เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ออกจากระบบ

ข่าว


ฟิทช์ปรับลดอันดับเครดิตสากลของ BBL เป็น 'BBB' ผลกระทบการระบาด COVID-19

  • 2020-04-03 15:58:14
  • 175

ฟิทช์ เรทติ้งส์ประกาศลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term ForeignCurrency IDR) ของธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) เป็น 'BBB' จาก 'BBB ' และคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่'F2'และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่'AA (tha)'โดยแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ


ในขณะเดียวกันฟิทช์ปรับลดอันดับเครดิตสากลของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิเป็น 'BBB'จาก'BBB 'และปรับลดอันดับเครดิตของหุ้นกู้ด้อยสิทธิ เป็น 'BB ' จาก 'BBB' และยกเลิกสถานะ"อยู่ระหว่างสังเกตการณ์ผลกระทบจากการปรับเกณฑ์การจัดอันดับเครดิต" (UnderCriteria Observation)

ฟิทช์ปรับลดอันดับเครดิตของBBLสะท้อนถึงความท้าทายของสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจและผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสที่กระจายไปในวงกว้างโดยผลกระทบดังกล่าวได้เพิ่มแรงกดดันต่อสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานของธนาคารที่อ่อนแอมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและทั่วโลกที่ซบเซาแม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีมาตรการผ่อนปรนเพื่อช่วยสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ แต่มาตรการเหล่านี้ไม่น่าจะหักล้างความเสี่ยงที่เกิดจากผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำต่อลูกหนี้ที่มีฐานะทางการงินที่อ่อนแอหรือเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางได้สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของธาคารไทยสามารถดูได้จาก"CoronavirusOutbreak Increases Challenges for Thai Banks' Operating Environment" ลงวันที่ 2 เมษายน 2563

เนื่องจากระยะเวลาและแนวโน้มความรุนแรงของสถานการณ์การระบาดของโคโรน่าไวรัสยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งตามสมมติฐานกรณีฐานของฟิทช์นั้นคุณภาพของสินทรัพย์รวมถึงผลการดำเนินงานของBBLอาจได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงระยะเวลา2

ปีข้างหน้าเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานในปี 2562โดยนอกจากระดับค่าใช้จ่ายการสำรองหนี้สูญ (credit cost) ที่อาจเพิ่มขึ้นแล้วรายได้ของธนาคารก็อาจจะปรับตัวลดลงจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำรวมถึงรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ชะลอตัว

อีกทั้งฐานะเงินกองทุนที่จะอ่อนแอลงจากการเข้าซื้อกิจการธนาคาร PT BankPermata Tbk (Permata: AAA(idn)/เครดิจพินิจเป็นลบ) ในประเทศอินโดนีเซีย

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

-อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ

อันดับเครดิตภายในประเทศ และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ

อันดับเครดิตภายในประเทศ และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ BBL พิจารณาจากโครงสร้างเครดิตของตัวธนาคารเองซึ่งสะท้อนในอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating หรือ VR) หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิมีสถานะเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของธนาคารซึ่งมีอันดับเครดิตอยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตและรวมการพิจารณาโครงสร้างด้านการระดมทุนและสภาพคล่องของธนาคารที่ระดับ'bbb '

การคงอันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารสะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ต่อโครงสร้างเครดิตของBBLที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศแม้ว่าอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของธนาคารจะถูกปรับลดอันดับลง

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

-อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของBBLสะท้อนถึงเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งในประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านธุรกิจรายใหญ่และกิจการธนาคารต่างประเทศนอกจากนี้อันดับเครดิตยังสะท้อนมุมมองของฟิทช์ต่อสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่จะอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากการชะลอตัวอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจไทยอันดับเครดิตยังรวมถึงความเชื่อของฟิทช์ว่ากำไรของธนาคารจะอ่อนตัวลงจากอุปสรรคต่างๆดังที่กล่าวมารวมทั้งการด้อยคุณภาพของสินทรัพย์น่าจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การซื้อกิจการ Permata อาจทำให้ BBL ต้องเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของกำไรที่มากขึ้นในระยะกลางจากการเพิ่มสัดส่วนความเสี่ยงของธนาคารจากธุรกิจที่อยู่ในสภาวะแวดล้อมการดำเนินงานที่ด้อยกว่า

