เปิดรายชื่อ 3 กองทุน ตัวการเอี่ยวฟอกเงิน ถือหุ้น VGI-MFC มูลค่าพอร์ตรวมกว่า 5.9 พันลบ.

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดปฏิบัติการ "ทลายเครือข่ายมหากาพย์ ฟอกเงินข้ามโลก ซ่อนเงินผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศหลายชั้น ก่อนแปรสภาพเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย"
คดีนี้สืบเนื่องจากการสืบสวนขยายผลเครือข่ายของนายเบนจามินฯ และนายยิมฯ สัญชาติกัมพูชา ซึ่งนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดส่งผ่านธนาคาร กองทุน ในต่างประเทศหลายชั้น แล้วย้อนกลับเข้ามาในรูปของ "เงินลงทุนจากต่างประเทศ" เพื่อเข้าถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วานนี้ (27 ต.ค.) บก.ปอศ. ร่วมกับ ปปง. และ ก.ล.ต. แถลงหลังสืบสวนพบการใช้นิติบุคคลและกองทุนในต่างประเทศถือหุ้นแทน เพื่ออาพรางผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงในการได้มาซึ่งหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ซึ่งเข้าข่ายหลีกเลี่ยงหน้าที่รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามกฎหมาย
ทั้งนี้มีรายชื่อรวม 7 ราย ได้แก่ นายเบน นางสาวแคทรียา นางสาวสุภารัตน์ นายยิม นายยูจีน นายไคปิง และนายณัฐกร ซึ่งมีการแจ้ง 4 ข้อหา 1.การรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 246 ไม่ถูกต้องและเป็นเท็จ 2.การไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามมาตรา 247 3.ความผิดฐานอั้งยี่ และ 4. ความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน
สืบเนื่องจากการออกหุ้นเพิ่มทุนแบบเสนอขายเฉพาะเจาะจง (PP) ของ VGI โดยมีกองทุนต่างประเทศ 3 กองทุน (CAI Optimum Fund VCC, Opus-Chartered และ Thai IR) ได้รับการจัดสรรหุ้นรวม 5,900 ล้านหุ้น มูลค่า 8,850 ล้านบาท และพบว่าผู้ลงทุนทั้ง 3 รายมีแหล่งเงินร่วมกัน และผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน
เมื่อนับรวมสัดส่วนการถือครองหุ้นของผู้ลงทุนทั้ง 3 ราย พบว่าเข้าข่ายถือครองหุ้นเกิน 25% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ VGI แต่ผู้ลงทุนไม่ได้รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ในฐานะผู้กระทำร่วมกัน และไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Tender Offer)
ทั้งนี้ปปง. ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 3 หลักทรัพย์ ได้แก่ VGI, BCP และ MFC มูลค่ารวม 16,000 ล้านบาท
ทั้งนี้เมื่อช่วงปลายปี 2567 VGI มีการขายหุ้นเพิ่มทุน (PP) 8,805 ล้านหุ้น โดยจัดสรรให้กับผู้ลงทุน 5 ราย ได้แก่ (1) CAI Optimum Fund VCC จำนวน 2,900 ล้านหุ้น (2) Si Suk Alley 2,705 ล้านหุ้น (3) Opus-Chartered 2,200 ล้านหุ้น (4) Thai IR 800 ล้านหุ้น และ (5) บล.ทรีนีตี้ 200 ล้านหุ้น
ขณะที่ ณ เดือน มิ.ย. 2569 พบว่า CAI Optimum และ Opus-Chartered ยังถือหุ้นอยู่จำนวน 2,194 ล้านหุ้น และ 2,200 ล้านหุ้น ตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วน 20.83% ของหุ้นจดทะเบียนชา ระแล้วของ VGI แต่ไม่พบ Thai IR ในรายชื่อผู้ถือหุ้น 13 อันดับแรกแล้ว
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวได้สำรวจข้อมูลเพิ่มเติมจากตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า OPUS - CHARTERED ISSUANCES S.A. ถือหุ้น MFC จำนนวน 31,357,850 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 24.96% (ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 8 พ.ค. 2569)
ดังนั้นหากอ้างอิงการถือครองหุ้นทั้ง 3 กองทุนดังกล่าว ผ่านการถือครองหุ้น VGI และ MFC คิดเป็นมูลค่ารวมกันกว่า 5.9 พันล้านบาท (อ้างอิงราคาปิดวันที่ 27 ต.ต.69) แบ่งเป็น VGI มูลค่ารวม 5,245 ล้านบาท และ MFC มูลค่ารวม 736 ล้านบาท
ยอดนิยม
DELTA งบQ3 มีกำไร 7.75 พันลบ. หลังยอดขายแตะ 7.58 หมื่นลบ.โต 42% หนุนงวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 2.2 หมื่นล้าน
หวั่น! DELTA ฉุดตลาดหุ้นไทย ผิดหวังงบ Q3 กำไรต่ำกว่าคาด แต่เชื่อเงินไหลเข้ากลุ่มสื่อสาร-แบงก์
BCP ชี้การอายัดหุ้น เป็นเรื่องผู้ถือหุ้นรายบุคคล ย้ำไม่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ
หุ้นโรงกลั่น ปลดล็อก! รัฐขอลดดีเซลน้อยกว่าคาด หนุนอัพไซด์กำไรปี 69-70 เพิ่ม