รายงานพิเศษ : TIDLOR ปั้นภูมิคุ้มกันการเงินพนักงาน ดัน Financial Literacy สร้างวินัยออม-ลงทุน วางรากฐานความมั่นคง เติบโตอย่างยั่งยืน

ภายใต้โจทย์เศรษฐกิจที่ค่าครองชีพและภาระหนี้ยังเป็นความท้าทาย TIDLOR เดินหน้าสร้างความรู้ด้านการเงินและการลงทุนให้พนักงาน ตั้งแต่การออมระยะยาวไปจนถึงการวางแผนรับมือความเสี่ยง หวังยกระดับสุขภาวะทางการเงินและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
ในยุคที่เศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทายจากค่าครองชีพ ภาระค่าใช้จ่าย และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การมีรายได้ที่มั่นคงอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี หากขาดความรู้ในการบริหารจัดการเงิน การวางแผนการออม และการลงทุนอย่างเหมาะสม เพราะแม้จะมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่หากไม่สามารถจัดสรรเงินให้สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่ายและเป้าหมายในอนาคต ก็อาจทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องและความเปราะบางทางการเงินได้
ด้วยเหตุนี้ ความรู้ทางการเงิน หรือ Financial Literacy จึงกลายเป็นทักษะสำคัญที่คนทำงานยุคปัจจุบันควรมี ไม่ต่างจากทักษะในการประกอบอาชีพ เพราะช่วยให้แต่ละคนเข้าใจสถานะทางการเงินของตนเอง รู้จักควบคุมรายจ่าย วางแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงจากการก่อหนี้เกินกำลัง ตลอดจนเตรียมความพร้อมสำหรับเป้าหมายระยะยาว เช่น การซื้อบ้าน การดูแลครอบครัว และการเกษียณอายุ
บมจ.เงินติดล้อ ในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) เป็นหนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสร้างทักษะดังกล่าว ล่าสุดได้รับมอบประกาศนียบัตรองค์กรผู้ส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและการลงทุนแก่บุคลากร จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ภายใต้โครงการ Financial Well-being in Workplace ประจำปี 2569 โดยมีนางสาวนิภา วนิชวัฒน์ ผู้บริหารระดับสูง สายงานความยั่งยืนองค์กร เป็นตัวแทนรับมอบ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและการลงทุนให้แก่พนักงานอย่างเป็นระบบ
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาบุคลากรที่มองไกลกว่าการเพิ่มทักษะในการทำงาน โดย TIDLOR ขับเคลื่อนการส่งเสริมความรู้ทางการเงินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ เพื่อให้พนักงานสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง ทั้งการบริหารรายรับและรายจ่าย การสร้างเงินออมระยะยาว และการทำความเข้าใจเรื่องการลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
หัวใจสำคัญของการบริหารเงินอย่างมีประสิทธิภาพ คือการรู้จักจัดลำดับความสำคัญของการใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่การประเมินรายได้และภาระหนี้ที่มีอยู่ กำหนดงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น แบ่งเงินออมอย่างสม่ำเสมอ และเตรียมเงินสำรองสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อมีวินัยทางการเงินที่ดี ก็จะช่วยลดโอกาสการพึ่งพาเงินกู้เพื่อรับมือกับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และทำให้สามารถวางแผนภาระผ่อนชำระได้อย่างรอบคอบมากขึ้น
ในภาวะที่หนี้ครัวเรือนยังเป็นโจทย์สำคัญของประเทศไทย การมีความรู้เรื่องสินเชื่อและดอกเบี้ยยิ่งมีความจำเป็น เพราะการตัดสินใจใช้เงินกู้โดยไม่เข้าใจต้นทุนที่แท้จริง หรือการก่อหนี้หลายทางโดยไม่ประเมินความสามารถในการชำระคืน อาจเพิ่มแรงกดดันต่อรายได้ในระยะยาว ในทางกลับกัน ผู้ที่เข้าใจเงื่อนไขสินเชื่อ สามารถคำนวณภาระผ่อนชำระ และจัดลำดับการชำระหนี้ได้เหมาะสม ย่อมมีโอกาสรักษาสภาพคล่องและควบคุมความเสี่ยงทางการเงินของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
อีกด้านหนึ่ง ความรู้ด้านการลงทุนยังช่วยให้พนักงานมองเห็นความสำคัญของการเตรียมเงินสำหรับอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเกษียณหรือการสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว เมื่อพนักงานสามารถนำความรู้เหล่านี้ไปใช้ได้จริง ผลดีที่เกิดขึ้นย่อมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวบุคคล แต่ยังมีโอกาสส่งต่อไปถึงครอบครัวและคนรอบข้าง เพราะผู้ที่จัดการเงินได้อย่างมีระบบย่อมมีความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด ลดความกังวลเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่าย และมีพื้นที่ในการวางแผนอนาคตมากขึ้น ขณะเดียวกัน การมีสุขภาวะทางการเงินที่ดีอาจช่วยลดความเครียดจากปัญหาส่วนตัว และเอื้อให้พนักงานมีสมาธิกับการทำงานและการพัฒนาศักยภาพของตนเองได้มากขึ้น
แนวทางของ TIDLOR ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) และแนวคิด ESG โดยกลุ่ม Tidlor Holdings มุ่งเป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย เป็นธรรม และโปร่งใส พร้อมสนับสนุนให้พนักงานและประชาชนมีความรู้ที่จำเป็นต่อการตัดสินใจทางการเงินอย่างเหมาะสม แนวคิดดังกล่าวมีความสำคัญต่อธุรกิจบริการทางการเงิน เพราะการสร้างความเข้าใจเรื่องการออม การลงทุน และการใช้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ผู้คนเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้อย่างมีคุณภาพ
การได้รับประกาศนียบัตรภายใต้โครงการ Financial Well-being in Workplace จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ตอกย้ำการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ TIDLOR ขณะเดียวกัน คุณค่าที่แท้จริงของการส่งเสริม Financial Literacy อยู่ที่การเปลี่ยนความรู้ให้เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การรู้จักใช้เงินอย่างมีแผน สร้างเงินออมให้เป็นนิสัย ไปจนถึงการลงทุนโดยเข้าใจความเสี่ยงและความสามารถของตนเอง
นี่จึงเป็นอีกมิติของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่ TIDLOR ให้ความสำคัญ โดยมองว่าการพัฒนาคนให้มีความรู้ทางการเงิน ไม่เพียงช่วยเพิ่มความมั่นคงให้พนักงาน แต่ยังเป็นรากฐานของการสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างองค์กร บุคลากร และสังคมในระยะยาว