รายงานพิเศษ : NER ย้ำศักยภาพผู้ผลิตยาง ZC Rubber-Fubang คู่ค้ารายใหญ่หนุนแกร่ง โบรกฯปักเป้ากำไรโตพร้อมปันผลเด่น

NER คว้าโอกาสเติบโตระยะยาว จากความต้องการยางธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมยางล้อโลก ขณะที่ฐานลูกค้ารายใหญ่ในจีนช่วยเสริมความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อ ด้าน บล.LH ประเมินกำไรยังเติบโตได้ พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 69 ราว 8.6%
อุตสาหกรรมยางธรรมชาติยังมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเติบโตของภาคยานยนต์และอุตสาหกรรมการผลิตยางล้อทั่วโลก โดยเฉพาะจีนซึ่งเป็นทั้งฐานการผลิตยางล้อขนาดใหญ่และตลาดสำคัญของสินค้าโภคภัณฑ์ การมีพันธมิตรทางการค้าและลูกค้ารายใหญ่ในตลาดดังกล่าวจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความต่อเนื่องให้กับผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโอกาสในการรองรับปริมาณการขายและขยายธุรกิจในระยะยาว
ซึ่งสะท้อนผ่าน บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติของไทย หลังบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ บล.LH เข้าเยี่ยมชมกิจการของลูกค้ารายสำคัญในประเทศจีน ได้แก่ Zhongce Rubber Group (ZC Rubber) และ Fubang Holdings Group ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมยางล้อและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ การเยี่ยมชมครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจของ NER กับลูกค้ารายสำคัญ และเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนมุมมองต่อความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อในอนาคต
สำหรับ ZC Rubber ถือเป็นผู้ผลิตยางล้อรายใหญ่ที่สุดของจีน และอยู่ในอันดับ 9 ของผู้ผลิตยางล้อโลกในปี 2568 มีรายได้ประมาณ 44,956 ล้านหยวน พร้อมเครือข่ายการจัดจำหน่ายครอบคลุมกว่า 160 ประเทศทั่วโลก มีฐานลูกค้าทั้งกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ (Original Equipment Manufacturer: OEM) และตลาดยางทดแทน (Replacement Market) สะท้อนถึงขนาดธุรกิจที่ใหญ่ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ และช่องทางการตลาดที่ครอบคลุมในระดับสากล
การมีลูกค้าระดับ ZC Rubber จึงมีความสำคัญต่อ NER ในแง่ของการเชื่อมโยงกับผู้ผลิตยางล้อรายใหญ่ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำที่มีความต้องการใช้ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะการผลิตยางล้อสำหรับรถยนต์และยานพาหนะประเภทต่าง ๆ เมื่อผู้ผลิตยางล้อมีฐานการผลิตและเครือข่ายจำหน่ายที่กว้างขวาง ย่อมเป็นช่องทางรองรับความต้องการใช้วัตถุดิบในห่วงโซ่อุตสาหกรรมได้ในระยะยาว
อีกหนึ่งลูกค้าสำคัญคือ Fubang Holdings Group กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของจีน ซึ่งมีรายได้รวม 102,889 ล้านหยวนในปี 2568 และมีธุรกิจภายใต้กลุ่มรวม 115 แห่ง โดยมี Fubang Resources เป็นธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ ครอบคลุมทั้งยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ รวมถึงการค้าระหว่างประเทศและการบริหารความเสี่ยงด้านราคา จุดแข็งดังกล่าวสะท้อนถึงเครือข่ายการจัดหาวัตถุดิบและความเชี่ยวชาญในการซื้อขายสินค้าในตลาดโลก
ความสำคัญของ Fubang ต่อ NER อยู่ที่การเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่มีสัดส่วนยอดขายประมาณ 11% ของยอดขายรวมบริษัท ถือเป็นฐานธุรกิจที่มีนัยสำคัญต่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ การที่ Fubang มีเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศและความเชี่ยวชาญด้านสินค้าโภคภัณฑ์ จึงเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนโอกาสในการรองรับปริมาณจำหน่ายของ NER อย่างต่อเนื่อง
ด้านแนวโน้มผลประกอบการ บล.LH ประเมินว่า NER ยังมีโอกาสเติบโตของกำไรได้ต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของรายได้และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจแปรรูปและจำหน่ายยางธรรมชาติ เนื่องจากความสามารถในการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะมีผลต่อส่วนต่างกำไรของบริษัทโดยตรง
อีกทั้งการมีฐานลูกค้าที่หลากหลายทั้งผู้ผลิตยางล้อและผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์ ยังช่วยเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และรองรับปริมาณการผลิต โดยเฉพาะเมื่อตลาดปลายน้ำมีความต้องการใช้ยางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การเติบโตของกำไรยังต้องพิจารณาควบคู่กับทิศทางราคายางธรรมชาติ ต้นทุนวัตถุดิบ ปริมาณขาย และส่วนต่างราคาจำหน่าย ซึ่งล้วนเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลการดำเนินงาน
บล.LH ยังแนะนำ “ซื้อ” หุ้น NER พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายที่ 5.00 บาทต่อหุ้น โดยประเมินมูลค่าด้วยอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (PER) ที่ 5.6 เท่า เทียบเท่าค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 5 ปีบวก 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (1SD) เพื่อสะท้อน Premium Valuation จากแนวโน้มกำไรที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังประเมินว่า NER มีโอกาสจ่ายเงินปันผลปี 2569 ที่ 0.40 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ประมาณ 8.6% ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากทั้งการเติบโตของธุรกิจและเงินปันผล