เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2020-04-15 11:07:10
  • 1726

THAI มีอะไรดี..น่าลงทุนตรงไหน?

ในระยะ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องราวของ THAI  หรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถูกหยิบมาพูดกันในวงของนักลงทุนอย่างหนาหู และที่ดูจะจุดติดได้ง่ายมากคือกระแสข่าวลือที่ระบุว่า "เจ้าสัว-เจริญ สิริวัฒนภักดี" จะเข้ามาซื้อหุ้นของการบินไทย เท่านั้นแหล่ะ!! หุ้นติดเทอร์โบ วิ่งชนซิลลิ่งหลายวันติดกัน แต่สุดท้ายก็เป็นผู้บริหารของการบินไทยเองที่ออกมาสยบข่าวลือว่าตอนนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างทําแผนฟื้นฟูเพื่อนําเสนอหน่วยงาน ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และบริษัทฯ ยังไม่ได้มีการหารือกับ Strategic Partner รายใดเป็นการเฉพาะ เท่านั้นแหล่ะ! ราคาหุ้นหันหัวทิ้งดิ่งทันที


หลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวลือระลอกใหม่ออกมาว่าบรรดารัฐวิสาหกิจหลายรายไม่ว่าจะเป็น บมจ.ปตท.-บมจ.ท่าอากาศยานไทย-ธนาคารออมสิน จะเข้ามาลงทุนในหุ้น และ/หรือ ซื้อหน่วยธุรกิจของการบินไทยออกไป แต่ท้ายที่สุดบรรดาผู้บริหารเหล่านั้นก็เรียงหน้าออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวอย่างชัดเจน 

คำถามคือ..แล้วแบบนี้การบินไทยจะรอดได้อย่างไร เพราะดูจากสภาพการณ์แล้วจัดได้ว่าอาการโคม่า อยู่ในห้อง ICU เลยทีเดียว ..ความหวังเดียวตอนนี้อยู่ที่กระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับหนึ่ง ถือหุ้นร้อยละ 51.03  จะช่วยอุ้มกันแบบไหน เพื่อให้องกรค์นี้ยืนหยัดต่อไปได้อย่างมั่นคงซะที เพราะเป็นปัญหาคาราคาซังมานานปี ซึ่งยังไม่เคยเห็นการแก้ไขได้อย่างเบ็ดเสร็จซักครั้ง

ข้อมูลทางการเงินล่าสุด ณ สิ้นปี 2562 การบินไทยมีหนี้สินรวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อย มากถึง 244,899 ล้านบาท มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest Bearing Debt to Equity) เท่ากับ 12.5 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 20.8 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นมีจํานวน 11,766 ล้านบาท (ลดลงจากสิ้นปี 2561จํานวน 8,690 ล้านบาท หรือ 42.5%) สาเหตุหลักเกิดจากผลการดําเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยที่มีผลขาดทุน  12,042.40 ล้านบาท ต่อเนื่องจากปี 2561 ที่ขาดทุนสุทธิ 11,625.16  ล้านบาท ส่วนสภาพคล่อง บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจํานวน 21,663 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.4 ของสินทรัพย์รวม  โดยในปี 2562 บริษัทฯและบริษัทย่อยได้จัดหาเงินทุนจากเงินกู้ ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงินต่างๆ และออกหุ้นกู้ 2 ครั้ง 


ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่าในวันที่ 16 เมษายนนี้จะมีการหารือถึงความคืบหน้าของแผนฟื้นฟูของการบินไทยร่วมกัน โดยเบื้องต้น สคร. วางเป้าหมายว่าแผนการฟื้นฟูของการบินไทยจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้  ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาหลายแนวทาง ทั้งการให้ออกหุ้นกู้โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน  หรือ การเพิ่มทุนให้กับการบินไทย รวมถึงการพิจารณาวงเงินกู้ระยะสั้น (Bridge loan) ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ ทั้งนี้แนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นรัฐบาลจะเป็นคนดำเนินการเอง แต่จะเป็นด้วยวิธีการใดยังอยู่ระหว่างการศึกษา

จริงๆ แล้วถ้าหากหันมามองเคสฟื้นฟูกิจการแบบเบสิกทั่วๆ ไปที่นิยมทำกันคือ เปลี่ยนเจ้าของโดยการขายหุ้นออกไปให้คนใหม่เข้ามาบริหาร-หรือ-เพิ่มทุนโดยผู้ถือหุ้นใหญ่ใส่เงินเข้ามาหรือหาพันธมิตรมาซื้อหุ้นเพิ่มทุนโดยทีมบริหารชัดเดิมทำงานต่อไป-หรือ-ตัดขายทรัพย์สินบางหน่วยธุรกิจออกไป-หรือ-ระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้หรือตราสารในรูปแบบอื่นๆ  บทสรุปทั้งหมดทั้งมวลก็คือการหาเงินใส่เข้าไปในบริษัทเพื่อให้มีสภาพคล่องและรันกิจการให้เดินหน้าต่อไปได้

