จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : TFG เปลี่ยนเกม สู่ Market Driven Retail โตแรง–ธุรกิจหมูฟื้น โบรกฯ ปรับมุมมองเชิงบวก


02 ตุลาคม 2569

TFG รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

การขยายธุรกิจ Retail กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการเติบโตของ TFG จากผู้ผลิตอาหารสู่ธุรกิจอาหารครบวงจร ขณะที่ราคาสุกรและไก่ฟื้นตัวช่วยหนุนธุรกิจหลัก บล.ทิสโก้ปรับคำแนะนำเป็น “BUY” เป้าหมาย 12.70 บาท ด้าน ASL ให้เป้า 12.50 บาท พร้อมมอง TFG มีโอกาสเติบโตเด่นจาก Retail และธุรกิจสุกรเวียดนาม

โครงสร้างธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนกำลังกลายเป็นจุดแข็งสำคัญของ บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป หรือ TFG หลังเดินหน้าขยายธุรกิจค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจสุกรและไก่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากราคาขายที่ปรับสูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบบางรายการมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานมีโอกาสทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2569

มุมมองดังกล่าวได้รับการสะท้อนผ่านบทวิเคราะห์ของ บล.ทิสโก้ ซึ่งปรับประมาณการกำไรของ TFG ในปี 2026-2027 เพิ่มขึ้น 3% และ 8% ตามลำดับ จากการเติบโตของธุรกิจ Retail ที่ดีกว่าคาด รวมถึงแนวโน้มราคาสุกรและไก่ที่ฟื้นตัว โดยทิสโก้มองว่ากำไรของ TFG ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/2569 แล้ว และมีปัจจัยสนับสนุนให้ผลประกอบการฟื้นตัวตั้งแต่ 2H26 เป็นต้นไป จึงปรับคำแนะนำจากเดิมเป็น “BUY” พร้อมปรับราคาเป้าหมายแบบ Roll Over เป็นปี 2570 ที่ 12.70 บาท อิง PER 9 เท่า หรือ Sector Average +0.5SD จากเดิม 7.4 เท่า

หัวใจสำคัญของมุมมองเชิงบวกไม่ได้อยู่เพียงการฟื้นตัวของราคาสินค้าเกษตร แต่ยังมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจของ TFG ที่มี Retail เข้ามาเป็นเครื่องยนต์การเติบโตอีก 1 อย่าง โดยทิสโก้มองว่าธุรกิจค้าปลีกที่แข็งแกร่งขึ้นเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประมาณการกำไรของบริษัทถูกปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนว่า TFG กำลังลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจปศุสัตว์เพียงด้านเดียว และสร้างฐานรายได้จากธุรกิจอาหารครบวงจรมากขึ้น

ด้าน บล. ASL ก็มีมุมมองในทิศทางเดียวกัน โดยแนะนำ “ซื้อ” TFG พร้อมราคาเป้าหมายปี 2027F ที่ 12.50 บาท และให้น้ำหนักกับการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่แนวทาง Market Driven ซึ่งมีธุรกิจค้าปลีกเป็น New S-Curve สำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ในระยะยาว โดย ASL ระบุว่ารายได้รวมของ TFG เพิ่มจากประมาณ 34,000 ล้านบาทในปี 2021 เป็น 72,000 ล้านบาทในปี 2025 หรือเติบโตเฉลี่ยประมาณ 16% ต่อปี สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจตามแผนที่วางไว้

ปี 2026F ASL ประเมินว่า TFG จะเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มอีก 260 สาขา ทำให้จำนวนสาขารวมเพิ่มขึ้นเป็น 875 สาขาภายในสิ้นปี จากครึ่งปีแรกที่เปิดไปแล้ว 133 สาขา หรือคิดเป็น 51% ของเป้าหมายทั้งปี การขยายเครือข่ายดังกล่าวจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยผลักดันรายได้ Retail และเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มีโอกาสสร้างการเติบโตต่อเนื่องในอนาคต

ASL ประเมินว่า แม้กำไรสุทธิปี 2026F ของ TFG อาจอยู่ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท ลดลง 5.5% จากปีก่อน แต่รายได้รวมยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องแตะประมาณ 76,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากรายได้ธุรกิจค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขา และธุรกิจอาหารสัตว์ที่เติบโตตามปริมาณขาย ขณะที่มองว่าครึ่งแรกปี 2569 เป็นจุดต่ำสุดของปี และผลประกอบการจะทยอยฟื้นตัวในช่วง 2H26F โดยมีโอกาสเห็นการเติบโตเด่นในไตรมาส 4/2569

ปัจจัยที่ ASL จับตาในช่วงดังกล่าวคือราคาสุกรและไก่ในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากการบริหาร Supply โดยมาตรการตัดวงจรแม่พันธุ์เพื่อควบคุมอุปทานในช่วงต้นปี ประกอบกับต้นทุนข้าวโพดที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากการนำเข้าจากสหรัฐฯ ปัจจัยทั้งสองด้านจึงมีส่วนช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น โดย ASL ประเมิน GPM ปี 2026F อยู่ที่ประมาณ 20.1% เทียบกับ 20.6% ในปี 2025

แม้การขยายธุรกิจค้าปลีกจะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ SG&A ที่ ASL คาดไว้ประมาณ 9.7% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่การขยายสาขาก็เป็นการลงทุนเพื่อสร้างฐานรายได้ในระยะยาว ขณะที่การมีช่องทางจำหน่ายของตัวเองช่วยเพิ่มความครบวงจรของธุรกิจอาหาร และเป็นส่วนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Market Driven

อีกหนึ่งจุดแข็งที่ ASL ให้ความสนใจคือการกระจายเครื่องยนต์การเติบโตไปยังธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจสุกรในเวียดนาม ซึ่งถูกมองเป็นอีกหนึ่ง Growth Engine ของ TFG ขณะที่ราคาสุกรในเวียดนามยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับต้นปี โดย ASL มองว่าธุรกิจดังกล่าวมีโอกาสเข้ามาช่วยเสริมการเติบโตของ TFG นอกเหนือจากธุรกิจค้าปลีกในประเทศ

เมื่อพิจารณาภาพรวมด้านผลตอบแทน ASL ประเมินว่าในปี 2026F TFG มี ROE และ Dividend Yield อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มอาหาร โดยประเมิน ROE ที่ประมาณ 33% และ Dividend Yield 6.6% เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 16.14% และ 4.4% ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนภาพการใช้ฐานธุรกิจที่มีอยู่เพื่อสร้างผลตอบแทน พร้อมกับการขยายธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ

ภาพรวมจึงสะท้อนว่า TFG กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาธุรกิจปศุสัตว์เป็นหลัก ไปสู่โครงสร้างธุรกิจอาหารครบวงจรที่มี Retail เป็น New S-Curve ขณะที่ธุรกิจสุกรและไก่กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวจากราคาขายที่ดีขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบบางรายการเริ่มผ่อนคลาย

สำหรับมุมมองของนักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ปรับคำแนะนำ TFG เป็น BUY พร้อมราคาเป้าหมาย 12.70 บาท ขณะที่ ASL ให้คำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 12.50 บาท โดยทั้งสองมุมมองให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวของธุรกิจหลักและความแข็งแกร่งของ Retail ในฐานะเครื่องยนต์เติบโตใหม่ สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดที่ตลาดมีคำแนะนำ “Buy” จากนักวิเคราะห์หลายราย และราคาเป้าหมายของ TISCO อยู่ที่ 12.70 บาท