Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 6-11-2569 Blue Sweep เขย่า”ทรัมป์”! เกี่ยวหุ้นไทยหลายเด้ง..ตัวไหนได้เฮ!?

อุ๊ยต๊ายยย! การเมืองสหรัฐฯ รอบนี้มีเรื่องให้ตลาดทุนทั่วโลกต้องหันมามองเจ้าค่ะ! หลังมีรายงานผลนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอม ชัดเจนแล้วว่าพรรคเดโมแครต กวาดเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา หรือที่เรียกกันเก๋ๆ ว่า Blue Sweep!
Blue Sweep (หรือบางทีเรียกว่า Blue Wave / Blue Congressional Sweep) คือ สถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐอเมริกา ที่พรรคเดโมแครต ซึ่งใช้สีฟ้าเป็นสีประจำพรรค สามารถกวาดชัยชนะและครองเสียงข้างมากได้ทั้ง 2 สภาของสภาคองเกรส (ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา) พร้อม ๆ กัน
งานนี้ประธานาธิบดี “โดนัล ทรัมป์” อาจต้องเจอกติกาการเมืองที่เข้มข้นขึ้น เพราะแม้ยังนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเหมือนเดิม แต่การผลักดันงบประมาณและกฎหมายอาจต้องต่อรองกับสภามากขึ้น แถมยังเสี่ยงเกิดภาวะนโยบายติดขัดอีกต่างหาก!
โอ๊ยยย! ทำเนียบขาวยังอยู่ แต่จะขยับนโยบายแต่ละที อาจไม่คล่องตัวเหมือนเดิมนะ! แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับหุ้นไทย? เจ๊จิ๋มบอกเลยว่าเกี่ยวหลายเด้งเจ้าค่ะ! เริ่มจากสงครามตะวันออกกลางที่บรรดากูรูประเมินว่า หากพรรคเดโมแครต คุมทั้งสองสภา อาจเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาล “ทรัมป์” หาทางลดระดับความขัดแย้งกับอิหร่านในระยะกลาง แม้ประธานาธิบดียังมีอำนาจด้านนโยบายต่างประเทศและสิทธิยับยั้งกฎหมายอยู่ก็ตาม..หากความตึงเครียดผ่อนคลาย ราคาน้ำมันก็อาจลดความร้อนแรงลง เปิดทางให้หุ้นที่มีต้นทุนพลังงานสูงกลับมาหายใจคล่องขึ้น!
อีกเรื่องคือภาษีการค้าที่อาจเจอแรงกดดันให้กลับมาเจรจากับคู่ค้ามากขึ้น เพราะนโยบายภาษีนำเข้าถูกตั้งคำถามเรื่องผลกระทบต่อค่าครองชีพชาวอเมริกัน แต่เจ๊ขอเตือนว่าพรรคเดโมแครต “คุมสภา”.. ไม่ได้แปลว่าภาษีจากนโยบายของ “ทรัมป์” จะหายวับไปทันทีนะ
ส่วนตลาดพันธบัตร กูรูมองว่าหากความเสี่ยงสงครามลดลง บวกกับการใช้จ่ายภาครัฐที่อาจถูกจำกัด ก็มีโอกาสทำให้ US Bond Yield ระยะกลางถึงยาวอ่อนตัว เป็นปัจจัยที่ตลาดอาจตอบรับเชิงบวกต่อหุ้นที่อ่อนไหวกับต้นทุนเงินทุน
ที่น่าเม้าท์ที่สุดเห็นจะเป็นหุ้น AI เจ้าค่ะ! เพราะเมื่อพรรคเดโมแครต มีบทบาทในสภามากขึ้น กูรูประเมินว่าความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ควบคุม AI และ Data Center อาจสูงขึ้น ขณะที่นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐอาจไม่ต่อเนื่องเหมือนเดิม
ทีนี้กลับมาที่ตลาดหุ้นไทยกันค่ะคุณขา! นอกจากธีมน้ำมันลดและ Bond Yield อ่อนตัวแล้ว กูรูยังจับตาหุ้นที่เชื่อมโยงกับการลงทุนในประเทศ ทั้ง WHA-AMATAกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม STECON-PYLON-INSET กลุ่มรับเหมาและโครงสร้างพื้นฐาน GULF-GPSC กลุ่มไฟฟ้า รวมถึงธนาคาร KTB-KBANK
ส่วนหุ้นเทคโนโลยีไทยที่ถูกขายหนักก่อนหน้าอย่าง DELTA-KCE ก็ถูกหยิบมาอยู่ในกลุ่มที่อาจมีโอกาสฟื้นตัวตามบรรยากาศลงทุน แต่ต้องระวังความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์ AI และผลประกอบการด้วย
สรุปแล้ว Blue Sweep อาจเปลี่ยนความคาดหวังของตลาดต่อสงคราม ภาษีการค้า ดอกเบี้ย และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่ผลกระทบไม่ได้เป็นบวกกับทุกหุ้นเท่ากัน และยังขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายจริงในระยะถัดไป
คุณขา...การเมืองอเมริกาจะเปลี่ยนเกมแค่ไหน หุ้นไทยจะได้เฮจริงหรือไม่ ต้องดูทั้งราคาน้ำมัน Bond Yield เงินฝรั่ง และกำไรบริษัท!
เพราะสุดท้าย Blue Sweep อาจช่วยปลุกความหวัง แต่ถ้า Fund Flow ไม่มา กำไรไม่โต เม่าไทยก็อาจได้แค่ยืนปรบมืออยู่ข้างเวทีเจ้าค่ะ!