แน่นอน! ด่านแรกของการบินไทยผ่านไปได้อยู่แล้ว เพราะฝ่ายรัฐบาลบอกชัดเจนว่าจะเข้ามาอุ้มแน่ๆ แต่ประเด็นคือเมื่อได้เงินมาแล้ว จะยังคงบริหารงานแบบเดิมๆ อีกต่อไปรึไม่? ในโลกของสายการบินที่มีการแข่งขันตลอดเวลาและทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ  ถ้าการบินไทยไม่มีการปรับตัวก็คงจะหนีไม่พ้นวังวนแบบเดิมๆ วนเป็นปัญหา "ไก่ กับ ไข่" ไม่มีที่จบสิ้นกันซักที

จากที่ไปศึกษาข้อมูลของการบินไทย บอกว่ามีการจัดทําแผนฟื้นฟูระยะเร่งด่วนระยะที่ 2 โดยดําเนินการควบคู่ไปกับการดําเนินการตามแผนดําเนินการตามกลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 3 แนวทางการดําเนินงาน ได้แก่ 

1. การเพิ่มรายได้ โดยดําเนินกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าแบบ Personalized มุ่งเน้นการสร้างรายได้เสริม(Ancillary Revenue) รวมทั้งเร่งดําเนินงานด้าน Digital Marketing โดยใช้ Big Data และ Data Analytic ในการ

วิเคราะห์ตลาดเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มการขายทาง Online ให้มากขึ้น

2.การควบคุมและลดค่าใช้จ่าย โดยมีมาตรการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จําเป็น ลดค่าตอบแทนของผู้บริหารและคณะกรรมการอย่างสมัครใจ เป็นต้น

3.การปรับปรุงประสิทธิภาพการดําเนินงาน อาทิ การบริหารจัดการฝูงบินให้มีประสิทธิภาพ โดยเร่งสรุปแผนการจัดหาเครื่องบินให้มีความเหมาะสมกบการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมทั้งควบคุมติดตามแผนการจําหน่ายเครื่องบินที่ปลดระวาง และทรัพย์สินให้ได้ตามแผนการขายเครื่องบิน และวางแผนระยะยาวในการลดหนี้สินเพื่อลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้ตํ่าลงเพื่อลดความเสี่ยงของสถานะทางการเงินและหนี้สินของบริษัทฯ รวมทั้งปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพเหมาะสมกบการประกอบธุรกิจ และบรรจุบุคลากรในตําแหน่งสําคัญให้ครบถ้วนเพื่อให้มันใจว่าการดําเนินการทั้งหมดมีการกากับดูแลอย่างใกล้ชิด 

ไม่อยากจะคิดลบหรือมองโลกในแง่ร้าย..แต่นี่คือแผนฟื้นฟูที่จะทำให้การบินไทย กลับมาแข่งขันได้ มีรายได้เพิ่มขึ้น กลับมามีกำไรสุทธิ สามารถสร้างกิจการให้มั่นคงแข็งแกร่งและเติบโตได้อนาคตจริงๆ ใช่มั้ย? ช่วยตอบที!!! 

นักลงทุนลองประเมินดูเองว่าคุ้มค่าที่จะลงทุนกับหุ้น THAI หรือไม่ ..ข้อมูลจาก บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะนำ BEARISH กลุ่มการบิน สถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัส Covid-19 รุนแรงกว่าคาด มีการแพร่ระบาดแล้วใน 195 ประเทศทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 5 แสนราย และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2 หมื่นราย ทำให้หลายประเทศมีมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และหลายสายการบินทั่วโลกประกาศยกเลิกเส้นทางบินระหว่างประเทศเป็นระยะเวลา 1-2 เดือนเป็นอย่างน้อย ทำให้คาดว่าปี 2020F กลุ่มการบินมีผลขาดทุนสูงถึง -66,416 ลบ. จากปีก่อนหน้ามีกำไร 12,861 ลบ. คาดจุดต่ำที่สุดของผลประกอบการอยู่ในช่วง 2Q20F โดย THAI (U.R.) มีความเสี่ยงสูงที่สุดในกลุ่มฯ อาจต้องปรับโครงสร้างส่วนทุนภายใน 1H20F

  • ผู้โพสต์ areeya
  • 2020-04-15 11:07:10
  • 1726

ผู้สนับสนุน