Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 30-10-2569 (TOP-SPRC-BCP-PTTGC-IRPC โรงกลั่นโดนฟาด..ใครช้ำสุด!?)


30 ตุลาคม 2569

โรงกลั่นโดนฟาด_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ) copy_0.jpg

อุ๊ยต๊ายยย! ตลาดหุ้นไทยวันนี้แดงเดือดจนเจ๊จิ๋มแทบต้องคว้ายาดมเจ้าค่ะ! วันที่ 29 ต.ค. 2569 SET Index รูดลงไปปิดที่ 1,547.26 จุด ลบ 20.25 จุด งานนี้บรรดาหุ้นโรงกลั่นถูกเทกันแบบไม่ไว้หน้า ทั้ง TOP-BCP-SPRC-PTTGC-IRPC พากันหน้าซีดเป็นแถว หลังเจอมาตรการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่จากกระทรวงพลังงาน

โอ๊ยยย! กำลังลุ้นกำไรสวยๆ กันอยู่แท้ๆ จู่ๆ ก็มีเรื่องให้สะดุ้งจนมาสคาร่าแทบไหล! ต้นเหตุของดราม่ารอบนี้มาจากการปรับสูตรคำนวณราคาน้ำมันสำเร็จรูป มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. โดยตัดค่าใช้จ่ายสมมุติออก ทั้งค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่งจากสิงคโปร์ พร้อมปรับเกณฑ์สำรองน้ำมันเหลือ 2 ใน 3 ให้สอดคล้องกับปริมาณสำรองจริง

พูดง่ายๆ ก็คือ ที่ผ่านมาราคาน้ำมันไทยอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ แล้วบวกต้นทุนเสมือนว่าต้องขนน้ำมันนั่งเรือข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามา ทั้งที่น้ำมันส่วนใหญ่ก็กลั่นกันอยู่ในบ้านเรานี่แหละค่ะคุณขา..พอรัฐเปลี่ยนสูตร ตัดต้นทุนส่วนนี้ออก ราคาหน้าโรงกลั่นก็ถูกกดลงทันที

อุ๊ย! สูตรน้ำมันเปลี่ยนแค่ไม่กี่บรรทัด แต่กำไรโรงกลั่นอาจหายไปเป็นกอบเป็นกำ! งานนี้ตลาดไม่รอให้ใครอธิบาย นักลงทุนเลือกกดขายก่อน แล้วค่อยกลับมาถามทีหลังว่าใครเจ็บหนัก ใครเจ็บเบา!

ที่ทำเอาแฟนหุ้นโรงกลั่นยิ่งใจคอไม่ดีก็คือ บล.กสิกรไทยประเมินว่า หากใช้สูตรราคาใหม่เต็มรูปแบบ อาจกระทบกำไรของ TOP-BCP-SPRC-PTTGC-IRPC ราว 8–17% แม่เจ้า! แค่เห็นตัวเลขก็มีสะดุ้งกันแล้ววววววว แต่เจ๊ขอเน้นว่า นี่เป็นเพียง ประมาณการผลกระทบ ไม่ใช่กำไรที่หายไปจริงแล้ว เพราะรายละเอียดการบังคับใช้และโครงสร้างธุรกิจของแต่ละบริษัทอาจทำให้ผลกระทบแตกต่างกัน

ทีนี้มาถึงคำถามแซ่บๆ ว่า โรงกลั่นห้าสาว ใครจะช้ำรักหนักกว่ากัน!?

เริ่มที่ TOP โรงกลั่นรายใหญ่ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย แม้ขนาดธุรกิจจะใหญ่โต แต่เมื่อรายได้ส่วนสำคัญผูกกับการกลั่นและจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูป ก็ต้องจับตาว่าสูตรราคาใหม่จะกระทบส่วนต่างกำไรมากน้อยแค่ไหน

ส่วน SPRC รายนี้ก็ต้องส่องกันตาไม่กะพริบ เพราะธุรกิจหลักเน้นโรงกลั่นและจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูป แม้จะมีธุรกิจค้าปลีกภายใต้แบรนด์ Caltex ช่วยเสริม แต่ก็อย่าเพิ่งหวังว่าจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยรับแรงกระแทกได้ทั้งหมดนะเจ้าคะ

ขยับมาที่ BCP ซึ่งมีทั้งธุรกิจโรงกลั่น ค้าปลีกน้ำมัน และพลังงานอื่นช่วยกระจายความเสี่ยง ดูเผินๆ เหมือนจะมีเกราะป้องกันมากกว่าเพื่อน แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าราคาขายถูกกดลง ขณะที่ต้นทุนไม่ลดตาม กำไรก็มีสิทธิ์ถูกบีบได้เหมือนกัน

ด้าน IRPC ก็ไม่ได้มีแค่โรงกลั่น แต่ยังพ่วงธุรกิจปิโตรเคมีมาด้วย งานนี้จึงต้องดูทั้งค่าการกลั่น ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ และต้นทุนวัตถุดิบ เพราะอาจเจอแรงกดดันมากกว่าหนึ่งทาง

ส่วน PTTGC แม้มีธุรกิจปิโตรเคมีเป็นองค์ประกอบสำคัญ ก็อย่าเพิ่งคิดว่าจะเจ็บน้อยกว่าใครนะ เพราะนอกจากสูตรน้ำมันใหม่ ยังต้องรับมือวัฏจักรปิโตรเคมีและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ผันผวนอีก

เรียกว่า บางรายเจ็บเพราะโรงกลั่น บางรายยังมีปิโตรเคมีมาช่วยซ้ำเติม แต่จะให้ฟันธงตอนนี้ว่าใครช้ำที่สุด คงเร็วไปหน่อยค่ะคุณขา เพราะต้องดูสัดส่วนรายได้ โครงสร้างต้นทุน ปริมาณขาย และผลกระทบสุทธิของแต่ละบริษัทให้ครบก่อน

ที่น่ากลัวกว่าหุ้นแดงวันเดียวก็คือ หากกูรูต้องกลับไปหั่นประมาณการกำไรลงกันจริงๆ ราคาหุ้นที่เห็นว่าถูกวันนี้ อาจกลายเป็นแพงขึ้นมาได้ทันทีเมื่อเทียบกับกำไรใหม่..ในทางกลับกัน หากผลกระทบจริงออกมาเบากว่าที่ตลาดหวาดกลัว หรือค่าการกลั่นในตลาดโลกยังช่วยประคองผลประกอบการได้ หุ้นบางตัวก็อาจมีโอกาสฟื้นตัวเหมือนกัน

เพราะฉะนั้น ช่วงนี้อย่าเพิ่งรีบวิ่งเข้าช้อนเพียงเพราะเห็นราคาหุ้นร่วงจนใจสั่น ต้องรอดูว่ารัฐจะเดินหน้ามาตรการอย่างไร โบรกเกอร์จะปรับประมาณการกำไรลงเท่าไหร่ และแต่ละบริษัทจะรับแรงกระแทกได้ดีแค่ไหน

“หุ้นโรงกลั่นโดนเท ไม่ได้แปลว่าต้องรีบเปย์!” สูตรน้ำมันใหม่รอบนี้ไม่ได้แค่เขย่าราคาหุ้น แต่กำลังทดสอบความสามารถทำกำไรของโรงกลั่นทั้งกลุ่ม ใครจะเจ็บหนัก ใครจะตั้งหลักได้ก่อน ต้องรอดูตัวเลขจริง ไม่ใช่ตัดสินจากสีแดงบนกระดานเพียงอย่างเดียว

ศุกร์นี้..ชักจะไม่ค่อยสุขแล้วค่ะ  สู้ๆ นะทุกคน เจอกันสัปดาห์หน้าค่าาาาาา เยิ้ฟฟฟฟฟ