รายงานพิเศษ CCET เร่งเครื่องรับกระแส AI รุก AI Server-CSP-HVDC ปั้น New S-Curve ต่อยอด EMS สู่เทคโนโลยีมูลค่าสูง

CCET เล็งต่อยอดธุรกิจเทคโนโลยีมูลค่าสูง รุก AI Server, CSP และระบบจ่ายไฟประสิทธิภาพสูง ควบคู่รักษาธุรกิจ Storage, SSD และ Printer พร้อมยกระดับระบบอัตโนมัติ ปูทางสร้างการเติบโตที่หลากหลายและยั่งยืน
การขยายตัวของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก จากเดิมที่เน้นการผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้ง AI Server ระบบจัดเก็บข้อมูล อุปกรณ์จ่ายไฟประสิทธิภาพสูง และเทคโนโลยีที่ช่วยให้ Data Center ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี ฐานการผลิต และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน สามารถต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนและมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้
บมจ.แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย)(CCET) เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่เดินหน้ารับโอกาสดังกล่าว โดยวางยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจจากฐานบริการรับจ้างผลิตอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronics Manufacturing Services (EMS) ไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ AI Server ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Cloud Supply Provider (CSP) และอุปกรณ์จ่ายไฟสำหรับโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ พร้อมนำระบบอัตโนมัติและ AI เข้ามายกระดับกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
ซึ่งตามแผนธุรกิจ CCET วางยุทธศาสตร์การดำเนินงานในอนาคต โดยยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจ EMS ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสเติบโตตามเมกะเทรนด์ เทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งนี้ บริษัทเร่งจัดตั้งสายการผลิต AI Server และเตรียมความพร้อมสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ CSP ในประเทศไทย โดยกำหนดให้ AI Server เริ่มดำเนินการก่อนสิ้นไตรมาส 3/2569 และ CSP เริ่มผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
จุดน่าสนใจของการรุกธุรกิจใหม่นี้อยู่ที่การใช้ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์มาต่อยอด ไม่ใช่การเริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์ เพราะ CCET มีประสบการณ์รับจ้างผลิตสินค้าให้กับลูกค้าระดับโลก มีระบบควบคุมคุณภาพและการจัดการกระบวนการผลิต ตลอดจนมีเครือข่ายฐานการผลิตและบริษัทในเครือในหลายประเทศ องค์ประกอบเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการรองรับคำสั่งซื้อที่ต้องการมาตรฐานสูงและความสามารถในการผลิตจำนวนมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ และการส่งมอบตามกำหนดเวลา
สำหรับธุรกิจหลัก CCET ดำเนินธุรกิจ EMS ทั้งในรูปแบบการผลิตตามแบบของลูกค้า หรือ Original Equipment Manufacturing (OEM) และการผลิตที่มีส่วนร่วมด้านการออกแบบ หรือ Original Design Manufacturing (ODM) ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น เครื่องพิมพ์ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ฮาร์ดดิสก์และ SSD รวมถึงอุปกรณ์เครือข่ายและโทรคมนาคม ตลอดจนผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่น เช่น Smart Wearable และอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีลูกค้าหลากหลายประเทศและส่งออกสินค้าไปยังตลาดโลก
ธุรกิจ Storage ยังคงเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของบริษัท ขณะที่ SSD มีโอกาสได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ Cloud Computing และ AI ส่วนธุรกิจ Printer และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์เดิมยังมีบทบาทในการสร้างรายได้จากฐานลูกค้าที่มีอยู่แล้ว การรักษาฐานธุรกิจเหล่านี้จึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้ CCET มีธุรกิจเดิมรองรับระหว่างที่ผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ในช่วงเริ่มต้นและทยอยสร้างรายได้
ในอีกด้านหนึ่ง การเพิ่มน้ำหนักให้ AI Server และ CSP เป็นการเปิดทางให้บริษัทเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่กำลังขยายตัว AI Server เป็นระบบประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานด้าน AI ซึ่งต้องใช้พลังประมวลผลและระบบจัดเก็บข้อมูลในระดับสูง ขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ CSP เชื่อมโยงกับระบบและอุปกรณ์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ การมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเหล่านี้จึงช่วยเพิ่มความหลากหลายของพอร์ตธุรกิจ และเปิดโอกาสให้ CCET ขยายความสัมพันธ์กับลูกค้าในตลาดเทคโนโลยีที่มีความต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นอกจาก AI Server และ CSP แล้ว CCET ยังเดินหน้าสำรวจตลาดผลิตภัณฑ์พาวเวอร์ซัพพลายระดับไฮเอนด์ ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่มีความสำคัญต่อการขยายตัวของ Data Center และระบบประมวลผลสมรรถนะสูง ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มผลิตแล้ว ขณะที่ผลิตภัณฑ์ Common Redundant Power Supply (CRPS) และ Low Voltage Direct Current (LVDC) อยู่ในขั้นตอนทดลองผลิต ส่วน High Voltage Direct Current (HVDC) อยู่ระหว่างพัฒนาร่วมกับบริษัทในเครือ โดยตั้งเป้าหมายเริ่มผลิตภายในปี 2570
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีความสำคัญมากขึ้นเมื่อระบบ AI ต้องใช้พลังงานสูงและต้องการการจ่ายไฟที่มีเสถียรภาพ การออกแบบระบบจ่ายไฟที่เหมาะสมสามารถช่วยลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบได้ จึงทำให้ความต้องการเทคโนโลยีด้านพลังงานกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา AI Infrastructure ไม่ต่างจากตัวเซิร์ฟเวอร์หรือระบบจัดเก็บข้อมูล
การขยายจากการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปสู่อุปกรณ์จ่ายไฟยังช่วยให้ CCET มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้น หากบริษัทสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านขั้นตอนทดลองผลิตและเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้ตามเป้าหมาย ก็จะเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้จากลูกค้ากลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ดังนั้นกระแส AI และ Data Center จึงเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขยับจากการแข่งขันด้านปริมาณไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และความสามารถทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น สำหรับ CCET การใช้ฐานธุรกิจ EMS ที่มีอยู่ต่อยอดไปสู่ AI Server, CSP และระบบจ่ายไฟประสิทธิภาพสูง พร้อมยกระดับโรงงานด้วย Automation และ AI จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตรอบใหม่ และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน