เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-03-12 11:38:44
  • 2174

เซ็ง!...BEM รวยค่าทางด่วน

เซ็ง!...BEM รวยค่าทางด่วนอีก 38 ปี!

By..Victor

เป็นเรื่องที่คนไทย "ทำใจลำบาก" เมื่อ บอร์ด การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แถลงเมื่อปลายปี 2018 ว่า เตรียมจะต่อสัญญาสัมปทานทางด่วนขั้น 2 ให้ BEM ไปอีก 38 ปี เหตุจากไป "แพ้คดี" กรณี "ศาลปกครองสูงสุด" มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ ให้ กทพ. จ่ายเงินชดเชยแก่ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (บริษัทลูกของ BEM) พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงินประมาณ 4,200 ล้านบาท กรณีมีการสร้างทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ-รังสิต โดยถือว่าเป็นทางแข่งขันกับเส้นทางของ BEM


เชื่อหรือไม่ว่า ยังมีคดีแบบนี้อีก 9 คดี ที่ BEM ฟ้องร้อง กทพ. คิดรวมๆ แล้วเป็นเงินค่าเสียหายสูงถึงกว่า 1 แสนล้านบาท 

เรียกว่า แค่ กทพ. สร้างอะไรไป "เฉี่ยว" โครงการของ BEM จะโดนฟ้องทุกเรื่อง ถ้า กทพ. ยังอ่อนแอแบบนี้ ไม่ตั้งใจสู้คดีจริงๆ เพราะไม่น่าจะแพ้ได้ทุกคดี แถมวงเงินเสียหายที่ว่ากันเป็น "แสนล้าน" เป็นแค่ "ตัวเลข" ความเสียหายที่ยังไม่เป็นจริง ต้องรอให้ศาลตัดสินออกมาทั้งหมดก่อน

ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่า "ค่าทางด่วนเพิ่มขึ้นตลอดเวลา และ "แพงมาก" แถมยังเพิ่มด่านบ่อยๆ จนประชาชนเดือดร้อนไปตามๆ กัน ยิ่งปล่อยให้ "เอกชน" เข้ามาบริหาร ค่าทางด่วนก็จะยิ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ แถมทำให้การสร้างถนนหนทางของภาครัฐทำได้ยาก เพราะสร้างทีไรถูกเอกชนฟ้องร้องได้แทบทุกเรื่อง ทำให้ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของไทย ย่ำวนอยู่กับที่ รถติดวินาศสันตะโร และเป็นต้นเหตุให้เกิดฝุ่นพิษ PM 2.5 อีกทางหนึ่งด้วย ถ้า กทพ. ยังไม่คิด "ปลดแอก" จาก "สัญญาทาส" ที่ทำไว้กับภาคเอกชน อนาคตคนไทยจะต้องบริโภคของแพงเกินความเป็นจริง ถูกขูดเลือดขูดเนื้อกันไปอีกนานเท่านาน...

น่าแปลกใจที่ "สุรงค์ บูลกุล" ประธานบอร์ดการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รีบออกมา "ยอมแพ้" ทั้งๆ ที่คดีต่างๆ ยังอยู่ในขั้นตอนของศาล เพิ่งแพ้คดีเดียว 4 พันล้าน แต่ "ตีความ" ว่าจะต้องเสียเงินเป็น "แสนล้าน" ในอนาคตกาลอันไกลโพ้นโน่นเลย!

จริงๆ แล้ว "สุรงค์" ถือเป็นบุคคลากรที่มีคุณภาพของประเทศคนหนึ่งเลยทีเดียว ในสมัยทำงานอยู่กับ PTT ได้แสดงผลงานและฝีไม้ลายมือไว้มากมาย แต่พอมาอยู่ กทพ. กลับทำให้กองเชียร์รู้สึกผิดหวัง ที่ไม่ยอมต่อสู้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ และไม่คิดบรรเทาทุกข์ให้กับราษฎร แต่ไปยอมยกประโยชน์ให้กับเอกชนแบบง่ายๆ ทั้งที่ยังมีเวลาไตร่ตรองถึงผลดีผลเสียได้อีกนาน 

ความจริงแค่แพ้คดี 4.2 พันล้าน แต่ยกประโยชน์อีกหลายหมื่นล้านบาท ในการต่อสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 ออกไปอีก 38 ปี ไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ ทั้งที่ในปีหน้า 2563 ทางด่วนขั้น 2 จะกลับมาเป็น "ของหลวง" และน่าจะลดราคาค่าผ่านทางลงมาได้ ทางด่วนเส้นนี้เลยจุดคุ้มทุนไปนานแสนนาน ส่วนคดีอื่นๆ ก็ว่ากันเป็นเรื่องๆ ไป แต่ไม่เชื่อว่า กทพ.จะต้องแพ้ และจ่ายค่าเสียหายในทุกคดี ถ้าตั้งใจสู้จริง และรัฐบาลสนับสนุน

ถึงแม้ว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้หาแนวทางการแก้ปัญหา แก้ภาระหนี้ และให้กทพ.เจรจากับ เอกชน หาก "ตีความ" กันจริงๆ ก็ควรจะว่ากันทีละเรื่อง ไม่ใช่ "เหมารวม" แล้ววาดตัวเลขใหญ่โตมโหฬารแบบนี้ มันทำให้ดูน่าตกใจ!

ที่สำคัญ "ชาญชัย โพธิ์ทองคำ" ประธานสหภาพพนักงานรัฐวิสาหกิจ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) ที่เคยออกมาค้านยกสัมปทานให้เอกชน ก็ควรออกมาเคลื่อนไหวให้มากกว่าเดิม เพราะ บอร์ด BEM เขาลงมติไปเมื่อ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา เปิดอ้าซ่า รอรับขยายสัมปทาน 38 ปี เรียบร้อย โดยจะยกเลิกคดีฟ้องร้องทั้งหมด โดยจะแก้ไขสัญญา

1.โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 

2.สัญญาเพื่อการต่อขยายโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ส่วนดี) 

3.สัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน - ปากเกร็ด 


การยุติข้อพิพาททั้งหมดดังกล่าว กทพ.และบริษัทฯ/บริษัทย่อย ตกลงที่จะมีการขยายระยะเวลาสัญญาสัมปทานทั้ง 3 ออกไปเป็นเวลา 38 ปี อัตราค่าผ่านทางจะมีการปรับเพิ่มแบบคงที่ทุกระยะเป็นเวลา 10 ปี และลงทุนก่อสร้างปรับปรุงทางด่วนขั้นที่ 2 เป็นเงินลงทุน 31,500 ล้านบาท

การยุติข้อพิพาทกับ กทพ. ถือเป็นการจำหน่ายซึ่งสินทรัพย์ โดยข้อพิพาทที่บริษัท และบริษัทย่อย ตกลงยุติเป็นข้อพิพาทที่มีการฟ้องร้องคดีต่อศาล ข้อพิพาทที่เสนอต่อคณะอนุญาโตตุลาการ และข้อพิพาทที่เสนอต่อคณะผู้พิจารณาที่เกิดขึ้นแล้ว หรืออาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมมูลค่า 137,517 ล้านบาท

ดูตามมติบอร์ด BEM เท่ากับ "กิน 3 เด้ง" และสุดท้ายแล้วคนที่ต้อง "แบกภาระ" ค่าทางด่วนแพงๆ หนีไม่พ้นคนไทยตาดำๆ !

ส่วนคนที่รวยกว่าเพื่อนก็น่าจะเป็น CK หรือ ช.การช่าง ผู้ถือหุ้นใหญ่ BEM 

เอาเป็นว่า ถ้าหากรัฐบาลเห็นดีเห็นงามให้ต่อสัมปทาน ช้อนซื้อ CK และ BEM ไว้ก็น่าจะมีเงินเก็บไว้จ่ายค่าทางด่วนได้ตลอดชีวิต!

  • ผู้โพสต์ chisanupong
  • 2019-03-12 11:38:44
  • 2174

ผู้สนับสนุน