เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2019-01-31 14:22:56
  • 10393

เปิดชื่อหุ้นในพอร์ต "เสี่ยยักษ์"

เปิดชื่อหุ้นในพอร์ต "เสี่ยยักษ์"

By...พูเมซ่า



การลงทุนในตลาดหุ้นไทยปีที่ผ่านมา นักลงทุนหลายๆคนต้องพบกับความบอบช้ำกับการขาดทุน ไม่เว้นแต่บรรดารายใหญ่ที่เรามักจะเรียกกันว่า "เซียนหุ้นยังต้องเผชิญกับผลขาดทุนไม่น้อยเช่นกัน แต่ไม่ใช่ทุกคน อย่าง "วิชัย วชิรพงศ์หรือเสี่ยยักษ์ เป็นหนึ่งในรายใหญ่ที่รอดพ้นจากการขาดทุนในครั้งนี้


จากการสำรวจการถือครองหุ้นของ เสี่ยยักษ์ ในปี 2561 พบว่า มีการลงทุนที่เกินระดับ1% จำนวน 6บริษัท ประกอบด้วย


หุ้นบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือBEM จำนวน 351.69 ล้านหุ้นคิดเป็น2.3%

หุ้นบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือITD  148.69 ล้านหุ้นคิดเป็น 2.81%

หุ้นบริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ META  18.82 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.48%

หุ้นบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE  334.67ล้านหุ้นคิดเป็น 2.9%

หุ้นบริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC 14.39 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.22%

หุ้นบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือ ROJNA 22.99 ล้านหุ้นคิดเป็น1.14%

 

ทั้งนี้ หุ้น บริษัทที่ “เสี่ยยักษ์ถือครองในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา พบว่า มีมูลค่าพอร์ตลงทุนรวมอยู่ที่  3,846.38ล้านบาท และหากนำมาคำนวณมูลค่าช่วงต้นปี 2562 พบว่า มีมูลค่าการถือของเพิ่มขึ้นเป็น 4,262.98 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น416.59 ล้านบาทคิดเป็น 10.8%





 “วิชัย วชิรพงศ์” หรือเสี่ยยักษ์ เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อไว้ว่า การลงทุนในปี 2561 เป็นปีที่ไม่ดีนักสำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่ และเชื่อว่าในปี 2562 ก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะตลาดผันผวนแรง ส่วนใหญ่จะประสบผลการขาดทุนมากกว่ากำไร แต่โดยส่วนตัวพอร์ตลงทุนของตัวเอง ยังอยู่ในระดับที่ดี เพราะโชคดี มีหุ้นBEM เป็นหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นแตะระดับนิวไฮ ตั้งแต่เข้าตลาดมา


เสี่ยยักษ์ชี้แจงถึงเหตุผลการเข้าไปลงทุนหุ้นBEM เพราะเคยประสบความสำเร็จมาจากการเข้าไปลงทุนหุ้นธนายง หรือหุ้นBTS ในปัจจุบัน  เพราะเป็นหุ้นรถไฟฟ้าแห่งเดียวของประเทศไทย และจากประสบการณ์ธุรกิจรถไฟฟ้าในต่างประเทศก็สามารถให้ผลตอบแทนที่ดี


จากนั้นจึงตัดสินเข้าไปลงทุนในหุ้นBEM ซึ่งใช้เวลาอยู่ประมาณ 4-5 ปี กว่าราคาหุ้นจะขยับขึ้น ต้องใช้ความอดทนในการถือครองพอสมควร เพราะก่อนที่BEM จะควบรวมกับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพหรือBECL ผลประกอบการยังขาดทุนและราคาหุ้นก็อยู่ในระดับต่ำ แต่เมื่อควบรวมกันมองเห็นถึงอนาคตที่ดี จึงเข้าไปลงทุนตอนที่ระดับราคาหุ้นBEM อยู่ที่ บาทต่อหุ้น     

        

อย่างไรก็ตามหุ้นในพอร์ตลงทุนตัวอื่นๆก็ขาดทุน เพราะราคาปรับลดลงมาแรง แต่หุ้นBEM ถือว่าเป็นหุ้นที่ดีสร้างผลตอบแทนสูง และปัจจุบันยังคงถือลงทุนอยู่เพราะมองว่า อนาคตเชื่อว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีได้อีก เนื่องจากปัจจุบันระยะทางของการให้บริการประมาณ 100 กิโลเมตร ในอนาคตมีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็น 400-500  กิโลเมตร จะส่งผลให้มีการเติบโตได้อีก ดังนั้น จึงยังไม่คิดจะตัดขายทำกำไรออก ส่วนหุ้นตัวอื่นๆต้องยอมรับว่าขาดทุนพอสมควร และไม่ได้ทำอะไร


การลงทุนเหมือนการแต่งงานต้องเลือกคู่ให้ถูก ต้องใช้ความอดทนสูง รอวันที่สร้างผลตอบแทนที่ดีก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ผมไม่ต้องการให้ใครมาลงทุนหุ้นตัวเดียวกับที่ผมลงทุนอยู่ แต่อยากให้นักลงทุนหาความรู้ศึกษาให้ดีใช้ความอดทนรอคอยผลตอนแทนที่คุ้มค่า



ทั้งหมดคือ สิ่งที่เสี่ยยักษ์แสดงความคิดเห็นในการลงทุนตลาดหุ้นไทย ซึ่งนักลงทุนหลายๆคนสามารถนำมาเป็นต้นแบบของการลงทุนคือ การเลือกหุ้นให้ถูกตัว  ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะหาหุ้นให้ถูกตัว และได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนทำไม่ได้ โดยเฉพาะในตลาดหุ้นช่วงขาลง มีหุ้นหลายๆตัวที่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน ในระยะสั้นอาจจะดูไม่มีนัก แต่ถ้าอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีอนาคตระยะกลางถึงยาว ตอนนี้ในตลาดหุ้นไทยมีหุ้นให้เลือกถือยาวได้หลายๆตัว ลองค้นหาดูให้ดี

  • ผู้โพสต์ kaweephon
  • 2019-01-31 14:22:56
  • 10393

ผู้สนับสนุน