Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 03-11-2569 (ทองคำหมดมนต์ขลัง!? ช้อนตอนนี้หรือรอให้เลิกเหวี่ยง!)


03 พฤศจิกายน 2569

ทองคำหมดมนต์ขลัง._Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ)_0.jpg

อุ๊ยต๊ายยย! ใครจะไปเชื่อคะคุณขา! จากทองคำที่เคยเป็นนางพญาแห่งสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาพุ่งทะยานจนใครๆ ต้องเหลียวมอง ล่าสุดกลับถูกเทขายจนมงกุฎแทบกระเด็น! งานนี้คนถือทองมีหนาว 

ส่วนคนรอช้อนก็เริ่มคันไม้คันมือ...แต่เดี๋ยวก่อนนะยะ! เห็นทองร่วง ไม่ได้แปลว่าต้องรีบพุ่งเข้าไปรับเหมือนของลดราคาหน้าห้าง!

ก็จะไม่ให้เจ๊จิ๋มตกใจได้อย่างไรล่ะคะ! หลังราคาทองคำเคยขึ้นไปสร้างสถิติสูงสุดที่ 5,626 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ช่วงต้นปี ล่าสุด Gold Spot กลับรูดลงมาแตะ 3,884.90 ดอลลาร์ ก่อนเริ่มกระดกหน้ากลับมายืนเหนือ 3,900 ดอลลาร์ได้ในวันจันทร์ที่ 2 พ.ย. 2569

ส่วนทองคำแท่งบ้านเราก็ใช่ย่อย ราคาถอยลงมาแถว 62,250 บาทต่อบาททองคำ ต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี เล่นเอาคนที่เคยกอดทองด้วยความมั่นใจ ตอนนี้ต้องหันมากอดผ้าห่ม(กันหนาว)แทนกันเป็นแถว โอ๊ยยย! จากทองคำลูกรัก กลายเป็นทองคำลูกร่วง! แล้วทำไมทองที่เคยเป็นหลุมหลบภัย ถึงกลายเป็นสินทรัพย์ที่ถูกเทเสียเอง

เรื่องนี้เจ๊บอกเลยว่าไม่ได้มีผู้ร้ายแค่คนเดียว แต่เป็นการรุมตบจากหลายปัจจัยเจ้าค่ะ! เริ่มจากตลาดหุ้นโลก โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่โดนขายกันจนหน้าชา ทำให้นักลงทุนและกองทุนบางส่วนต้องรีบหาเงินสดไปเติมหลักประกันในพอร์ต หรือ Margin Call พอหุ้นขาดทุนหนัก จะไปหาเงินจากไหนล่ะคะ? ก็ต้องขายสินทรัพย์ที่ยังมีกำไรออกมาก่อน และทองคำก็กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกหยิบมาเทขาย เรียกว่า หุ้นทำพิษ แต่ทองต้องรับกรรม

ยังไม่พอค่ะคุณขา เงินเฟ้อที่ยังน่ากังวลก็ทำให้ตลาดเริ่มหวั่นว่า Fed อาจไม่รีบลดดอกเบี้ย หรืออาจต้องตรึงดอกเบี้ยสูงต่อไป ทีนี้ทองคำก็เสียเปรียบอ่ะสิ เพราะทองไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยเหมือนพันธบัตร แถมยังเจอเงินดอลลาร์แข็งค่ามาซ้ำเติมอีก..ดอกเบี้ยก็ไม่ลด ดอลลาร์ก็แข็ง แล้วทองจะเอาแรงที่ไหนมาเชิดหน้าต่อไหวล่ะ!?

ที่แสบไปกว่านั้นคือ พอราคาทองหลุดระดับจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์ ตามด้วยแนวรับ 3,980 ดอลลาร์ ก็เหมือนเปิดประตูให้แรงขายทะลักเข้ามา ทั้งคำสั่งขายอัตโนมัติ การตัดขาดทุน และแรงขายทำกำไรจากกองทุนที่ถือทองมาตั้งแต่ราคายังไม่แพง จากที่แค่จะพักเหนื่อย เลยกลายเป็นร่วงแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

แต่คำถามสำคัญตอนนี้คือ ทองลงมาขนาดนี้ ถึงเวลาช้อนหรือยัง?  คราวนี้ต้องจับตากรอบราคาในสัปดาห์นี้ให้ดีค่ะ โดย Gold Spot มีแนวรับที่ 3,880 และ 3,850 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,980 และ 4,000 ดอลลาร์ ขณะที่ทองคำแท่งในประเทศมีแนวรับแถว 62,200 และ 61,800 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 63,000–63,200 บาท

ถ้าราคายืนได้และเริ่มมีแรงซื้อกลับ ก็อาจเห็นการฟื้นตัวระยะสั้น แต่ถ้ายังกลับไปยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งรีบประกาศว่าทองกลับมานะ..เพราะ เด้งหนึ่งวัน ไม่ได้แปลว่าจบขาลง

แต่เจ๊จิ๋มก็ไม่ได้มองว่าทองคำจะหมดเสน่ห์ไปซะทีเดียว เพราะในระยะยาวยังมีปัจจัยสนับสนุน ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการที่ธนาคารกลางหลายแห่งทยอยเพิ่มทองคำเป็นทุนสำรอง เพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ ไหนจะปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ยังเป็นเรื่องให้ปวดหัวกันอีกยาว

ส่วนบรรดากูรูระดับโลกอย่าง J.P. Morgan, Goldman Sachs และ Metals Focus ตามข้อมูลประมาณการที่รวบรวมมา ยังมีมุมมองต่อราคาทองคำปี 2569 ในกรอบเฉลี่ยราว 4,495–4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ขณะที่มุมมองระยะยาวของ J.P. Morgan และ Metals Focus ยังมีการประเมินเป้าหมายปี 2570 ไว้สูงถึง 5,330–6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

อุ๊ยยย! ฟังแล้วคนถือทองอาจเริ่มยิ้มออก แต่เจ๊ขอเตือนว่า ราคาเป้าหมายของกูรูไม่ใช่ใบรับประกันว่าทองจะต้องวิ่งไปถึงนะคะ! ยิ่งในช่วงที่ดอกเบี้ย ดอลลาร์ และตลาดการเงินโลกยังเหวี่ยงแรง การฟื้นตัวก็อาจไม่ได้มาแบบสวยๆ ตามที่วาดฝันไว้

แล้วถ้าอยากซื้อจริงๆ จะทำยังไงอ่ะ? สำหรับสายเก็งกำไรระยะสั้น อาจรอดูจังหวะบริเวณ 3,850–3,880 ดอลลาร์ ว่ามีแรงซื้อกลับมารับจริงหรือไม่ พร้อมกำหนดจุดตัดขาดทุนให้ชัด หากราคาหลุด 3,840 ดอลลาร์

ส่วนสายลงทุนระยะยาว การแบ่งเงินทยอยสะสมเป็นไม้ๆ หลังราคาเริ่มสร้างฐาน อาจเหมาะกว่าการทุ่มหมดหน้าตักเพราะกลัวตกรถ และอย่าลืมว่าราคาทองคำในประเทศยังมีค่าเงินบาทเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะ ทองโลกเด้ง ไม่ได้แปลว่าทองไทยจะขึ้นเท่ากันทุกครั้ง!

สิ่งที่อยากบอกคือ “ของที่เคยแพงแล้วราคาลง ไม่ได้แปลว่ากลายเป็นของถูกเสมอไป”  จำไว้นะคะคุณขา...ทองคำอาจเป็นหลุมหลบภัย แต่ถ้าเข้าผิดจังหวะ หลุมหลบภัยก็กลายเป็นหลุมฝังเงินได้เหมือนกันเจ้าค่ะ!