ก.คลัง รีดภาษีออกนอกประเทศ อัตรา 1,000 บาทต่อเที่ยว AAV กระทบหนักสุด เหตุฐานลูกค้าอ่อนไหวต่อราคา

ก.คลัง ร่างกฎหมายเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศทุกสัญชาติ อัตรา 1,000 บาทต่อเที่ยว จัดเก็บผ่านสายการบิน โบรกฯ คาด AAV กระทบหนัก เหตุเป็นสายการบินทุนต่ำ ฐานลูกค้าอ่อนไหวต่อราคา
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ โดยจะจัดเก็บจากผู้เดินทางทุกสัญชาติ ไม่จำกัดเฉพาะคนไทย ในอัตรา 1,000 บาทต่อเที่ยวบินสำหรับการเดินทางทางอากาศ และกำหนดเพดานภาษีไม่เกิน 5,000 บาทต่อคน
โดยการจัดเก็บจะดำเนินการผ่านสายการบินหรือผู้จำหน่ายตั๋วโดยสาร พร้อมมีข้อยกเว้นสำหรับผู้เดินทางบางประเภท เช่น เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี ผู้โดยสารผ่านระหว่างประเทศที่ไม่ได้ออกจากบริเวณห้องผู้โดยสารผ่าน และผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องที่จำเป็นต้องพักอยู่ภายในสนามบิน
ก่อนหน้านี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาทต่อคน สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศทางอากาศ โดยรายได้จะนำไปใช้จัดทำประกันภัยนักท่องเที่ยวและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
สำหรับร่างค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเสนอเพื่อเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะรัฐมนตรีพิจารณา จึงยังไม่มีผลบังคับใช้เช่นกัน
ทั้งนี้ หากทั้งภาษีเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาท และค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวขาเข้า 450 บาท ถูกบังคับใช้พร้อมกัน จะทำให้ต้นทุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นรวม 1,450 บาทต่อทริป หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นราว 3% ของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปของนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม
อย่างไรก็ดี ผลกระทบของแต่ละตลาดจะแตกต่างกัน โดยผลกระทบน่าจะสูงสุดต่อกลุ่มนักท่องเที่ยว Short-haul เช่น อาเซียน (41% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด) และอินเดีย (7%) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 40,000 บาท และ 37,000 บาทต่อทริปตามลำดับ ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางเพิ่มขึ้นราว 4% ของค่าใช้จ่ายรวม
ขณะที่ผลกระทบต่อตลาดจีน (17%) ยุโรป (25%) และตะวันออกกลาง (2%) คาดจำกัดกว่า เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่า โดยนักท่องเที่ยวจีนมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 54,000 บาท ยุโรป 64,000 บาท และตะวันออกกลาง 88,000 บาทต่อคน (อิงข้อมูลค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในปี 2568)
ในกรณีที่ความต้องการเดินทางได้รับผลกระทบจากต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นทั้งสองมาตรการ มองว่า AAV จะได้รับผลกระทบมากที่สุดในกลุ่ม จากการเป็นสายการบินต้นทุนต่ำที่มีฐานลูกค้าอ่อนไหวต่อราคาและมีสัดส่วนผู้โดยสาร Short-haul สูง
ขณะที่ AOT มีผลกระทบระดับน้อย-ปานกลาง เนื่องจากผลประกอบการอิงกับจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศ ในขณะที่ THAI และกลุ่มโรงแรม ได้แก่ AWC, CENTEL, ERW และ MINT คาดได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากเน้นลูกค้าระดับกลาง-บนที่มีความอ่อนไหวต่อราคาน้อยกว่า
อย่างไรก็ดี ทั้งสองมาตรการยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่มีผลบังคับใช้ จึงยังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 33 ล้านคนในปี 2569 และ 35 ล้านคนในปี 2570 และยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว โดยหุ้นเด่นคือ ERW ราคาเป้าหมาย 4.3 บาท, CENTEL ราคาเป้าหมาย 47 บาท และ AOT ราคาเป้าหมาย 72 บาท
ยอดนิยม
PTTEP งบ Q3 สะดุด โบรกฯคาดกำไร 2 หมื่นลบ. วูบ 26% เหตุยอดขายลด-บุ๊กขาดทุนราคาน้ำมัน
SCB เกิดอะไรขึ้นกับราคาหุ้น ปิดตลาดไม่บวกมาแล้ว 11 วันติด พบตั้งแต่ต้นปีราคาเพิ่มขึ้นน้อยสุดในกลุ่ม
PDP2026 จุดพลุหุ้นไฟฟ้า! GUNKUL รับอานิสงส์ก่อนใคร ดัน EPC บูม GULF มีลุ้นคว้า 6,000MW หนุนมูลค่าพุ่ง
หุ้นรพ.มีปัจจัยบวก อัพไซด์กำไร “ประกันสังคม” จ่อขึ้นค่าหัว โบรกฯ ชู CHG เด่นสุดในกลุ่ม