การซื้อกิจการ Permata น่าจะแล้วเสร็จในปี2563โดยอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CommonEquity Tier 1: CET1) น่าจะปรับตัวลดลงประมาณ 3%หลังจากธุรกรรมเสร็จสิ้นโดยธนาคารคาดว่าจะทยอยเพิ่มเงินกองทุนให้กลับขึ้นมาจากกำไรสะสมของธนาคารแต่อย่างไรก็ตามภายใต้สภาวะแวดล้อมการดำเนินงานที่ท้าทายน่าจะกดดันความสามารถในการสะสมเงินกองทุนของธนาคารอย่างน้อยในช่วงระยะสั้น ดังนั้นฟิทช์จึงเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่การปรับตัวเพิ่มขึ้นของฐานะเงินกองทุนจะเป็นไปได้ช้ากว่าที่คาด

BBL ยังคงมีโครงสร้างเครดิตที่ดีกว่าและมีความสามารถในการรองรับผลกระทบเชิงลบที่มากกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารอื่นที่มีอันดับเครดิตที่ต่ำกว่าและอยู่ในสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานในระดับเดียวกันซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะช่วยลดแรงกดดันเชิงลบต่ออันดับเครดิตของธนาคารในช่วงระยะเวลา 12-18 เดือนข้างหน้าโดยสภาพคล่องของธนาคารและอัตราส่วนการสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Loan LossCoverage Ratio) ที่สูงกว่าธนาคารอื่นน่าจะสนับสนุนความสามารถในการรองรับความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นจากสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงาน

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

-อันดับเครดิตสนับสนุน(SupportRating) และอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำ

อันดับเครดิตสนับสนุนและอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำของBBLสะท้อนถึงความสำคัญของธนาคารต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของประเทศไทยในฐานะที่ธนาคารมีส่วนแบ่งทางการตลาดลูกค้าเงินฝาก 17% ณ สิ้นปี 2562 ฟิทช์เชื่อว่ามีโอกาสสูงที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารหากจำเป็นเนื่องจากธนาคารมีบทบาทในฐานะสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบของประเทศไทย

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

-หุ้นกู้ด้อยสิทธิ

การปรับลดอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิ(ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่2 ภายใต้หลักเกณฑ์บาเซล 3และที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่2 ซึ่งไม่สอดคล้องตามเกณฑ์บาเซล 3) ของ BBL เป็น 'BB ' จาก 'BBB' เนื่องจากการปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของธนาคารซึ่งเป็นอันดับเครดิตอ้างอิง(anchorrating) และการเปลี่ยนแปลงของเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตสำหรับตราสารหนี้ด้อยสิทธิ(ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2) เป็น 2 อันดับต่ำกว่าอันดับเครดิตอ้างอิง (anchorrating) ซึ่งจากเดิมคือที่ 1 หรือ 2

อันดับต่ำกว่าอันดับเครดิตอ้างอิง ทั้งนี้เพื่อสะท้อนถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ ทั้งนี้หุ้นกู้ด้อยสิทธิดังกล่าวไม่มีคุณสมบัติรองรับผลขาดทุนระหว่างการดำเนินกิจการ(going-concernloss absorption) จึงไม่ได้ถูกปรับลดอันดับเพิ่มเติมเพื่อสะท้อนถึงความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นกู้จะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ดาดการณ์(non-performancerisk)

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

-อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศอันดับเครดิตภายในประเทศ และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้กิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต(ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ

อันดับเครดิตภายในประเทศ และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ BBL จะได้รับผลกระทบในทิศทางเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงของอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร การปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินน่าจะส่งผลให้อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศและอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิได้รับการปรับเพิ่มอันดับ

การเปลี่ยนแปลงมุมมองของฟิทช์ที่มีต่อโครงสร้างเครดิตของBBLเมื่อเทียบกับอันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารหรือบริษัทอื่นอาจส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตภายในประเทศของBBLอย่างไรก็ตามฟิทช์มองว่าการปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศของBBL

ไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้นเมื่อพิจารณาจากโครงสร้างอันดับเครดิตของธนาคารเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่รายอื่นในประเทศ

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้กิดการปรับลดอันดับเครดิต(ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

การปรับลดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินจะส่งผลในทิศทางเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศและอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของธนาคารแม้ว่าความเสี่ยงในเชิงลบต่ออันดับเครดิตสนับสนุนและอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำ

มีค่อนข้างจำกัด โดยอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำอยู่ที่ 'BBB-' อันดับเครดิตภายในประเทศอาจได้รับการปรับลดอันดับหากฟิทช์มองว่าโครงสร้างเครดิตของธนาคารอ่อนแอลงเมื่อเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นในประเทศ

