จับประเด็นหุ้นเด่น

สัมภาษณ์พิเศษ : TWPC ปั้น New S-Curve เวลล์-โกรว์ เติม Taste–ต่อยอด Food รุกตลาดโลก ดันรายได้–กำไร Double Digit


30 กันยายน 2569

TWPC สัมภาษณ์พิเศษ _S2T (เว็บ).jpg

บมจ.ไทยวา (TWPC) ปรับพอร์ตจากธุรกิจแป้งมันสำปะหลังดั้งเดิม สู่ Food และ Specialty Ingredients รองรับเป้าหมายเติบโต Double Digit ขณะที่การลงทุนใน บริษัท เวลล์-โกรว์ จะเติมเต็มให้บริษัทได้อย่างไร เราไปติดตามแนวทางและมุมมองนี้กับ คุณหทัยกานต์ กมลศิริสกุล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืนและนวัตกรรม 

ธุรกิจของ ไทยวา 

ไทยวาหรือ TWPC เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญและชำนาญในการทำเรื่อง Food  โดยมี 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 

1. ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังเป็นธุรกิจดังเดิมของบริษัทที่อยู่ในเมืองไทยมากว่า 75 ปี โดยสินค้าของบริษัทฯ ในกลุ่มนี้ได้แก่ แป้งมันสำปะหลัง แป้งมันสำปะหลังดัดแปร กลูโคสไซรัป สาคู แป้งอัลฟา แป้งข้าว ผลิตภัณฑ์ออแกนิค ฯลฯ

2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ Specialty Ingredients 

3. ธุรกิจ Food  สินค้าของบริษัทฯ ในกลุ่มนี้ ได้แก่ วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่ ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ วุ้นเส้นและก๋วยเตี๋ยวพร้อมปรุง และวุ้นเส้นและก๋วยเตี๋ยวกึ่งสำเร็จรูป

ซึ่งบริษัทส่งออกสินค้าไปมากกว่า 35 ประเทศทั่วโลก และยังมีโรงงานในต่างประเทศ ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ได้แก่ ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม และล่าสุดในประเทศจีน 

แนวคิดการปรับโครงสร้างธุรกิจของ TWPC 

เนื่องจากไทยวาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ขณะที่ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มมองหาสินค้าที่มีความพิเศษและแตกต่าง ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก  ทำให้บริษัทเริ่ม Transform เพิ่มสัดส่วนของ Food และผลิตภัณฑ์ Specialty Ingredients ให้มากขึ้น ซึ่งมองว่า ในปี 2030 กำไรจากกลุ่ม Food และ Ingredients จะต้องมีสัดส่วนมากกว่า 80% ในพอร์ตของไทยวา 

การลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท เวลล์-โกรว์ ส่งผลดีอย่างไร 

ไทยวามีความเชี่ยวชาญด้าน Texture แต่ขาดในเรื่องของ Taste ซึ่งการลงทุนในบริษัท เวลล์-โกรว์ ในฐานะผู้ผลิตและจําหน่ายอาหารสําเร็จรูปและเครืองปรุงรส ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันมานานกว่า 5 ปี จึงเป็นการต่อยอดให้กับไทยวา ให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว  

โดยความร่วมมือดังกล่าวแบบเป็น 3 เฟส ได้แก่  

เฟสแรก จะทำให้การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมีมากขึ้น จากปกติในแต่ละปีบริษัทจะมีหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดประมาณ 4-5 รายการ และจะเป็นสินค้าที่ถูกปากผู้บริโภคมากขึ้น 

เฟส 2 การนำ Product เหล่านี้ไปต่อยอดในต่างประเทศ เช่น ที่เวียดนาม หรือยุโรป ทำให้เราเชื่อว่า ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นร่วมกับ เวลล์-โกรว์ จะได้รับการตอบรับมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มเห็นในปี 2570 

เฟส 3 การเพิ่ม New Product Categories ที่มากขึ้น จาก Know how ที่ได้จากเวลล์โกรว์  

เป้าหมายการเติบโตใน 3-5  ปี  

บริษัทตั้งเป้าจะเติบโตในระดับ Double digit ทั้งในส่วนของรายได้และกำไร โดยการเติบโตในอนาคตจะเน้นการเติบโตในต่างประเทศ  ประเทศเป้าหมายที่มองไว้ ได้แก่ ประเทศเวียดนาม เนื่องจากเป็นประเทศที่ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนของรัฐบาลเวียดนาม  และอีกประเทศที่เราลงทุนมานานแล้ว ได้แก่ประเทศจีน โดยจะเน้นการต่อยอดจากธุรกิจมันสำปะหลังที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัท 

สัดส่วนรายได้ของบริษัท

การสร้างรายได้มาจากยอดขายในประเทศไทยมีสัดส่วนอยู่ที่ 20-30%  รายได้จากต่างประเทศมีสัดส่วน 60-70% โดยรายได้จากประเทศจีนมีสัดส่วนที่ใหญ่ประมาณ 50-60% ของรายได้จากต่างประเทศ แต่บริษัทก็ต้องการสร้างการเติบโตไปให้สหรัฐอเมริกาและยุโรป เนื่องจากเป็นกลุ่มที่จะสร้างมาร์จิน และกำไรให้กับบริษัทได้มากขึ้น 

เป้าหมายการขยายไปในตลาดยุโรปและสหรัฐฯ 

เนื่องจากผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพสูงมาก โดยตลาดยุโรปเป็นตลาดที่มีความต้องการสินค้าเพื่อสุขภาพอย่างชัดเจน ผู้บริโภคมักสนใจในผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีผงชูรส (No MSG) หรือสูตรลดโซเดียม ซี่งสอดคล้องกับกรรมวิธีการผลิตของบริษัท เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของไทยวามีจุดแข็งด้านกรรมวิธี "การอบ ไม่ทอด" ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญที่เหมาะแก่การนำไปเจาะกลุ่มลูกค้ารักสุขภาพและตลาดระดับพรีเมียม

การเข้าร่วมโครงการ Jump+ 

บริษัทมองว่า การเข้าร่วมโครงการ Jump+ เป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพให้นักลงทุนเห็น มากกว่าจะมองเป็นภาระหรือต้นทุน แม้จะต้องเปิดเผยข้อมูลเป็นจำนวนมาก จนทำให้หลายบริษัทกังวล แต่ไทยวามองว่าการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเป็นเรื่องที่ดีต่อนักลงทุน แสดงถึงความมุ่งมั่น เพราะการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาทั้งในแง่โอกาสและความเสี่ยง ช่วยให้นักลงทุนเห็นว่าบริษัทสามารถทำผลงานได้จริงตามที่สัญญาไว้ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนในตลาด