จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : TACC ขึ้นชั้นซื้อขาย SET เสริมภาพลักษณ์-เพิ่มการรับรู้ในวงกว้าง หนุนโอกาสขยายธุรกิจระยะยาว


03 พฤศจิกายน 2569

TACC ขึ้นชั้นซื้อขาย SET_S2T (เว็บ)_0.jpg

TACC เดินหน้ายกระดับธุรกิจและตลาดทุน หลังย้ายเข้า SET พร้อมต่อยอดความร่วมมือกับ 7-Eleven ขยายฐานลูกค้า และรุกตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพผ่าน TACC Plus ปูทาง New Growth Engine รองรับการเติบโตระยะยาว

การยกระดับสถานะในตลาดทุนถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโต เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มการรับรู้และสร้างความน่าสนใจให้กับหุ้นแล้ว ยังเป็นโอกาสในการขยายฐานนักลงทุนและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ล่าสุด บมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ (TACC) ได้ก้าวขึ้นสู่กระดานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หลังผ่านคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การย้ายจากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เข้าซื้อขายในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.69 เป็นต้นไป นับเป็นจังหวะสำคัญในการยกระดับองค์กรและเปิดโอกาสให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

นางสาวไตรทิพย์  ศิวะกฤษณ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม TACC ระบุการย้ายเข้าซื้อขายใน SET เป็นโอกาสสำคัญในการขยายฐานนักลงทุน ทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นักลงทุนต่างประเทศ และนักลงทุนรายย่อย ตลอดจนเพิ่มการรับรู้และความสนใจต่อบริษัทในวงกว้าง โดยบริษัทยังคงมุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

สำหรับการย้ายจาก mai เข้าสู่ SET มีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนกลุ่มกระดานซื้อขาย เนื่องจาก SET เป็นตลาดหลักทรัพย์หลักที่มีบริษัทจดทะเบียนหลากหลายขนาดและได้รับความสนใจจากนักลงทุนหลายประเภท การเข้าไปอยู่ในตลาดดังกล่าวจึงช่วยเพิ่มโอกาสให้ TACC เข้าถึงกลุ่มนักลงทุนที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความสนใจในหุ้นและเปิดโอกาสให้มีผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่เข้ามาทำความรู้จักธุรกิจมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การเป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์และการรับรู้ขององค์กรในตลาดทุน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลและการติดตามวิเคราะห์จากนักลงทุนและนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ตลาดประเมินศักยภาพและมูลค่าของธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น  รวมทั้งมีโอกาสสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนในระยะยาว

ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้การย้ายตลาดของ TACC มีน้ำหนักมากขึ้น คือพื้นฐานธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 1,321.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,107.7 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 152.2 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการขยายรายได้ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร

แรงสนับสนุนสำคัญมาจากการดำเนินธุรกิจทั้งกลุ่ม B2B และ B2C โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับ 7-Eleven ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์หลัก ซึ่งช่วยต่อยอดโอกาสทางการตลาดและสร้างความหลากหลายของสินค้า ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งสองช่องทาง พร้อมบริหารจัดการต้นทุนทางตรงและทางอ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การเติบโตของรายได้สามารถแปลงเป็นกำไรได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ TACC ยังไม่ได้จำกัดโอกาสการเติบโตไว้เฉพาะธุรกิจเครื่องดื่มที่ดำเนินการอยู่ แต่กำลังต่อยอดสู่ตลาด Health & Wellness Beverage ผ่านบริษัทย่อย TACC Plus เพื่อพัฒนาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและสร้างแบรนด์ของตนเอง (Own Brand) ถือเป็นการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และแหล่งรายได้ พร้อมวางรากฐาน New Growth Engine ที่จะเข้ามาสนับสนุนธุรกิจในระยะยาว

การขยายธุรกิจดังกล่าวมีความสำคัญต่อ TACC ในหลายด้าน ทั้งการเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ และการลดการพึ่งพารายได้จากช่องทางธุรกิจเดิมเพียงอย่างเดียว หากสามารถพัฒนาแบรนด์และทำตลาดได้ตามเป้าหมาย ก็จะเป็นอีกช่องทางในการต่อยอดรายได้และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มที่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตมากขึ้น

เมื่อพิจารณาภาพรวม การย้ายเข้า SET จึงเกิดขึ้นในช่วงที่ TACC มีทั้งผลประกอบการเติบโตและแผนขยายธุรกิจใหม่รองรับอนาคต โดยประโยชน์ในระยะสั้นอยู่ที่การเพิ่มการรับรู้ของบริษัทในตลาดทุน ขยายโอกาสเข้าถึงนักลงทุนกลุ่มใหม่ และสร้างความสนใจต่อหุ้นมากขึ้น ส่วนในระยะยาว หากบริษัทสามารถรักษาการเติบโตของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการผลักดัน TACC Plus ให้เป็นแหล่งรายได้ใหม่ได้สำเร็จ ก็จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพื้นฐานธุรกิจและเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น

การก้าวสู่ SET ครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนกระดานซื้อขาย แต่เป็นโอกาสในการยกระดับ TACC ให้ก้าวไปอีกขั้นในตลาดทุน พร้อมใช้จุดแข็งของธุรกิจเดิมและการลงทุนในธุรกิจใหม่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืน