รายงานพิเศษ : TEGH ครึ่งปีหลังยังเด่น Trinity คาดยาง–ปาล์มราคาสูง ดันกำไร 69 แตะ 560 ลบ.

บล.ทรีนีตี้ประเมิน TEGH รับปัจจัยบวกช่วงครึ่งหลังปี69 ทั้งดีมานด์ยางโลก การนำเข้าของอินเดีย และราคายางสังเคราะห์ที่ขยับขึ้น ขณะที่ราคาปาล์มยังมีแรงหนุนจาก Biodiesel ผสานธุรกิจพลังงานชีวภาพเติบโตต่อเนื่อง เปิดทาง Upside ต่อประมาณการกำไร
จับตาผลงานของ บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 หลัง บล.ทรีนีตี้ประเมินภาพรวมธุรกิจยังมีปัจจัยสนับสนุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจยางธรรมชาติที่ยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ราคายางมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ส่วนธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบแม้ปริมาณขายในไตรมาส 3/2569 อาจชะลอตัวตามฤดูกาล แต่ราคายังมีปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมไบโอดีเซล ขณะที่ธุรกิจพลังงานทดแทนยังเติบโตจากการขยายกำลังผลิตก๊าซชีวภาพ
จากมุมมองของ Trinity ปัจจัยที่โดดเด่นที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังยังอยู่ที่ธุรกิจยาง โดยคาดว่าปริมาณขายยางของ TEGH ในไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ประมาณ 60,000-70,000 ตัน ทรงตัวจากไตรมาส 2/2569 แต่เติบโตค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความต้องการยางแท่งที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาขายยางแท่งคาดว่าจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 75-80 บาทต่อกิโลกรัม จากไตรมาส 2/2569 ที่มีราคาขายเฉลี่ยราว 70 บาทต่อกิโลกรัม
แรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการยางแท่งที่ยังสูงต่อเนื่องตามอุตสาหกรรมรถยนต์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอินเดีย หลังรัฐบาลอินเดียประกาศยกเว้นภาษีนำเข้ายาง ซึ่งมีแนวโน้มทำให้การนำเข้ายางเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ผลผลิตยางที่ลดลงจากภาวะ El Nino ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคายางในตลาด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ราคายางสังเคราะห์ขยับตาม และเป็นปัจจัยบวกต่อราคายางธรรมชาติในภาพรวม
ดังนั้น ภาพของธุรกิจยางในช่วงครึ่งปีหลังจึงมีทั้งปัจจัยด้าน “ปริมาณ” และ “ราคา” เข้ามาสนับสนุนพร้อมกัน โดยปริมาณขายยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีโอกาสช่วยผลักดันรายได้และอัตรากำไรของ TEGH ในช่วงที่เหลือของปี
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ โดย Trinity ประเมินว่า ปริมาณขายใน 3Q69 อาจชะลอตัวลงตามปัจจัยฤดูกาลของผลผลิตปาล์มในประเทศ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปาล์มยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง จากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในประเทศผู้ผลิตหลัก ซึ่งเป็นมาตรการที่มีส่วนช่วยลดผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง
แม้ปัจจัยฤดูกาลอาจทำให้ธุรกิจปาล์มใน 3Q69 ชะลอตัว แต่ Trinity มองว่าเป็นเพียงแรงกดดันระยะสั้น และคาดว่าปริมาณขายจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q69 ตามฤดูกาล ประกอบกับราคายางและปาล์มที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ภาพรวมธุรกิจสินค้าเกษตรของ TEGH ในช่วงครึ่งปีหลังยังมีโอกาสรักษาโมเมนตัมได้
ขณะเดียวกัน ธุรกิจพลังงานทดแทนถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามาช่วยสร้างความสมดุลให้กับผลการดำเนินงาน ดังนั้นเมื่อมองไปถึงไตรมาส 3/2569 Trinity ประเมินว่า กำไรอาจอ่อนตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจปาล์ม แต่ธุรกิจอื่นที่มีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะยางและพลังงานทดแทน จะเข้ามาช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน ขณะที่ไตรมาส 4/2569 มีโอกาสเห็นภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากทั้งธุรกิจยางที่คาดว่าจะยังแข็งแกร่ง และปริมาณขายปาล์มที่กลับมาฟื้นตัวตามฤดูกาล และคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ TEGH ไว้ที่ 560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน
ด้านบริษัทเองยังเดินหน้ารองรับโอกาสดังกล่าว โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ยางมาตรฐาน EUDR ซึ่งมีโอกาสเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หลังทิศทางการบังคับใช้กฎระเบียบของสหภาพยุโรปมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพธุรกิจปาล์ม ทั้งการซ่อมบำรุงเครื่องจักร การติดตั้ง Boiler และ Sterilizer เพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 50% ภายในปีนี้
ส่วนในธุรกิจพลังงานทดแทน บริษัทอยู่ระหว่างทบทวนเทคโนโลยีและงบประมาณของโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟส 2 และปรับกำหนดแล้วเสร็จเป็นไตรมาส 2/2570 โดยคาดว่าจะช่วยลดเงินลงทุนจากแผนเดิม พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราการผลิตก๊าซชีวภาพ ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพการเติบโตของธุรกิจโดยไม่จำเป็นต้องเร่งใช้เงินลงทุนในระดับสูงเกินไป