หุ้นเครื่องดื่ม หมดเสน่ห์? นักวิเคราะห์ ชี้กำไรพ้นจุดพีค เหตุอุปสงค์ลด-ต้นทุนเพิ่ม

โบรกฯ ชี้หุ่นกลุ่มเครื่องดื่มกำไรผ่านจุดพีคไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 1/69 มองช่วงที่เหลือของปีแนวโน้มลดลง หลังต้นทุนเพิ่ม-ดีมานด์อ่อนตัวลง ดึงความน่าสนใจหุ้นลดลง คงคำแนะนำ “ถือ”
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า กลุ่มเครื่องดื่มในไทยไตรมาส 1/69 น่าจะเป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดและเป็นกำไรที่สะท้อนภาวะปกติมากที่สุดของกลุ่มในปี 2569 และกำไรจะเริ่มลดลงทั้งจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกัน ตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป
โดยจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและอุปสงค์เครื่องดื่มอ่อนตัวลงอีกทั้ง ปกติกำไรครึ่งปีหลังปี 69 มักจะอ่อนแอกว่าครึ่งปีแรกปี 69 จากฤดูฝนในไตรมาส 3/69 และการปิดซ่อมบำรุงในไตรมาส 4/69 แม้ช่วงจะได้แรงหนุนจากเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปีซึ่งช่วยดันยอดขายเครื่องดื่มชูกำลัง สุรา และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลก็ตาม
ขณะนี้ ยังคงระมัดระวังต่อกลุ่มนี้จากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ตาม guidance จากผู้บริหารส่วนใหญ่ด้านต้นทุนยังจำกัด รวมไปถึงการสูญเสียโมเมนตัมยอดขายต่างประเทศ (นำโดยกัมพูชา) และการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ แม้ว่านักลงทุนจะให้ความสนใจกับความขัดแย้งในอิหร่านเป็นหลัก แต่เรามองว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เป็นความเสี่ยงต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าสำหรับ ICHI, CBG และ OSP ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป ถึงแม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบส่วนใหญ่ของครึ่งปีแรกปี 69 จะถูกล็อกราคาต้นทุนไว้แล้ว
แต่ภาวะอุปทานที่ตึงตัวกำลังผลักดันให้ซัพพลายเออร์ทยอยปรับขึ้นราคา โดยที่ปัจจัยกดดันหลักประกอบด้วย ต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ราคาอะลูมิเนียมที่อยู่ใกล้จุดสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี และราคา PET resin ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน ราคาน้ำตาลยังถือว่าอยู่ในระดับที่เป็นใจลดลงจากต้นปี 14%
ดังนั้น ผลการวิเคราะห์ชี้ว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลักทุก ๆ 10% อาจส่งผลให้กำไรปี 2569 ของบริษัทในกลุ่มลดลงไปราว 2-6% เมื่อมองไปในครึ่งปีหลังปี 69 คาดว่าราคาน้ำตาลจะกลายเป็นประเด็นหลักที่ตลาดจับตาจากผลกระทบจากภาวะ El Niño ที่อาจก่อให้เกิดภัยแล้งในหลายประเทศของเอเชียตั้งแต่ไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป ซึ่งอาจพลิกสถานการณ์อุปทานส่วนเกินในปัจจุบันและกลายเป็นแรงกดดันต้นทุนรอบใหม่ของผู้ผลิตเครื่องดื่ม
ทั้งนี้ ยังคงให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มเครื่องดื่ม “เท่ากับตลาดฯ” จากยังมีความไม่แน่นอนที่มาร์จิ้นจะกดดันกำไรจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นและรายได้ชะลอตัว ส่วน valuation ของกลุ่มเริ่มน่าสนใจลดลง โดย P/E เพิ่มขึ้นราว 1-2 เท่า นับตั้งแต่ มี.ค. 69 จากการปรับลดกำไรลงเกิดขึ้นเร็วกว่าราคาหุ้นที่ลดลง
พร้อมกับยังคงไม่มีหุ้นเด่นในกลุ่มและคงคำแนะนำ “ถือ” จากกำไรน่าจะผ่านจุดพีคไปแล้วในไตรมาส 1/69 และปัจจัยลบส่วนใหญ่ได้สะท้อนในราคาหุ้นไปมากพอสมควรแล้ว โดยที่ลำดับความชื่นชอบคือ OSP (มูลค่าหุ้นไม่แพง อัตราการทำกำไรแข็งแกร่งและคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง) รองลงมาด้วย ICHI (มูลค่าหุ้นและอัตราผลตอบแทนเงินปันผลน่าสนใจ) และ CBG (มูลค่าหุ้นสูงกว่า และกำไรมีความเสี่ยงมากกว่า)
ยอดนิยม
KTB แจ้งปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 0.48 บาทต่อหุ้น จ่อขึ้น XD วันที่ 22 ก.ย.นี้
“สารัชถ์” โยน “บิ๊กล็อต” GULF ให้นักลงทุนสถาบัน 26.9 ล้านหุ้น รับทรัพย์กว่า 1.68 พันลบ.
GULF จับมือพันธมิตรต่างชาติ ลุยโครงสร้างพื้นฐานเคเบิลใต้น้ำ คาดเริ่มเปิดดำเนินการในปี 73
ลุ้นปีนี้ KTB แจกปันผลเพิ่ม โบรกฯคาดมีโอกาสจ่ายมากกว่าเดิม หลังระหว่างกาลจ่ายมาแล้ว 0.48 บาท