จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : TIDLOR กำไรแกร่ง แม้เจอปัจจัยฤดูกาล สินเชื่อและประกันหนุนทิศทางธุรกิจ หุ้นยังน่าสนใจ PER ต่ำ 8.6 เท่า


26 ตุลาคม 2569

TIDLOR กำไรแกร่ง แม้เจอปัจจัยฤดูกาล_S2T (เว็บ)_0.jpg

TIDLOR รักษาโมเมนตัมกำไรปี 2569 หลังผลดำเนินงาน 9 เดือนเติบโต 19% จากปีก่อน แม้ไตรมาส 3 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนสินเชื่อและค่าใช้จ่ายตามฤดูกาล ขณะที่ บล.ทิสโก้คาดกำไรทั้งปีแตะ 5.66 พันล้านบาท มองมูลค่าหุ้นยังน่าสนใจ

บมจ.เงินติดล้อ หรือ TIDLOR บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings ยังคงเป็นหุ้นธุรกิจสินเชื่อที่น่าจับตา หลังแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 ส่งสัญญาณเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ประเมินว่ากำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปีจะอยู่ที่ 4.63 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนทิศทางการสร้างผลกำไรที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ผลประกอบการรายไตรมาสต้องเผชิญปัจจัยกดดันจากฤดูกาลและฐานเปรียบเทียบที่อยู่ในระดับสูง

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2569 บล.ทิสโก้คาดว่า TIDLOR จะมีกำไรสุทธิ 1.48 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3.3% จากไตรมาส 2/2569 โดยกำไรที่อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนมีสาเหตุหลักจากปัจจัยตามฤดูกาล ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนสินเชื่อ (Credit Cost) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลประกอบการในภาพรวม การคาดการณ์กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกที่ระดับ 4.63 พันล้านบาท จะคิดเป็นประมาณ 82% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีที่ บล.ทิสโก้ประเมินไว้ที่ 5.66 พันล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมาเดินหน้าเข้าใกล้เป้าหมายกำไรทั้งปี ขณะที่แนวโน้มกำไรตลอดปี 2569 ยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งการชะลอตัวของกำไรเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ไม่ได้หมายความว่าความสามารถในการทำกำไรของบริษัทกำลังอ่อนแอลง  เนื่องจากธุรกิจสินเชื่อมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา อีกทั้งการเปรียบเทียบผลประกอบการกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อนยังต้องคำนึงถึงฐานกำไรที่อยู่ในระดับสูงด้วย

บล.ทิสโก้ระบุว่า อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่อาจดูไม่สูงมากนักในช่วงดังกล่าว มีส่วนมาจากฐานเปรียบเทียบที่อยู่ในระดับสูงทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้น การประเมินแนวโน้มธุรกิจจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะอัตราการเติบโตของกำไรในไตรมาสเดียว แต่ควรให้น้ำหนักกับผลประกอบการสะสมและทิศทางกำไรตลอดทั้งปีควบคู่กันไป

สำหรับธุรกิจสินเชื่อ ความสามารถในการทำกำไรไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขยายสินเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องบริหารคุณภาพลูกหนี้ ต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และต้นทุนสินเชื่อให้อยู่ในระดับเหมาะสมด้วย โดยเฉพาะในภาวะที่กำลังซื้อของประชาชนและความสามารถในการชำระหนี้ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ มูลค่าหุ้นเมื่อเทียบกับประมาณการกำไร บล.ทิสโก้ประเมินว่า TIDLOR มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (PER) อยู่ที่ 8.6 เท่า เมื่ออ้างอิงประมาณการกำไรปี 2569  ดังนั้นจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น TIDLOR พร้อมให้มูลค่าที่เหมาะสมไว้ที่ 25 บาท