รายงานพิเศษ : PREB ปักหมุด Growth รอบใหม่ Backlog 9.22 พันล. ทยอยรับรู้ รับงานคุณภาพ–คุมต้นทุน ดันโตยั่งยืน

PREB เดินหน้าสร้างการเติบโตบนฐานงานในมือที่แข็งแกร่ง ควบคู่การเติม Backlog ใหม่ในช่วง H2/69 โดยเน้นโครงการที่มีความซับซ้อนและสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญ พร้อมบริหารต้นทุนและคุณภาพอย่างเข้มงวด ขณะที่ธุรกิจในเครือช่วยเพิ่มความหลากหลายของรายได้ รองรับการเติบโตในระยะยาว
บมจ.พรีบิลท์ (PREB) เดินหน้าสู่ครึ่งปีหลัง 2569 ด้วยฐานธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น หลังผลงานครึ่งปีแรกสะท้อนการเติบโตของทั้งกลุ่ม ขณะที่ Backlog กว่า 9.22 พันล้านบาทเข้ามารองรับการรับรู้รายได้ในอนาคต พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่การบริหารต้นทุนและคัดเลือกโครงการที่เหมาะสม เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
ภาพรวมของ PREB ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ถือว่าเดินหน้าได้อย่างน่าสนใจ โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,809.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจหลักและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง 2,537.27 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจผลิตแผ่นพื้นสร้างรายได้ 107.20 ล้านบาท และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 165.49 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพของ PREB ที่มีฐานธุรกิจมากกว่าการเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเพียงอย่างเดียว โดยธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ ขณะที่ธุรกิจผลิตแผ่นพื้นและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามาช่วยเสริมโครงสร้างรายได้ให้มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของกลุ่มบริษัทในระยะยาว
สำหรับ ช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทวางเป้าหมายเดินหน้ารับงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการเข้าประมูลโครงการที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของบริษัท ทั้งอาคารสูง อาคารสำนักงาน อาคารเชิงพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงเรียนนานาชาติ ศูนย์การค้า โรงพยาบาล รวมถึงโครงการก่อสร้างเฉพาะทางที่มีความซับซ้อนด้านวิศวกรรม
ที่น่าสนใจคือ PREB ไม่ได้เน้นการรับงานในเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ การคัดเลือกโครงการที่เหมาะสมและสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญสำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ต้องเผชิญทั้งความผันผวนของต้นทุน วัสดุก่อสร้าง และการแข่งขันด้านราคา
ขณะเดียวกัน บริษัทมี Backlog ประมาณ 9,220 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นฐานรายได้สำคัญที่จะทยอยรับรู้ตามความคืบหน้าของแต่ละโครงการ ทำให้ PREB มีงานในมือรองรับการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป ขณะที่การเดินหน้าหางานใหม่ในช่วง H2/69 จะเข้ามาช่วยเติม Backlog และสร้างความต่อเนื่องของรายได้ในอนาคต
อีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ PREB คือ โครงสร้างธุรกิจที่มีบริษัทและธุรกิจเกี่ยวเนื่องเข้ามาช่วยสร้างรายได้ โดยเฉพาะธุรกิจผลิตแผ่นพื้นที่มีรายได้ 107.20 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนแรก และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้ 165.49 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมของกลุ่มไม่ได้ผูกติดอยู่กับรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างเพียงด้านเดียว
โครงสร้างดังกล่าวยังมีความเชื่อมโยงกับความเชี่ยวชาญเดิมของกลุ่มบริษัท เพราะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์สามารถต่อยอดจากองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเข้าใจในอุตสาหกรรมก่อสร้างได้ในระดับหนึ่ง ส่งผลให้ PREB มีโอกาสพัฒนาธุรกิจให้มีความหลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาจุดแข็งจากธุรกิจหลักเอาไว้
เมื่อมองภาพรวมจึงเห็นได้ว่า Growth Story ของ PREB ในระยะต่อไปไม่ได้มาจากการรับงานใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันของ 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ งานในมือที่มีอยู่ การเติม Backlog ใหม่ และการสร้างรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างธุรกิจ
สำหรับ H2/69 บริษัทยังมองเห็นโอกาสจากการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มอาคารเชิงพาณิชย์ อาคารธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรม และโครงการที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ขณะที่โครงการขนาดใหญ่และโครงการเฉพาะทางยังเป็นตลาดที่เปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์และสามารถบริหารโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม PREB ยังคงให้น้ำหนักกับ วินัยในการรับงาน โดยพิจารณาความเหมาะสมของโครงการ ผลตอบแทน และความสามารถในการบริหารจัดการควบคู่กันไป เพราะสำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง การเติบโตของรายได้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องเติบโตบนพื้นฐานของการควบคุมต้นทุนและรักษาความสามารถในการทำกำไรด้วย
ดังนั้น ภารกิจสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังจึงอยู่ที่การบริหาร Backlog 9.22 พันล้านบาทให้เดินหน้าได้ตามแผน พร้อมเติมงานใหม่อย่างมีคุณภาพ และรักษาประสิทธิภาพในการก่อสร้าง ขณะเดียวกันธุรกิจในเครือจะทำหน้าที่เป็นอีกหนึ่งแรงเสริมในการกระจายฐานรายได้
ภาพของ PREB ในระยะต่อไปจึงเป็นการ “ต่อยอดจากฐานเดิม สู่การเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้น” โดยมีงานในมือเป็นฐานรายได้ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นเครื่องยนต์หลัก และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเข้ามาช่วยเพิ่มความหลากหลาย ขณะที่การบริหารต้นทุนและการคัดเลือกงานอย่างมีวินัยจะเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยน Backlog ให้เป็นรายได้และผลประกอบการที่มีคุณภาพ