไม่มีกำไรจากกัมพูชา แม้ว่า OR จะยังคงดำเนินงานในกัมพูชา แต่ได้หยุดการขยายกิจการเพิ่มเติมแล้ว ขณะที่ผู้บริหารคาดว่ากำไรจากภูมิภาคอื่นจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นชดเชยกำไรที่ลดลงจากกัมพูชา
ยอดนิยม
KTB แจ้งปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 0.48 บาทต่อหุ้น จ่อขึ้น XD วันที่ 22 ก.ย.นี้
“สารัชถ์” โยน “บิ๊กล็อต” GULF ให้นักลงทุนสถาบัน 26.9 ล้านหุ้น รับทรัพย์กว่า 1.68 พันลบ.
GULF จับมือพันธมิตรต่างชาติ ลุยโครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำ คาดเริ่มเปิดดำเนินการในปี 73
ลุ้นปีนี้ KTB แจกปันผลเพิ่ม โบรกฯคาดมีโอกาสจ่ายมากกว่าเดิม หลังระหว่างกาลจ่ายมาแล้ว 0.48 บาท