Talk of The Town

PTTEP งบ Q3 สะดุด โบรกฯคาดกำไร 2 หมื่นลบ. วูบ 26% เหตุยอดขายลด-บุ๊กขาดทุนราคาน้ำมัน


08 ตุลาคม 2569

PTTEP งบ Q3 สะดุด_S2T (เว็บ)_0.jpg

PTTEP โบรกฯ คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ลดลง 26% เหลือ 2 หมื่นล้านบาท หลังยอดขายปิโตรเคมีลด-บันทึกขาดทุนสต๊อกน้ำมัน 

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองต่อ PTTEP คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/69 จะอยู่ราว 2 หมื่นล้านบาท ลดลง 26.4% จากไตรมาสก่อน ถูกกดดันจากทั้งกำไรปกติที่ลดลง 9.4% จากไตรมาสก่อนและรายการพิเศษที่สุทธิในงวดนี้พลิกกลับเป็นค่าใช้จ่ายรวม ราว 2.1 พันล้านบาท จากงวดก่อนหน้าที่สุทธิเป็นรายได้พิเศษรวม 2.8 พันล้านบาท 

โดยหลักๆเป็นผลมาจากการบันทึกกลับเป็นขาดทุน จาก Oil Price Hedging ราว 2.5 พันล้านบาท จากงวดก่อนหน้าบันทึกเป็นกำไรจาก Oil Price Hedging รวม 3.1 พันล้านบาท (Ceiling ไตรมาส 3/69 อยู่ราว 93 เหรียญฯ)

โดยหากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติที่คาดจะปรับตัวลดลง 9.4% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ราว 2.2 หมื่นล้านบาท ถูกกดดันจากปริมาณขายปิโตรเลียมที่คาดจะลดลงมาอยู่ราว 5.25 จาก 5.73 แสนบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากมีการเรียก Gas Nomination ในอ่าวไทยลดลง ตามการหยุดซ่อมบำรุงของโรงแยกก๊าซฯของ PTT 

และแผนการหยุดซ่อมบำรุงในงวดไตรมาส 3/69 ในหลายโครงการ รวมถึงโครงการมาเลเซีย SABA-K ยังหยุดผลิตต่อเนื่องจากไตรมาส 2/69 เนื่องจากหน่วยผลิตและกักเก็บน้ำมันลอยน้ำ (FPSO) ที่ใช้งานอยู่ในโครงการยังแก้ไขไม่เสร็จ เบื้องต้นคาดจะเสร็จในปี 2570 อีกทั้งรอบโหลดน้ำมันดิบของโครงการแอลจีเลียและ SK-309/311 ลดลงเหลือ 1 โหลด 

นอกจากนี้ คาดราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ลดลง 2.1% จากไตรมาก่อน มาอยู่ราว 51.8 เหรียญฯต่อบาร์เรล กดดันจากราคาขาย liquid ที่ลดลงมาอยู่ราว 90.0 จาก 99.5 เหรียญฯ ถึงแม้ราคาก๊าซฯจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 6.5 จาก 6 เหรียญฯต่อล้านบีทียูเพราะได้รับอานิสงค์หลักมาจากโครงการ MTJDA-A18ที่ได้รับ PSC Award ใหม่ทำให้มีผลกระทบด้านราคาย้อนหลังและปริมาณสำรองเพิ่มขึ้น ขณะที่คาดต้นทุนต่อหน่วยจะทรงตัวใกล้เคียงงวดก่อนหน้าที่ราว 30 เหรียญฯต่อบาร์เรล

ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิงวด 9 เดือนปี 69 คิดเป็น 76.9% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส4/69 มีโอกาสปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน ภายใต้สมมติฐานสงครามจะค่อยๆคลี่คลายแม้จะยืดเยื้อแต่ความรุนแรงจะลดลงต่อเนื่อง ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกค่อยๆปรับตัวลดลงสะท้อน demand และ supply ที่แท้จริง 

รวมถึงคาดราคาขายก๊าซฯจะลดลงมาอยู่ราว 6.2 เหรียญฯ แต่คาดจะได้ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน มาอยู่ราว 5.48 จาก 5.25แสนบาร์เรลต่อวัน ช่วยหนุนไว้ หลังหลายโครงการที่หยุดซ่อมบำรุงกลับมาผลิตปกติ และรอบโหลดน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนต่อหน่วยมีโอกาสเพิ่มขึ้น ตามกิจกรรมต่างๆและการบันทึกค่าใช้จ่ายรายปีที่ปกติจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4

นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลังปี 69 คาดยังมีความเสี่ยงจากการทดสอบการด้อยค่าสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นทุกปีซึ่งหากเกิดขึ้นมีความเป็นไปได้ที่อาจจะบันทึกในงวดไตรมาส 3/69 หรือ 4/69 โดยโครงการที่จะมีการทดสอบการด้อยค่าคือโครงการที่บันทึก Goodwill 

หลักๆที่ยังมีความเสี่ยงสูง คือ โครงการ Mozambique LNG (PTTEP ถือหุ้น 8%) ซึ่งยังมี Goodwill เหลืออยู่ราว 250 ล้านเหรียญฯ เนื่องจากมีโอกาสที่โครงการจะมีการเลื่อนการผลิตเชิงพาณิชย์ออกไปเป็นปี 2572จากเดิม 2571 (ซึ่งหากมีการตั้งด้อยค่าในครั้งนี้จะเป็นการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ครั้งที่ 4 

โดยครั้งที่ 1 เกิดขึ้นในปี 2564 ที่ 163 ล้านเหรียญฯ และครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี 2565 ที่ 190 ล้านเหรียญฯและครั้งที่ 4 ในงวดไตรมาส 4/66 ราว 120 ล้านเหรียญฯ) ส่งผลให้โครงการ Mozambique LNG จะมีมูลค่าสินทรัพย์ตามบัญชีเหลืออยู่ปัจจุบันราว 2.5 พันล้านเหรียญฯ

ทั้งนี้ ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 170 บาทต่อหุ้น ในภาพใหญ่ยังถือเป็นหุ้นที่มีฐานกำไรที่แข็งแรงจากปัจจัยพื้นฐานปริมาณขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นของโครงการใหม่ๆ รวมถึงให้น้ำหนักไปที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูงช่วงสั้นเน้น trading เป็นรอบๆตามทิศทางราคาน้ำมัน และแนะนำกลับมาสะสมเพื่อรับปันผลอีกครั้งช่วงงบไตรมาส 4/69