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

-อันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้กิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต(ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารอาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับเป็น'bbb 'หากแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารจัดอยู่ในระดับสอดคล้องกับธนาคารอื่นที่มีอันดับเครดิตสูงกว่าและอยู่ในสภาวะแวดล้อมการดำเนินงานที่ระดับเดียวกัน

(ที่ bbb)เช่นอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อต่ำกว่า3%อีกทั้งยังมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงที่แข็งแกร่งในด้านของสำรองหนี้สูญต่อสินเชื้อด้อยคุณภาพและเงินกองทุน(เช่น CET1 อยู่ที่ระดับ 16%อย่างต่อเนื่อง)

ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนโดยที่ไม่ได้ยอมรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเนื่องจากความสามารถดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสามารถในการสะสมเงินกองทุนของธนาคาร

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้กิดการปรับลดอันดับเครดิต(ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

อันดับความแข็งแกร่งของธนาคารอาจได้รับการปรับลดอันดับเป็น'bbb-'หากฐานะเงินกองทุนของธนาคารปรับตัวด้อยลงอย่างต่อเนื่องจนไม่เพียงพอที่จะรองรับคุณภาพสินทรัพย์ที่ด้อยลงเช่น การที่อัตราส่วน CET1 ของธนาคารปรับตัวลดลงต่ำกว่า 13%

ในช่วงสองปีข้างหน้าโดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นสูงกว่า 6%และอัตราส่วนสำรองหนี้เสียต่อสินเชื้อด้อยคุณภาพต่ำกว่า 120% ในความเห็นของฟิทช์เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้หากผลประกอบการ

และกำไรของธนาคารยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากการลดลงของอัตรากำไรและคุณภาพสินทรัพย์ที่ด้อยลง ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานที่ท้าทายและการยอมรับความเสี่ยงของธนาคารที่เพิ่มขึ้น

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

-อันดับเครดิตสนับสนุนและอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำ

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้กิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต(ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำอาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากฟิทช์เชื่อว่ามีโอกาสมากขึ้นที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารที่มีนัยต่อระบบ(D-SIB)ซึ่งรวมถึงBBL อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะปานกลาง การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยที่ 'BBB '/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพก็อาจบ่งชี้ได้ว่ารัฐบาลมีความสามารถเพิ่มขึ้นในการสนับสนุนธนาคาร (รวมถึง BBL) แต่การพิจารณาอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำต้องคำนึงถึงการที่โอกาสในการให้การสนับสนุนธนาคารไม่มีการปรับตัวลดลง

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้กิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

อันดับเครดิตสนับสนุนและอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำอาจถูกปรับลดอันดับหากฟิทช์เชื่อว่าความสามารถที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารนั้นลดลง เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นหากอันอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยถูกปรับลดอันดับ

นอกจากนี้การปรับลดอันดับเครดิตยังอาจเกิดได้หากฟิทช์เชื่อว่ามีโอกาสลดลงที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารที่มีนัยต่อระบบ(รวมถึง BBL)อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะปานกลาง

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต

-อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิ

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้กิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิของBBLจะได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารได้รับการปรับเพิ่มอันดับ

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้กิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)

อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิของBBLจะได้รับการปรับลดอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารได้รับการปรับลดอันดับ

การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมสังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

หากไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนนี้แสดงว่าธนาคารมีระดับคะแนนความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิตไม่เกินระดับ 3ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร

ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตาม

รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้

อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว ปรับลดอันดับเป็น 'BBB' จาก 'BBB '; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ 'F2'อันดับความเข็งแกร่งทางการเงิน ปรับลดอันดับเป็น 'bbb' จาก 'bbb 'อันดับเครดิตสนับสนุน คงอันดับที่ '2'อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำ คงอันดับที่ 'BBB-'อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ 'AA (tha)'; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ 'F1 (tha)'อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ปรับลดอันดับเป็น 'BBB' จาก 'BBB 'อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ด้อยสิทธิปรับลดอันดับเป็น 'BB ' จาก 'BBB'

ที่มา : สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ติดตามข่าวสารแบบเรียลไทม์ได้ที่ https://hooninside.com

  • ผู้โพสต์ พี่เก๋888
  • 2020-04-03 15:58:14
  • 175

ผู้สนับสนุน