VGI ยังไม่พ้นเสี่ยง! โบรกฯชี้หุ้นที่โดนยึด อาจถูกขายออก เซ่นปม ปปง. สั่งอายัด

VGI ส่อเจอแรงกดดันยาว! หลัง ปปง. อายัดหุ้น แก๊งฟอกเงิน แม้ ก.ล.ต. ยืนยันว่าไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจและการซื้อขายหุ้นของบริษัทโดยตรง โบรกฯ ชี้ กระทบความเชื่อมั่น-ยังมีความเสี่ยงในอนาคตหากมีการจำหน่ายหุ้นที่ถูกอายัดเพื่อนำเงินมาชดใช้ความเสียหาย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มองเป็น Negative Sentiment ต่อ VGI ในระยะสั้น หลัง ปปง. อายัดหุ้น VGI, BCP และ MFC มูลค่ารวม 1.6 หมื่นล้านบาท แม้ ก.ล.ต. ยืนยันว่าไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจและการซื้อขายหุ้นของบริษัทโดยตรง แต่ประเด็นดังกล่าวส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน และอาจเป็น Overhang หากมีการขายหุ้นที่ถูกอายัดในอนาคต ขณะที่ธุรกิจหลักของ VGI ยังไม่แข็งแรง จึงยังคงคำแนะนำ Neutral ราคาเป้าหมาย 1.19 บาท โดยมีจุดแข็งจากฐานะเงินสดสุทธิสูงและส่วนแบ่งกำไรจาก PLANB และ JMART ที่ช่วยพยุงผลประกอบการ
โดยวานนี้ (27 ต.ค.) บก.ปอศ. ร่วมกับ ปปง. และ ก.ล.ต. แถลงหลังสืบสวนพบการใช้นิติบุคคลและกองทุนในต่างประเทศถือหุ้นแทน เพื่ออาพรางผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงในการได้มาซึ่งหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ซึ่งเข้าข่ายหลีกเลี่ยงหน้าที่รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามกฎหมาย
ทั้งนี้มีรายชื่อรวม 7 ราย ได้แก่ นายเบน นางสาวแคทรียา นางสาวสุภารัตน์ นายยิม นายยูจีน นายไคปิง และนายณัฐกร ซึ่งมีการแจ้ง 4 ข้อหา 1.การรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 246 ไม่ถูกต้องและเป็นเท็จ 2.การไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามมาตรา 247 3.ความผิดฐานอั้งยี่ และ 4. ความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน
สืบเนื่องจากการออกหุ้นเพิ่มทุนแบบเสนอขายเฉพาะเจาะจง (PP) ของ VGI โดยมีกองทุนต่างประเทศ 3 กองทุน (CAI Optimum Fund VCC, Opus-Chartered และ Thai IR) ได้รับการจัดสรรหุ้นรวม 5,900 ล้านหุ้น มูลค่า 8,850 ล้านบาท และพบว่าผู้ลงทุนทั้ง 3 รายมีแหล่งเงินร่วมกัน และผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน
เมื่อนับรวมสัดส่วนการถือครองหุ้นของผู้ลงทุนทั้ง 3 ราย พบว่าเข้าข่ายถือครองหุ้นเกิน 25% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ VGI แต่ผู้ลงทุนไม่ได้รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ในฐานะผู้กระทำร่วมกัน และไม่ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Tender Offer)
ทั้งนี้ปปง. ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 3 หลักทรัพย์ ได้แก่ VGI, BCP และ MFC มูลค่ารวม 16,000 ล้านบาท
ก.ล.ต. ยืนยันว่าบริษัทจดทะเบียนทั้ง 3 แห่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และการซื้อขายหลักทรัพย์ยังคงดำเนินไปตามปกติ ผู้ถือหุ้นรายอื่นยังสามารถซื้อขายหุ้นได้ตามปกติ และเงินที่บริษัทได้รับจากการเพิ่มทุนยังใช้ดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ เนื่องจากการอายัดจะดำเนินการเฉพาะหุ้นที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเท่านั้น โดย ก.ล.ต. อยู่ระหว่างตรวจสอบบทบาทของบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่พบว่า มีการกระทำผิด
ดังนั้นมองเป็น Negative Sentiment ต่อหุ้น VGI แม้การดำเนินการข้างต้นจะไม่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของ VGI โดยตรง อย่างไรก็ตาม ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และยังมีความเสี่ยงในอนาคตหากมีการจำหน่ายหุ้นที่ถูกอายัดเพื่อนำเงินมาชดใช้ความเสียหาย โดยวานนี้ (27 ต.ค.) ราคาหุ้น VGI ปรับตัวลง -11.4% หรือ 0.13 บาท มาปิดตลาดที่ 1.01 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 1.3 พันล้านบาท
ยอดนิยม
DELTA งบQ3 มีกำไร 7.75 พันลบ. หลังยอดขายแตะ 7.58 หมื่นลบ.โต 42% หนุนงวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 2.2 หมื่นล้าน
หวั่น! DELTA ฉุดตลาดหุ้นไทย ผิดหวังงบ Q3 กำไรต่ำกว่าคาด แต่เชื่อเงินไหลเข้ากลุ่มสื่อสาร-แบงก์
BCP ชี้การอายัดหุ้น เป็นเรื่องผู้ถือหุ้นรายบุคคล ย้ำไม่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ
หุ้นโรงกลั่น ปลดล็อก! รัฐขอลดดีเซลน้อยกว่าคาด หนุนอัพไซด์กำไรปี 69-70 เพิ่ม