รายงานพิเศษ : NAM รับแรงหนุนงบโรงพยาบาลรัฐ เร่งลงทุน M&A-R&D เสริมแกร่งธุรกิจ ต่อยอดสู่ผู้นำนวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร

NAM วางหมากขยายธุรกิจการแพทย์ครบวงจร เร่งสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศผ่านดีลซื้อกิจการ ร่วมทุน เปิดสาขา และแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในอาเซียน พร้อมจัดสรรงบลงทุนหลายด้าน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและหนุนรายได้ปี 2569 เติบโต 10-12%
บมจ.นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น (NAM) กำลังเร่งสร้างการเติบโตในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยวางน้ำหนักทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร การขยายตลาดต่างประเทศ และการลงทุนเพื่อยกระดับธุรกิจสู่ผู้ให้บริการนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์แบบครบวงจร หลังประเมินว่าผลประกอบการครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก จากแรงหนุนการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาลภาครัฐ ควบคู่กับการปรับสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าไปยังกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น
นายวิโรจน์ ชัยเทิดเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NAM เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะที่ 2,400 ล้านบาท เติบโต 10-12% จากปีก่อน โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะเดินหน้าสร้างรายได้จากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเข้าซื้อกิจการ (M&A) การร่วมทุน (JV) การเปิดสาขาในต่างประเทศ และการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ NAM ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อขยายช่องทางการขาย เพิ่มฐานลูกค้า และสร้างโอกาสเติบโตในตลาดใหม่
โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังมาจากการใช้จ่ายของโรงพยาบาลภาครัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทในสัดส่วนกว่า 70% โดย NAM คาดว่าการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ทางการแพทย์จะช่วยสนับสนุนคำสั่งซื้อและการรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปี หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน ก็จะเป็นแรงส่งให้ผลประกอบการครึ่งปีหลังขยายตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรก และเพิ่มโอกาสในการเดินหน้าสู่เป้าหมายรายได้ทั้งปี
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2569 บริษัทคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2 โดยมีแรงสนับสนุนจากการปรับสัดส่วนการจำหน่ายสินค้าไปยังกลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพรายได้ เพราะการเติบโตของยอดขายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถรักษาระดับกำไรจากการดำเนินงานได้ในเวลาเดียวกัน
การเพิ่มน้ำหนักสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงจึงเป็นอีกแนวทางที่ช่วยให้ NAM บริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการขยายยอดขายกับความสามารถในการทำกำไร ขณะที่การควบคุมต้นทุนการผลิตจะช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุนเมื่อปัจจัยภายนอกเปลี่ยนแปลง
นอกเหนือจากการเร่งผลประกอบการระยะสั้น NAM ยังวางแผนลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและต่อยอดธุรกิจในระยะยาว โดยจัดสรรงบประมาณสำหรับการเข้าซื้อกิจการประมาณ 40 ล้านบาท การวิจัยและพัฒนา (R&D) ประมาณ 20 ล้านบาท โครงการให้บริการทางการแพทย์ประมาณ 20 ล้านบาท การติดตั้งระบบโซลาร์ประมาณ 5 ล้านบาท และการติดตั้งระบบแขนหุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตประมาณ 10 ล้านบาท รวมถึงโครงการอื่น ๆ ตามแผนของบริษัท
การจัดสรรเงินลงทุนในหลายด้านสะท้อนแนวทางการเติบโตที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงการเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้า แต่ยังมุ่งขยายขีดความสามารถของธุรกิจในห่วงโซ่การให้บริการทางการแพทย์ โดยงบ M&A เปิดโอกาสให้บริษัทต่อยอดธุรกิจผ่านการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือฐานลูกค้าเพิ่มเติม หากสามารถคัดเลือกกิจการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์และสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย ขณะที่งบ R&D จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
ส่วนการลงทุนในโครงการให้บริการทางการแพทย์เป็นอีกช่องทางในการเพิ่มความหลากหลายของรายได้ และต่อยอดความเชี่ยวชาญที่บริษัทมีอยู่ ขณะที่การติดตั้งระบบโซลาร์และแขนหุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตมุ่งเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว โดยระบบโซลาร์มีโอกาสช่วยบริหารต้นทุนพลังงาน ส่วนระบบหุ่นยนต์สามารถสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอของกระบวนการผลิต
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดย NAM เตรียมพิจารณารูปแบบการเติบโตที่หลากหลาย ตั้งแต่การซื้อกิจการและร่วมทุน ไปจนถึงการเปิดสาขาและแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในอาเซียน การมีช่องทางเข้าถึงตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นจะช่วยเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ลดข้อจำกัดจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป และสร้างฐานรายได้เพิ่มเติมในอนาคต
ในภาพรวม NAM กำลังเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านสามแนวทางหลัก ได้แก่ การเร่งรับรู้รายได้จากตลาดในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มโรงพยาบาลภาครัฐ การยกระดับอัตรากำไรผ่านการปรับพอร์ตสินค้าและควบคุมต้นทุน และการขยายฐานธุรกิจด้วยการลงทุนและสร้างเครือข่ายในต่างประเทศ แนวทางเหล่านี้ช่วยให้บริษัทมีเครื่องมือรองรับทั้งการเติบโตในระยะสั้นและการสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว