เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


THE DARK NEWS

  • 2019-07-14 10:30:29
  • 1499

LIBRA…เงินดิจิทัล ฝันกลางวันของคนโลกสวย

LIBRA…เงินดิจิทัล ฝันกลางวันของคนโลกสวย

By...เฮียขาว วินสีลม


ทวีตล่าสุดของ "โดนัล ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่กล่าวถึงสกุลเงินในรูปแบบดิจิทัล (Cryptocurrency) ระบุเอาไว้ชัดๆว่า “อเมริกามีแค่เงินดอลล่าร์เพียงอย่างเดียว” (We have only one real currency in the USA.)

และถ้าหาก Libra ต้องการเป็น “สกุลเงินใหม่” ก็ต้องดำเนินการขออนุญาตตามขั้นตอนทั่วไปเหมือนกับที่ธนาคารที่อื่นๆต้องทำ (If Facebook and other companies want to become a bank, they must seek a new Banking Charter and become subject to all Banking Regulations, just like other Banks, both Nation)

"ทรัมป์" ยังระบุเพิ่มเติมว่า ถ้าไม่มีการควบคุม “เงินดิจิทัล” พวกนี้ก็จะเป็นได้แค่เครื่องอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าสิ่งผิดกฎหมายหรือยาเสพติดเท่านั้น (Unregulated Crypto Assets can facilitate unlawful behavior, including drug trade and other illegal activity)


ใช่แล้ว..ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ กำลังพุ่งเป้าไปที่ "Libra" เงินดิจิทัลสกุลใหม่ซึ่งทางเฟสบุ๊ค (Facebook) และกลุ่มพันธมิตรกำลังผลักดันให้เกิดขึ้นมานั่นเอง..

นี่ไม่ใช่เพียงแค่ "หมัดตรง" ที่ไม่อ้อมค้อมตามสไตล์ของป๋าทรัมป์คนเดิมเพียงอย่างเดียว..แต่นี่ยังเป็นมุมมอง "ที่ออกมาจากรัฐบาลและธนาคารชาติของแทบทุกประเทศ" ที่กำลังระวัง และเฝ้ามองปรากฏการณ์ที่เงินดิจิทัลกำลังพยายามจะสร้างความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางผลประโยชน์และการจัดเก็บผลประโยชน์ครั้งใหญ่ที่สุดของโลกอีกครั้ง

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะกำลังจะสร้างครั้งใหญ่หลังจากที่สื่อสิ่งพิมพ์ได้เริ่มตายไปจากโลกนี้..และถ้าไม่มี "การควบคุมและจัดการที่ดีพอ" เงินสกุลหลักของแต่ละประเทศทั่วโลกก็อาจที่จะต้องตายไปด้วยเช่นกัน...

ในความเป็นจริง..สกุลเงินในรูปแบบดิจิทัล (Crypto currency) ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น Bitcoin หรือ Libra ล้วนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายกฎเรื่อง "พรมแดนของอัตราแลกเปลี่ยน" และจะถูกสร้างให้เป็น “ตัวกลางในการแลกเปลี่ยน (Exchange)" ในการซื้อสินค้าและบริการในอัตราเดียวกันทั่วโลก หรือคาดหวังว่าจะถูกทำให้กลายเป็น “เป็นสกุลเงินของโลก (Global currency)” นั้นเอง


แต่ระหว่างเงินดิจิทัลที่มีขึ้นมาก่อนหน้านี้อย่าง Bitcoin, Ethereum, Tether หรืออีกหลายๆตัวซึ่งในที่สุดก็กลายสภาพมาเป็น "ของเล่น" ที่ดึงดูดความโลภของนักลงทุนเท่านั้น..ท้ายที่สุดจนเงินดิจิทัลเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ในโลกของความเป็นจริงอยู่ดี...

ซึ่งถ้าเอาสกุลเงินดิจิทัลเดิมๆที่มีมาแล้ว มาเทียบกับ Libra จะพบว่าเงินดิจิทัลเหล่านั้น "ไม่มีที่มาที่ไป" ไม่มีตัวกลางที่จะเข้ามาผูกพันกับค่าเงินอย่าง "เป็นตัวเป็นตน" ให้เห็นได้เลย..ขณะที่การเกิดขึ้นมาของ Libra ในครั้งนี้จะถูกหนุนหลังค่าเงินด้วย "ทุนสำรอง" ซึ่งเป็นตะกร้าของสินทรัพย์ในสกุลเงินต่างๆ ที่มีความเสี่ยงต่ำภายใต้การกำกับดูแลจากหน่วยงานอิสระที่มีชื่อเหมือนกับสกุลเงินที่เรียกว่า "Libra Association" ที่ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนมากถึง 28 องค์กรยักษ์ใหญ่ในหลายกลุ่มธุรกิจเช่น Facebook MasterCard, PayPal, Visa, eBay, Spotify, Uber, Lyft เป็นต้น


แต่เนื่องจาก Facebook เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งมีฐานข้อมูลบุคคลอยู่ถึง 1.3 พันล้านบัญชีจึงทำให้ Facebook กลายเป็นตัวหลักที่ถูกอ้างถึงในการสร้างโครงข่าย Blockchain นี้ขึ้นมา...

ที่ว่ามาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า Libra กำลังก้าวเข้ามาใกล้ความเป็นสกุลเงินของโลก "Global currency" และเริ่มจะไม่ใช่ "ความฝันลมๆแล้งๆ" เหมือนดังเช่นงินดิจิทัลสกุลเดิมๆอีกต่อไป..

และนั้นจึงกลายเป็นเครื่องกระตุ้นให้ "กฎเกณฑ์และการควมคุมที่แท้จริง" ต้องเกิดขึ้นมาด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม..ถึงแม้ว่าจะไม่สนใจ "ทวีต" ของประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ยังจะเห็นได้ว่า Libra ยังมีจุดอ่อนที่ "ไร้เดียงสา" อยู่หลายอย่างอยู่ดี

เรื่องแรก..ก็คงจะเป็นเรื่องของสกุลเงินในรูปแบบดิจิทัล (Cryptocurrency) อย่าง Libra ที่ถึงแม้ว่าจะสร้างความแตกต่างจากเงินดิจิทัลสกุลเก่าอย่าง Bitcoin หรืออื่นๆ ด้วยการวางสินทรัพย์เพื่อหนุนค่าเงิน..แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าสินทรัพย์ที่ว่านี้จะมีการดูแลอย่างไร ลงทุนอย่างไร และควบคุมอย่างไรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด

เรื่องที่สอง..ก็เป็นเรื่องมุมมองและวัตถุประสงค์ของการเป็นเงินสกุลเดียวที่สามารถใช้และทำทุกอย่างได้บนโลก (global currency) โดยที่ลืมมองไปว่า "เงิน" คือแหล่งของผลประโยชน์ที่จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเพื่อการจัดเก็บและจัดแบ่งผลประโยชน์ของรัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละประเทศ..อย่าลืมว่า "การจัดเก็บและแบ่งผลประโยชน์" ที่เกิดจากอัตราการแลกเปลี่ยนและภาษี คือเรื่องที่สำคัญที่สุด และไม่มีประเทศใดที่จะยอมเสียประโยชน์ที่ได้เหล่านี้ให้กับเอกชนที่ประกาสตรงๆว่า "ต้องการหลบเลี่ยงการจ่ายรายได้ให้กับรัฐ"

เรื่องที่สาม คือเรื่องการสร้างกลไกเพื่อควบคุมเสถียรภาพค่าเงินดิจิทัลของตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรค่าเงิน..เพราะตราบใดที่ยังทำการควบคุมค่าเงินไม่ได้ การเก็งกำไรก็จะต้องเกิดขึ้น..และเมื่อควบคุมไม่ได้ Libra ก็จะไม่แตกต่างจาก Bitcoin, Ethereum, Tether แต่อย่างใด

เรื่องที่สี่..ถ้าหากว่าเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) อย่าง Libra จะต้องเข้าไปอยู่ในระบบการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนและการจัดเก็บภาษี..ในท้ายที่สุดเงินดิจิทัลอย่าง Libra ก็ไม่แตกต่างอะไรกับเงินในบัตรเครดิตที่เพียงแค่มีเครดิตก็สามารถใช้จ่ายได้ทั่วโลก สิ่งที่จะแตกต่างก็เพียงแค่รูปแบบที่เปลี่ยนมาจาก "บัตรพลาสติก" มาเป็นเงินไร้รูปแบบอย่างดิจิทัลก็เท่านั้นเอง...

และท้ายที่สุด คือเรื่องของการควบคุมความลับและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้เงิน..อย่าลืมว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา Facebook มีปัญหาในเรื่องการเก็บข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าจนถูกตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลมาโดยตลอดว่าเชื่อมั่นใน Facebook ได้จริงหรือ..?? 

สรุป..การตื่นตัวและตื่นเต้นในเรื่องของเงินดิจิทัลเป็นเรื่องที่ดี แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการรองรับทางกฎหมาย..การวิ่งตามเรื่องของเงินดิจิทัลเกินตัวเกินไปก็ดูจะกลายเป็น "ความไร้เดียงสา" ที่หลงลืมความเป็นจริงในเรื่องของการ "กินแบ่ง" และกฎเกณฑ์ทางสังคม จนกลายเป็นเหมือนความฝันของ "คนโลกสวย" ที่นอนชอบดึกมากเกินไปนั้นเอง...

  • ผู้โพสต์ kaweephol
  • 2019-07-14 10:30:29
  • 1499

ผู้สนับสนุน