เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

คอลัมนิสต์


Smart Invest

  • 2020-09-23 14:50:03
  • 1258

เกาะติด “วิกรม-แคทลีน” ควักเงิน 200 ลบ. เพิ่มทุน “AMATA-WAVE” ต.ค.นี้

By.พูเมซ่า

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเข้าใกล้โค้งสุดท้ายของปี 2563 แนวโน้มดัชนียังคงปรับตัวลดลง และผันผวนต่อเนื่อง เพราะดูท่าแล้วจะมีแต่ปัจจัยลบที่คอยกดดันบรรยากาศการลงทุนต่อไป ดังนั้นการลงทุนในช่วงนี้ ผู้ลงทุนส่วนใหญ่น่าจะใช้ความระมัดระวังสูงเป็นพิเศษ และการจะตัดสินใช้เงินลงทุนไม่ว่าจะเป็นหุ้นตัวใหม่หรือหุ้นเดิมก็คงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะการลงทุนใส่เงินเพิ่มทุนในหุ้นเดิมที่ถืออยู่แล้ว


ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเดือนกันยายน 2563 มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยขึ้นเครื่องหมายสิทธิ์ในการรับซื้อหุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน (วอร์แรนต์) 4 บริษัท ประกอบด้วย  บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WAVE โดยวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นวันที่ 8 ก.ย. 2563 กำหนดช่วงระยะเวลาจองซื้อวันที่ 14 ต.ค. 2563 - 20 ต.ค. 2563  ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1.5หุ้นเพิ่มทุน  ในราคาหุ้นละ 0.70 บาท ขณะที่ผู้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนจะได้รับวอร์แรนต์ฟรี ในอัตราส่วน 2 หุ้นเพิ่มทุนต่อ 1 วอร์แรนต์

บริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) หรือ DIMET กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นวันที่15 ก.ย. 2563 ช่วงระยะเวลาจองซื้อวันที่ 22 ต.ค. 2563 - 29 ต.ค. 2563 อัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นเพิ่มทุน ณ ราคา 0.10 บาทต่อหุ้น รวมทั้งจะได้รับ วอร์แรนต์ฟรี อัตราส่วน 1.335 หุ้นเพิ่มทุนต่อ 1 วอร์แรนต์

บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นวันที่ 21 ก.ย. 2563 ช่วงระยะเวลาจองซื้อวันที่ 9 ต.ค. 2563 - 16 ต.ค. 2563 อัตราส่วน12.8554217 หุ้นเดิมต่อ1หุ้น เพิ่มทุน ณ ราคา 11.80 บาทต่อหุ้น

บริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSF กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นวันที่ 28 ก.ย. 2563 ยังไม่ได้ระบุช่วงระยะเวลาจองซื้อ โดยมีอัตราส่วนจัดสรร 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นเพิ่มทุน ราคา 0.02 บาทต่อหุ้น

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่า ระยะเวลาการจองซื้อจะอยู่ในช่วงเดือนต.ค.นี้ และประเด็นที่น่าสนใจก็คือท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวนและแนวโน้มเศรษฐกิจย่ำแย่ บรรดากลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของแต่ละบริษัทฯ จะยอมควักเงินเพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือครองหรือไม่ โดยเฉพาะ"วิกรม กรมดิษฐ์"ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ AMATA

ทั้งนี้จากสำรวจข้อมูลจะเห็นปัจจุบัน "วิกรม" ถือครองหุ้นAMATA จำนวน 260.34 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.40% หากจะใช้สิทธิ์ตามสัดส่วนในครั้งนี้ จะต้องใช้เงินประมาณ 240 ล้านบาท

ขณะที่ "แคทลีน มาลีนนท์" ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ WAVE  จำนวน 105.10ล้านหุ้น คิดเป็น 22.46% จะต้องเงินประมาณ 100 ล้านบาท ในการรักษาสัดส่วนการถือครองไว้ในระดับเท่าเดิม

อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามกันว่า ในสถาการณ์แบบนี้ ผู้ถือหุ้นใหญ่ จะยอมใส่เงินเพิ่มทุนให้กับบริษัทฯหรือไม่   ซึ่งบทสรุป น่าจะสามารถสะท้อนได้ว่า อนาคตของบริษัทฯ จะเดินหน้าหรือถอยหลังนับจากนี้ไปเป็นอันรู้กัน...

  • ผู้โพสต์ nongnapas
  • 2020-09-23 14:50:03
  • 1258

ผู้สนับสนุน